บุกจับบ่อนพนันออนไลน์พบเงินหมุนเวียนกว่า 100 ล.

ปปง.-ตำรวจบุกจับบ่อนพนันออนไลน์คาคอนโดพระราม2รวบ 6 ผู้ต้องหาพบเงินหมุนเวียนกว่า 100ล้านบาท
วันที่ 9 ก.ย. เจ้าหน้าที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือ ปปง. พร้อมตำรวจ นำกำลังพร้อมหมายศาลเข้าตรวจค้นห้องพักในคอนโดมิเนียมหรู ย่านพระราม 2 หลังตำรวจแจ้งข้อมูลว่ามีเว็บไซด์ชื่อ ฟีฟ่าคลับทเวนตี้โฟร์ดอทเน็ต เปิดรับแทงพนันฟุตบอล และบาคาร่าออนไลน์ และตรวจสอบบัญชีพบว่าเครือข่ายดังกล่าวมีเงินหมุนเวียนกว่า 100 ล้านบาท
นายวิทยาพร จันทวาส นักสืบสวนสอบสวน รองหัวหน้าพนักงานเจ้าหน้าที่ชุดปฎิบัติการพิเศษ ดำเนินหน้าที่เกี่ยวกับการพนันออนไลน์ ปปง. ระบุว่าจากการตรวจค้นสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 6 คน ขณะทำหน้าที่เป็นคอลเซ็นเตอร์รับแทงพนันตรวจยึดคอมพิวเตอร์ จำนวน 12 เครื่อง โทรศัพท์มือถือพร้อมซิมการ์ดจำนวนมาก และจากการตรวจสอบเบื้องต้นมีผู้เช่าห้องพัก ไว้ 2 ห้อง ที่ชั้น 4 และ ชั้น 7 และเช่ามานานกว่า 1 ปี แล้ว โดยรับแทงพนันออนไลน์ตลอด 24ชั่วโมง
โดยสืบสวนพบว่าเครือข่ายนี้ได้เปิดแทงพนันออนไลน์ตั้งแต่ปี 2555 มีการโอนเงินไปยังบุคคลต่างๆ อีกกว่า 10 คน มูลค่าประมาณ 25 ล้านบาท และพบการโอนเงินไปยังประเทศเพื่อนบ้านเพื่อฟอกเงินด้วย ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้อายัดเงินและทรัพย์สินไว้ตรวจสอบพร้อมขยายผลติดตามจับผู้หญิงซึ่งมีชื่อเป็นผู้เช่าห้องพัก และเครือข่ายมาดำเนินคดีต่อไป

ตร.บุกจับบ่อนไฮโลย่านสรงประภารวบนักพนัน41คน

กองปราบฯ สนธิกำลังทหารและตำรวจ สน.ดอนเมือง เข้าจับกุมบ่อนไฮโล ถนนสรงประภา รวบ 41 นักพนัน และของกลางจำนวนหนึ่ง พบลักลอบเปิดบ่อนมาประมาณ 1 สัปดาห์

พ.ต.อ.จิรภพ ภูริเดช ผู้กำกับการ 1 กองบังคับการปราบปราม พร้อมกำลังตำรวจกองปราบปราม ตำรวจสืบสวนนครบาล 2 สน.ดอนเมือง และ ทหารจากกรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ สนธิกำลังเข้าตรวจค้นในอาคารแห่งหนึ่งริมถนนสรงประภา เขตดอนเมือง หลังได้รับแจ้งว่าสถานที่ดังกล่าวเปิดเป็นบ่อนการพนันไฮโล

จากการเข้าตรวจค้น เจ้าหน้าที่พบนักพนันชายหญิง รวม 41 คน พร้อมยึดอุปกรณ์การเล่นพนันไฮโลหลายชนิด อาทิ เก้าอี้ พร้อมเงินสดจำนวนหนึ่ง และชิพที่ใช้แลกเล่นการพนัน ซึ่งการตรวจค้นในครั้งนี้ เจ้าหน้าที่สืบทราบว่ามีการลักลอบเล่นการพนันประเภทไฮโลจึงสนธิกำลังเข้าตรวจค้นและคุมตัวนักพนันมาทำการสอบปากคำและตรวจสอบประวัติ ที่ สน.ดอนเมือง พร้อมกับแจ้งข้อหาร่วมกันลักลอบเล่นการพนันโดยไม่ได้รับอนุญาต

สำหรับอาคารที่เจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นในครั้งนี้ พบว่ากำลังปรับปรุงเป็นร้านขายส่งสุรา แต่ยังไม่มีสินค้า และลักลอบเปิดให้เล่นการพนันมาประมาณ 1 สัปดาห์แล้ว ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีผู้แสดงตัวเป็นเจ้าของอาคารดังกล่าว

การดูแลเด็กที่เคยเป็นลำไส้ติดเชื้อ เรื่องควรรู้สำหรับคุณแม่

การดูแลเด็กที่เคยเป็นลำไส้ติดเชื้อ สำหรับคุณแม่ที่เคยมีลูกเป็นลำไส้ติดเชื้อ ควรจะดูแลลูกน้อยอย่างไรดี มาศึกษากันเลย…

บ่อยครั้งที่เด็กทารกมักเป็นโรคที่เกี่ยวกับลำไส้ โดยเฉพาะ “การติดเชื้อในลำไส้” หรือ “ลำไส้อักเสบ” ซึ่งเป็นโรคที่พบได้บ่อยมาก ๆ ในเด็กทารกวัยไม่เกิน 1 ขวบ ซึ่งโรคติดเชื้อในลำไส้นี้ส่วนใหญ่มักมีสาเหตุมาจากเชื้อไวรัสหรือแบคทีเรีย ส่งผลให้ลูกน้อยมีอาการอาเจียนและถ่ายอุจจาระเหลว ทั้งนี้การรักษาส่วนใหญ่จะรักษาตามอาการ โดยให้ดื่มน้ำเกลือแร่ และรับประทานอาหารอ่อน ๆ ตามวัย ถ้าหากไม่รุนแรงมากอาการก็จะค่อย ๆ ดีขึ้นและหายไปเอง แต่ทั้งนี้ก็มีเด็กบางคนที่ติดเชื้อรุนแรง อาจต้องให้แพทย์ดูแลอย่างใกล้ชิด เพราะร่างกายขาดน้ำและเกลือแร่อย่างรุนแรง หากไม่รีบรักษาอาจทำให้ช็อกและเป็นอันตรายถึงชีวิตได้

ทั้งนี้สำหรับคุณแม่ที่เคยมีลูกน้อยเป็นโรคลำไส้ติดเชื้อ เมื่อหายดีแล้วก็ไม่ควรละเลย และควรที่จะต้องดูแลเป็นพิเศษด้วยนะคะ เพราะโรคนี้สามารถกลับมาเป็นได้อีก ซึ่งคุณแม่หลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่าควรจะดูแลอย่างไรดี วันนี้กระปุกดอทคอมจึงได้นำวิธีดูแลเด็กเล็กที่เคยเป็นลำไส้ติดเชื้อมาแนะนำกันค่ะ
– พยายามให้เด็กดื่มนมแม่ เพราะนมแม่เป็นวัคซีนที่สามารถป้องกันโรคลำไส้ติดเชื้อได้ดีที่สุด

– ในกรณีที่เด็กต้องดื่มนมหรือน้ำจากขวด รวมถึงภาชนะใส่อาหาร คุณแม่ควรจะต้องทำความสะอาดด้วยการนำไปต้ม และผึ่งให้แห้งก่อนทุกครั้ง

– น้ำที่ให้ลูกน้อยดื่ม หรือน้ำที่นำมาผสมกับนมผง ควรเป็นน้ำที่ต้มสุกแล้วเท่านั้น

– คุณแม่ควรหมั่นดูแลทำความสะอาดบ้าน ทำความสะอาดอุปกรณ์ และข้าวของต่าง ๆ ที่ลูกน้อยสามารถหยิบจับได้ให้สะอาดอยู่เสมอ
– พยายามให้เด็กดื่มนมแม่ เพราะนมแม่เป็นวัคซีนที่สามารถป้องกันโรคลำไส้ติดเชื้อได้ดีที่สุด

– ในกรณีที่เด็กต้องดื่มนมหรือน้ำจากขวด รวมถึงภาชนะใส่อาหาร คุณแม่ควรจะต้องทำความสะอาดด้วยการนำไปต้ม และผึ่งให้แห้งก่อนทุกครั้ง

– น้ำที่ให้ลูกน้อยดื่ม หรือน้ำที่นำมาผสมกับนมผง ควรเป็นน้ำที่ต้มสุกแล้วเท่านั้น

– คุณแม่ควรหมั่นดูแลทำความสะอาดบ้าน ทำความสะอาดอุปกรณ์ และข้าวของต่าง ๆ ที่ลูกน้อยสามารถหยิบจับได้ให้สะอาดอยู่เสมอ

ช็อกโกแลต กับ 14 ประโยชน์จัดเต็มที่ชวนลิ้มลอง

ช็อกโกแลตเป็นหนึ่งในของอร่อยที่ใครหลายคนต้องคอยยั้งใจไม่ให้ก­­­กินเยอะ มิเช่นนั้นน้ำหนักจะพุ่งเอาได้ แต่ต่อไปนี้การกินช็อกโกแลตจะไม่ทำลายสุขภาพต่อไป เพราะเรามีเคล็ดลับในการกินมาบอก
ช็อกโกแลตรสหวานอร่อยทำเราอารมณ์ดีขึ้นในพริบตานั้น หากกินเป็นประจำทุกวันย่อมส่งผลกระทบต่อสุขภาพแน่นอน โดยเฉพาะมิลค์ช็อกโกแลต และช็อกโกแลตสอดไส้ต่าง ๆ ทั้งที่ความจริงแล้วช็อกโกแลตนั้นไม่ใช่อาหารตัวร้ายสำหรับสุขภ­­­าพของเราเลย หากกินอย่างรู้หลักก็จะช่วยบำรุงสุขภาพกายและใจของเราให้แข็งแร­­­งขึ้นอีกด้วย แต่เอ๊ะ ! หลักการกินช็อกโกแลตที่ถูกต้องและพอดีนั้นจะเป็นอย่างไรนะ กระปุกดอทคอมมีคำตอบมารอให้คุณอ่านตรงนี้แล้ว ช็อกโกแลตจะดีต่อสุขภาพหรือไม่ อยู่ที่ปริมาณโกโก้

โกโก้ เป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้ช็อกโกแลตสุดโปรดของเราทำให้เรามีสุขภาพ­­­ดีได้ เพราะในโกโก้แท้นั้นอุดมด้วยสารฟลาโวนอยด์ที่ช่วยบำรุงหลอดเลือ­­­ดของเราให้แข็งแรง

จากผลการวิจัยที่ถูกตีพิมพ์ลงในวารสาร American College of Cardiology (JACC) เผยว่า สารฟลาโวนอยด์มีผลต่อสุขภาพหัวใจและหลอดเลือดของเรา โดยจะช่วยปรับสมดุลการไหลเวียนโลหิตในหลอดเลือด กระตุ้นสร้างเซลล์เส้นเลือดใหม่ และมีคุณสมบัติชะลอความเสื่อมของเซลล์ได้อีกด้วย ดังนั้น หากในช็อกโกแลตแท่งโปรดมีปริมาณโกโก้อยู่สูง นั่นก็หมายถึง เป็นช็อกโกแลตที่กินแล้วดีต่อสุขภาพ โดยเฉพาะ “ดาร์กช็อกโกแลต”

ในขณะเดียวกัน ช็อกโกแลตที่มีปริมาณโกโก้แท้น้อยมาก เช่น ไวท์ช็อกโกแลต และช็อกโกแลตนม นั้นเป็นช็อกโกแลตที่เราควรหลีกเลี่ยง เพราะเป็นช็อกโกแลตที่มีปริมาณสารฟลาโวนอยด์น้อย แต่มีปริมาณน้ำตาล ไขมัน และมีสีผสมอาหารสังเคราะห์ปนอยู่สูงทีเดียวเลือกกินช็อกโกแลตอย่างไรให้ได้สุขภาพ

สำหรับคนที่เป็นช็อกโกแลตเลิฟเวอร์นั้น เราขอแนะนำหลักการง่าย ๆ ในการกินช็อกโกแลตให้ดีต่อสุขภาพ นั่นคือ ดูปริมาณโกโก้เป็นหลัก ถ้าเป็นดาร์กช็อกโกแลตได้ยิ่งดีค่ะ เพราะดาร์กช็อกโกแลตส่วนใหญ่นั้นทำมาจากโกโก้แท้ มีรสขมนำ และมีปริมาณน้ำตาล ไขมันน้อยมาก

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้จะเลือกกินดาร์กช็อกโกแลต ก็ควรกินในปริมาณที่พอเหมาะด้วยนะคะ นั่นคือ ประมาณ 198 กรัมต่อสัปดาห์ หรือประมาณวันละ 28 กรัม อีกสิ่งหนึ่งที่ต้องระวังให้ดีก็คือ ปริมาณโกโก้ โดยในช็อกโกแลตที่เราเลือกนั้นควรมีโกโก้แท้ผสมอยู่อย่างน้อยร้­­­อยละ 70 อีกทั้งสีของช็อกโกแลตก็ควรออกไปทางดำเข้ม ช็อกโกแลตยิ่งมีสีดำเข้มยิ่งดีต่อสุขภาพค่ะ ส่วนช็อกโกแลตที่มีสีน้ำตาล ส่วนมากจะเป็นมิลค์ช็อกโกแลต

ช็อกโกแลตสอดไส้ กลลวงความอร่อยที่ควรระวัง

หากใครที่ชอบกินช็อกโกแลตมาก ๆ ย่อมรู้ดีว่า ช็อกโกแลตมีความอร่อยให้เราหลากหลายรูปแบบมาก เช่น ไวท์ช็อกโกแลต ช็อกโกแลตนมผสมรสชาติต่าง ๆ ช็อกโกแลตเคลือบถั่ว ช็อกโกแลตผสมนูกัต ช็อกโกแลตเคลือบคาราเมล หรือแม้แต่ช็อกโกแลตเคลือบเจลลี่ ซึ่งช็อกโกแลตเหล่านี้เป็นสิ่งที่เราควรหลีกเลี่ยง เพราะในช็อกโกแลตเหล่านี้ไม่ให้ประโยชน์ใด ๆ ต่อสุขภาพเลย นอกจากความอร่อยเท่านั้น !

ที่น่าตกใจคือ ส่วนใหญ่มีโกโก้แท้อยู่ไม่ถึงร้อยละ 50 ด้วยซ้ำไป และมีสิ่งที่เพิ่มเข้ามาทำให้ช็อกโกแลตน่ากินมากขึ้นก็ก็คือ เนยโกโก้ (Cocoa Butter) โกโก้แมส (Cocoa liquor หรือ Cocoa Powder) และน้ำตาล โดยตัวการบั่นทอนสุขภาพของเราก็คือ เนยโกโก้ ที่มีกรดไขมันอิ่มตัวอยู่ 2 ชนิด ได้แก่ กรดปาล์มิติก (Palmiticacid) และกรดสเตียริก (StearicAcid) นอกจากนี้ยังรวมถึงปริมาณน้ำตาลและสารสังเคราะห์อื่น ๆ อีกด้วย ดังนั้น หากเรากินช็อกโกแลตเหล่านี้เป็นประจำทุกวัน ก็มีสิทธิ์ที่โรคหัวใจ โรคอ้วน โรคเบาหวาน และโรคความดันโลหิตจะถามหาเอาได้
14 ข้อดีของดาร์กช็อกโกแลตที่มีต่อสุขภาพ

สำหรับใครที่ติดกินมิลค์ช็อกโกแลตเป็นประจำทุกวัน ขอแนะนำว่า ควรหันมากินดาร์กช็อกโกแลตบ้าง เพราะในดาร์กช็อกโกแลตนั้น มีประโยชน์ต่อสุขภาพซ่อนอยู่หลายข้อเลยทีเดียวค่ะ รับรองว่าอ่านแล้วจะยิ่งชอบกินช็อกโกแลตมากขึ้นไปอีก มาดูกันเถอะว่าช็อกโกแลตสีดำเข้มนี้จะให้ประโยชน์ต่อสุขภาพของเ­­­ราอะไรบ้าง

บำรุงหัวใจ

จากผลการวิจัยของประเทศสวีเดนเผยว่า การกินดาร์กช็อกโกแลตอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้งช่วยลดความเสี่ยงเ­­­สียชีวิตด้วยโรคหัวใจได้สูงถึงร้อยละ 44 ทั้งนี้เป็นเพราะปริมาณสารฟลาโวนอยด์ในดาร์กช็อกโกแลตนั้นช่วยป­­­รับสมดุลความดันโลหิต เพิ่มการไหลเวียนของเลือดไปหล่อเลี้ยงหัวใจมากขึ้น ช่วยขยายหลอดเลือด ป้องกันหลอดเลือดแข็งตัวที่จะทำให้เกิดภาวะหลอดเลือดตีบตันในเว­­­ลาต่อมา

ช่วยให้ความจำดีขึ้น

ดาร์กช็อกโกแลตเพิ่มการไหลเวียนของเลือดให้ไปเลี้ยงสมองมากขึ้น­­­ ทำให้เราจดจำอะไรได้ดีขึ้น จากผลการวิจัยของมหาวิทยาลัย Nottingham ในประเทศอังกฤษ เผยว่า สารฟลาโวนอยด์ในโกโก้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการจดจำของสมองให้น­­­านมากขึ้นถึง 2-3 ชั่วโมง

ป้องกันโรคเบาหวานประเภท 2

สารฟลาโวนอยด์ในดาร์กช็อกโกแลตช่วยยับยั้งการกระตุ้นสร้างอินซู­­­ลินในร่างกายได้ และยังช่วยปรับสมดุลความดันโลหิตของเราอีกด้วย จึงช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นโรคเบาหวานประเภท 2 ได้
ช่วยชะลอความเสื่อมของเซลล์

ดาร์กช็อกโกแลตเป็นอาหารที่อุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ จึงช่วยชะลอความเสื่อมของเซลล์ต่าง ๆ ในร่างกาย เช่น ยับยั้งการเกิดเซลล์มะเร็ง และชะลอกระบวนการเกิดริ้วรอยบนผิวพรรณ เป็นต้น

ลดการสะสมของแบคทีเรียในช่องปาก

ดาร์กช็อกโกแลตเป็นอาหารที่มีความหวานต่ำ เพราะมีสารคาเฟอีนให้ความขมที่เรียกว่า ธีโอโบรมีน(Theobromine) อยู่ในปริมาณสูง ดังนั้น กินแล้วจึงไม่ต้องห่วงว่าฟันจะผุจากการสะสมของแบคทีเรีย

บำรุงเลือด

ดาร์กช็อกโกแลตแท่งสีดำเข้มอุมดมไปด้วยแร่ธาตุและวิตามินที่สำค­­ัญต่อร่างกาย เช่น โพแทสเซียม สังกะสี แมกนีเซีย และธาตุเหล็ก ซึ่งช่วยบำรุงเลือดของเราให้เกิดการไหลเวียนได้ดีขึ้น ทำให้เราห่างไกลจากภาวะโลหิต โรคเบาหวานประเภท 2 โรคหัวใจ และโรคความดันโลหิตสูง

ช่วยลดน้ำหนัก

จากผลการวิจัยของมหาวิทยาลัยโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก เผยว่า รสขมของดาร์กช็อกโกแลตช่วยยับยั้งความอยากอาหารได้ดี โดยเฉพาะ อาหารที่มีรสหวาน รสเค็ม และมีไขมันสูง ซึ่งการกินดาร์กช็อกโกแลตขนาดแค่เหรียญบาทเป็นประจำทุกวัน ก็สามารถช่วยให้เราควบคุมน้ำหนักตัวได้ง่ายขึ้นแล้ว น่าลองนะคะ !

ดีต่อลูกน้อยในครรภ์

คนท้องที่กินช็อกโกแลตเป็นประจำมีแนวโน้มว่าลูกน้อยในครรภ์เป็น­­­เด็กอารมณ์ดี ยิ้มเก่ง จากผลการวิจัยของประเทศฟินแลนด์ เผยว่า คนท้องที่กินดาร์กช็อกโกแลตมากกว่า 5 ครั้งต่อสัปดาห์ในช่วง 3 เดือนแรกของการตั้งท้องนั้น มีความเสี่ยงต่ำที่จะครรภ์เป็นพิษถึงร้อยละ 69 อีกทั้งยังมีแนวโน้มได้ลูกน้อยที่มีนิสัยน่ารัก อารมณ์ดี และยิ้มเก่งด้วย สาเหตุมาจากการที่สมองของคุณแม่หลั่งสารเคมีเฟนิลเอธิลลามีน (Phenylethylamine) ออกมาขณะกินช็อกโกแลต ทำให้รู้สึกอารมณ์ดี ซึ่งความรู้สึกนี้ก็จะถ่ายทอดถึงลูกน้อยด้วย
ทำให้อารมณ์ดีขึ้น

ในขณะที่เรากำลังกินดาร์กช็อกโกแลตนั้น สมองของเราจะหลั่งสารแห่งความสุข หรือสารเอ็นดอร์ฟิออกมาด้วย ทำให้เรารู้สึกอารมณ์ดีขึ้น

ปกป้องผิวจากแสงแดด

จากผลการวิจัยในประเทศอังกฤษ และเยอรมนี เผยตรงกันว่า สารฟลาโวนอยด์ในช็อกโกแลตนั้นมีคุณสมบัติปกป้องเซลล์ผิวจากการถ­­­ูกทำร้ายของรังสียูวีได้ โดยจะกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด ทำให้เซลล์ผิวมีความแข็งแรงมากขึ้น จึงช่วยป้องกันเซลล์ผิวถูกทำลายได้

แก้ไอ ทำให้ชุ่มคอขึ้น

มีผลการวิจัยหนึ่งเผยว่า การกินช็อกโกแลตนั้นสามารถบรรเทาอาการคันคอ และอาการไอได้ สาเหตุมาจากสารคาเฟอีนในโกโก้ที่เรียกว่า ธีโอโบรมีน (Theobromine) มีคุณสมบัติทำให้ชุ่มคอคล้ายคลึงกับตัวยาโคดีอีน (codeine) หรือยาแก้ไอ

บรรเทาอาการท้องเสีย

เคยมีบันทึกกล่าวเอาไว้ว่า ในทวีปยุโรปและอเมริกาใต้สมัยศตวรรษที่ 16 นั้นมีการนำช็อกโกแลตมาใช้บรรเทาอาการท้องเสีย เพราะสารฟลาโวนอยด์ในช็อกโกแลตจะจับตัวกับโปรตีนในร่างกาย เพื่อปรับสมดุลการขับถ่ายของเราให้ดีขึ้น

บรรเทาอาการก่อนมีประจำเดือนของผู้หญิง (PMS)

ช็อกโกแลตสามารถบรรเทาอาการก่อนมีประจำเดือนของผู้หญิงได้ โดยจะช่วยกระตุ้นให้สมองหลั่งสารเอ็นดอร์ฟินออกมาปรับสมดุลอารม­­­ณ์ และยังช่วยลดอาการบวมน้ำได้อีกด้วย

ช่วยลดคอเลสเตอรอล

จากผลการวิจัยของมหาวิทยาลัยอิลลินอยส์ เออร์แบนา-แชมเปญจน์ ในสหรัฐอเมริกา เผยว่า สารฟลาโวนอยด์ในดาร์กช็อกโกแลตนั้นช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลในเลื­­­อดได้ และยังช่วยปรับสมดุลความดันโลหิตได้อีกด้วย เพราะช็อกโกแลตชนิดนี้มีกรดโอเลอิกสูง ซึ่งเป็นกรดไขมันไม่อิ่มตัวที่ดีต่อร่างกาย
ช็อกโกแลตกับข้อยกเว้นเรื่องสุขภาพ

ช็อกโกแลตก็มีข้อจำกัดบางประการกับคนที่มีปัญหาเรื่องสุขภาพที่่ป่วยเป็นโรคไตและไมเกรน หากกินเข้าไปแล้วอาจเกิดผลเสียมากกว่าผลดี

ไมเกรน

เพราะในช็อกโกแลตนั้นมีสารเคมีที่ชื่อ ไทรามีน (Tyramine) ที่จะยิ่งทำให้การไหลเวียนของเลือดอยู่ในระดับต่ำลง อาการปวดไมเกรนอาจหนักขึ้นกว่าเดิม

โรคไต

ช็อกโกแลตเป็นอาหารที่มีกรดออกซาลิกสูง หากผู้ป่วยโรคไตกินเข้าไปอาจทำให้เกิดผลึกแคลเซียมออกซาเลทสะส­มเป็นก้อนนิ่วในกรวยไตมากขึ้น

การกินช็อกโกแลตเป็นประจำทุกวันจะไม่กระทบต่อสุขภาพเลย หากเรากินในปริมาณที่เหมาะสม แต่ก็ไม่ใช่ว่าอยากให้สุขภาพดีจึงกินแต่ช็อกโกแลตเพียงอย่างเดี­­­ยวเท่านั้นนะคะ แบบนี้คงไม่ดีต่อสุขภาพแน่ ๆ ทางที่ดีคือ กินอาหารให้ครบ 5 หมู่ และกินช็อกโกแลตในระหว่างมื้อค่ะ เพียงเท่านี้ ช็อกโกแลตก็ไม่ทำร้ายสุขภาพของเราแล้ว

เร่เข้ามา! “ปืน” ประกาศขาย “อเล็กซิส” 43 ล้านปอนด์ซัมเมอร์นี้

อาร์เซน่อล ยักษ์ใหญ่พรีเมียร์ลีก พร้อมแล้วที่จะปล่อย อเล็กซิส ซานเชซ กองหน้ากึ่งปีกทีมชาติชิลี วัย 28 ปี ให้กับทีมที่สนใจในช่วงซัมเมอร์นี้ แต่ต้องได้ราคาตามที่ต้องการ อยู่ที่ 43 ล้านปอนด์ (1,884 ล้านบาท) จากการนำเสนอข่าวของ “Corriere dello Sport”

ความเคลื่อนไหวของถิ่นเอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ล่าสุดตกเป็นข่าว จากการนำเสนอของสำนัก “Corriere dello Sport” ซึ่งรายงานว่า “ปืนใหญ่” อาร์เซน่อล ของ อาร์แซน เวนเกอร์ พร้อมแล้วที่จะปล่อย อเล็กซิส ซานเชซ ดาวเตะตัวเก่งวัย 28 ปี ออกจากทีมหลังจบฤดูกาลนี้ 2016-17

ทั้งนี้ระบุว่าสืบเนื่องมาจากสัญญาค้าแข้งฉบับใหม่ของอดีตนักเตะอูดิเนเซ่ และบาร์เซโลน่า ยังไม่สามารถหาข้อยุติหรือข้อตกลงร่วมกันได้เป็นที่น่าพอใจทั้งสองฝ่าย ทำให้บอร์ดบริหารตัดสินใจขาย ดีกว่าต้องเสียนักเตะไปโดยไม่ได้แม้แต่แดงเดียว ขณะที่สัญญาของดาวเตะทีมชาติชิลี จะหมดอายุในปี 2018

โดย ”เดอะ กันเนอร์ส” พร้อมขายทันที หากได้ค่าตัวตามที่ต้องการที่จำนวนเงิน 43 ล้านปอนด์ สำหรับอเล็กซิสนั้นตกเป็นข่าวพัวพันหลายทีมช่วงที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็น เชลซี, อินเตอร์ มิลาน, ยูเวนตุส, แมนเชสเตอร์ ซิตี้ รวมถึงทีมในลีกจีน ฯลฯ

“บุรีรัมย์” บรรลุสัญญายืมตัว “ภานุพงศ์ พลซา” จากฉลามชล

“ปราสาทสายฟ้า” บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด สโมสรในศึกโตโยต้า ไทยลีก บรรลุข้อตกลงกับ ชลบุรี เอฟซี ในการขอยืมตัว ภานุพงศ์ พลซา นักเตะสารพัดประโยชน์อนาคตไกล ด้วยสัญญายืมตัว 1 ฤดูกาล

โดยนายทัดเทพ พิทักษ์พูลสิน ผู้จัดการทีมบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เปิดเผยถึงเรื่องดังกล่าวว่า ตอนนี้เราได้บรรลุข้อตกลงในการยืมตัว ภานุพงศ์ พลซา นักเตะสารพัดประโยชน์จากชลบุรี เอฟซี เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ด้วยสัญญายืมตัว 1 ฤดูกาล

“ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณทาง ชลบุรี เอฟซี ที่ปล่อยตัวนักเตะมาให้เราใช้งาน ทางสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ได้ติดตามดูเด็กคนนี้มาระยะหนึ่งแล้ว ซึ่งทาง ภานุพงศ์ นั้นถือว่าเป็นนักเตะสารพัดประโยชน์ มีทักษะฟุตบอลที่ดี อีกทั้งมองว่าเป็นนักเตะอนาคตไกล เราเชื่อว่าสโมสรจะได้ประโยชน์จากความสามารถของเขา จึงมีการเจรจายืมตัวกันในที่สุด”

สำหรับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด มีคิวลงสนามศึกฟุตบอล โตโยต้า ไทยลีก 2017 เกมที่ 2 ด้วยการออกไปเยือน ราชนาวี ในวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา 19.00 น.

ประวัติ “ดิว” ภานุพงศ์ พลซา
ตำแหน่ง : ปีกขวา
วัน/เดือน/ปีเกิด : 3 มิถุนายน 2537
เกิดที่ : จ.เลย
ส่วนสูง : 166 ซม. น้ำหนัก : 62 กก.

ภานุพงศ์ พลซา เริ่มเล่นฟุตบอลครั้งแรกเมื่ออายุ 3 ปี โดยมีคุณพ่อซึ่งเป็นอดีตนักบอลเขต 4 จังหวัดเลย เป็นผู้ฝึกสอน “ดิว” เข้าสู่วงการลูกหนังอย่างจริงจัง เมื่อคัดตัวติดโรงเรียนอัสสัมชัญศรีราชา ในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 และพาทีมคว้าแชมป์ฟุตบอลไพรม์มินิสเตอร์ รุ่นอายุ 16 ปี รอบประเทศได้ถึง 2 สมัยติดต่อกัน ทำให้ “ดิว” ภานุพงศ์ พลซา ก้าวขึ้นมาติดทีมเยาวชนชาติไทย ชุดอายุไม่เกิน 16 ปี

ปี 2012 ภานุพงศ์ พลซา ก็ได้รับสัญญาเป็นนักเตะอาชีพของ ชลบุรี เอฟซี และถูกส่งไปเล่นกับ พานทอง เอฟซี จากนั้นปี 2014 – 2015 ก็ถูกยืมตัวมาร่วมทีม ทีโอที เอสซี ก่อนที่ปี 2016 ชลบุรี เอฟซี จะเรียกตัวกลับมาใช้งาน และปี 2017 ก็ย้ายมาร่วมทัพกับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ในสัญญายืมตัว 1 ฤดูกาล

ปฏิบัติการทลายแหล่งมั่วสุมรวบ 22ไทย-พม่ายาเสพติด การพนัน

ตำรวจชุดสืบ สภ.กะทู้ ออกปฏิบัติการณ์เข้มข้นตรวจค้นแหล่งมั่วสุม และบุคคลกลุ่มเสี่ยง เพื่อทลายและจับกุมยาเสพติดทุกประเภท ในช่วงก่อนเทศกาลวันสงกรานต์ รวบ 14 ผู้ต้องหาคนไทย-พม่าคดียาเสพติด 8 พม่า มั่วสุมลักลอบเล่นการพนัน

เมื่อวันที่ 12 เม.ย.2558 เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม สถานีตำรวจภูธรกะทู้ ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.อ.ชัยวัฒน์ อุ้ยคำ ผกก.สภ.กะทู้ ,พ.ต.ท.สรพงษ์ ชูแก้ว รอง ผกก.สส.ฯ นำโดย พ.ต.ท.สุทธิชัย เทียนโพธิ์ สว.สส.สภ.กะทู้ พร้อมชุด ชปส.สภ.กะทู้ ได้ทำการปิดล้อมตรวจค้น 5 จุด จับกุมผู้ต้องหายาเสพติดและขยายผล จำนวน 13 ราย 14 คน ดังนี้
1. น.ส.จุฬาพร หรือปาม บัวชูก้าน อายุ 29 ปี พร้อมด้วยของกลาง ยาไอซ์น้ำหนัก 0.45 กรัม จำนวน 1 ถุง (ได้จากการล่อซื้อ)และ ยาไอซ์น้ำหนัก 1.40 กรัม จำนวน 4 ถุง โดยกล่าวหาว่า “มียาเสพติดให้โทษประเภทที่1(ยาไอซ์) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย” 2.นาย อเล็ก สัญชาติพม่า อายุ 32 ปี พร้อมด้วยของกลาง ยาไอซ์น้ำหนัก 1.40 กรัม จำนวน 4 ถุง และ ยาบ้าจำนวน 29 เม็ด โดยกล่าวหาว่า “มียาเสพติดให้โทษประเภทที่1 (ยาไอซ์และยาบ้า) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย”
3.นาย โป สัญชาติพม่า อายุ 20 ปี พร้อมด้วยของกลาง ยาไอซ์น้ำหนัก 1.40 กรัม จำนวน 1 ถุง โดยกล่าวหาว่า “มียาเสพติดให้โทษประเภทที่1 (ยาไอซ์) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย”
4.นายจักรกริช หรือแหน่ง อินทะกนก อายุ 35 ปี พร้อมด้วยของกลางยาไอซ์น้ำหนัก 0.40 กรัม จำนวน 1 ถุง (ได้จากการล่อซื้อ) โดยกล่าวหาว่า “มียาเสพติดให้โทษประเภทที่1 (ยาไอซ์) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย”
5.นางสมร หรือหมอน ขวัญยืน อายุ 48 ปี พร้อมด้วยของกลางยาไอซ์น้ำหนัก 0.35 กรัม จำนวน 1 ถุง (ได้จากการล่อซื้อ) โดยกล่าวหาว่า “มียาเสพติดให้โทษประเภทที่1 (ยาไอซ์) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและพยายามจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย”
6.นายสมบูรณ์ หรือเจน อำนาจ อายุ 26 ปี พร้อมด้วยของกลางยาไอซ์น้ำหนัก 0.55 กรัม จำนวน 1 ถุง โดยกล่าวหาว่า “มียาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (ยาไอซ์ )ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย” 7.นายภูวเรศ หรือตั๊ก รัตนสุชล อายุ 26 ปี พร้อมด้วยของกลางยาไอซ์น้ำหนัก 0.40 กรัม จำนวน 1 ถุง โดยกล่าวหาว่า “มียาเสพติดให้โทษประเภทที่1 (ยาไอซ์) ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย” 8.นายชรินทร หรือบูม สุทธิขันธ์ อายุ 26 ปี พร้อมด้วยของกลางยาไอซ์น้ำหนัก 0.40 กรัม จำนวน 1 ถุง โดยกล่าวหาว่า “มียาเสพติดให้โทษประเภทที่1 (ยาไอซ์) ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย” 9.นายสามารถ หรือกิ๊บ ปีนัง อายุ 32 ปี พร้อมด้วยของกลางยาไอซ์น้ำหนัก 0.40 กรัม จำนวน 1 ถุง โดยกล่าวหาว่า “มียาเสพติดให้โทษประเภทที่1 (ยาไอซ์) ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย”10.น.ส.วิสา หรือวิ นิ่มคล้าย อายุ 24 ปี พร้อมด้วยของกลางกัญชาแห้งน้ำหนัก 0.95 กรัม จำนวน 1 ถุง โดยกล่าวหาว่า “มียาเสพติดให้โทษประเภทที่5 (กัญชา) ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย”11.นายสยาม บูอ่อง อายุ 20 ปี พร้อมด้วยของกลางกัญชาแห้งน้ำหนัก 1.15 กรัม จำนวน 1 ถุง โดยกล่าวหาว่า “มียาเสพติดให้โทษประเภทที่5 (กัญชา) ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย” 12.นายมาวิน หรือแม็ค ตันติผล อายุ 18 ปี พร้อมด้วยของกลางกัญชาแห้งน้ำหนัก 1.15 กรัม จำนวน 1 ถุง โดยกล่าวหาว่า “มียาเสพติดให้โทษประเภทที่5 (กัญชา) ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย” 13.นายอิด ตัน อายุ 59 ปี สัญชาติพม่า ผู้ต้องหาที่1 และ 14.นาง บิว เปีย อายุ 35 ปี สัญชาติพม่า ผู้ต้องหาที่2 พร้อมด้วยของกลางหม้อต้มพร้อมกากใบกระท่อม จำนวน 1 ใบ โดยกล่าวหาว่า “ร่วมกันผลิตและมียาเสพติดให้โทษประเภทที่5 (พืชกระท่อม) ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย” คุมตัว ส่ง พนักงานสอบสวน สภ.กะทู้ ดำเนินคดีต่อไป
นอกจากนี้ ในวันเดียวกัน เวลาประมาณ 16.30 น.เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมดังกล่าว ยังได้ ร่วมกันจับกุมตัวผู้ต้องหาสัญชาติพม่าลักลอบเล่นการพนัน จำนวน 2 ราย ผู้ต้องหา 8 คน ดังนี้ รายแรก 1.นาง เงาะ อายุ 42 ปี สัญชาติพม่า 2.นาง ข่าย อายุ 33 ปี สัญชาติพม่า 3.นางแตงโม อายุ 42 ปี สัญชาติพม่า 4.นาย กาว อายุ 28 ปี สัญชาติพม่า พร้อมด้วยของกลาง ไพ่ป็อก(หลังสีดำ) จำนวน 1 สำรับ เงินสดจำนวน 120 บาท รายที่สอง 1.นาย สลิม อายุ 31 ปี สัญชาติพม่า 2.นาง ทร อายุ 40 ปี สัญชาติพม่า 3.นาง โท อายุ 42 ปี สัญชาติพม่า 4.นาย เชเมทอง อายุ 22 ปี สัญชาติพม่า พร้อมด้วยของกลาง ไพ่ป็อก(หลังสีดำ) จำนวน 1 สำรับ เงินสดจำนวน 200 บาท โดยกล่าวหาว่า “เป็นบุคลต่างด้าวหลบหนีเข้ามาในราชอาณาจักรสยามโดยไม่ได้รับอนุญาตและ ร่วมกันลักลอบเล่นการพนัน (ไพ่ป็อกแปดเก้า )พนันเอาทรัพย์สินกันโดยไม่ได้รับอนุญาต”โดยจับกุมผู้ต้องหาได้ที่ แค็มป์ที่พักคนงานไม่มีเลขที่ภายในโครงการคอนโดพนาสนธิ์ซิตี้ ถ.นาใน ต.ป่าตอง อ.กะทู้ จว.ภูเก็ต นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.กะทู้ ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ทั้งนี้การออกตรวจสอบจับกุมดังกล่าว เป็นไปตามนโยบายผู้บังคับบัญชา ให้ปฏิบัติการณ์เข้มข้น ในการตรวจค้นแหล่งมั่วสุม และบุคคลกลุ่มเสี่ยง เพื่อทลายและจับกุมยาเสพติดทุกประเภท ในช่วงก่อนเทศกาลวันสงกรานต์

ทหารบุกจับบ่อนการพนันอดีตนักการเมืองท้องถิ่นย่านรามอินทรา

MGR Online – ทหารชุดเฉพาะกิจกองทัพภาค 1 บุกจับบ่อนการพนัน ไฮโล ไพ่ป๊อกแปดป๊อกเก้า ของนายทุนใหญ่อดีตนักการเมืองท้องถิ่น ย่านรามอินทรา เปิดโจ๋งครึ่ม 24 ชม. สวนความรู้สึกคนไทยอย่างไม่เกรงกลัวกฎหมาย รวบนักเล่นกว่าร้อยคน ยึดอุปกรณ์การและเงินสดกว่าแสนบาท

วันนี้ (24 ต.ค.) เมื่อเวลา 14.30 น. พ.อ นพสิทธิ์ สิทธิพงศ์โสภณ ผบ.ม.1 รอ. พ.อ.อุดม แก้วมหา รอง ผบ.ม.1 รอ. ชุดเฉพาะกิจกองทัพภาค 1 และกำลังเจ้าหน้าที่ทหาร 52 นาย เข้าปิดล้อมบ่อนการพนัน ตั้งอยู่หลังตลาดนัด ซ.รามอินทรา 14 แขวงท่าแร้ง เขตบางเขน กทม. ซึ่งเป็นพื้นที่รับผิดชอบของ สน.โคกคราม หลังได้รับแจ้งจากพลเมืองดี ว่า สถานที่ดังกล่าวมีการลักลอบเปิดให้เล่นการพนันประเภท ไฮโล ไพ่ป๊อกแปดป๊อกเก้า และมีนักพนันเข้าออกเป็นจำนวนมาก สามารถจับกุมนักพนันได้กว่าร้อยคน พร้อมของกลางอีกหลายรายการ

ที่เกิดเหตุลักษณะเป็นอาคารห้องแถวเลขที่ 2/301 และห้องแถวเลขที่ 2/302 เป็นห้องแถวชั้นเดียวภายในดัดแปลงเป็นบ่อนแบบครบวงจร เจาะกำแพงให้สามารถที่จะเดินทะลุไปยังห้องต่าง ๆ จากการตรวจสอบพบนักพนันกำลังเล่นพนันอยู่ จึงได้แสดงตัวเข้าควบคุมตัวนักพนันได้ทั้งหมดเป็นชาย 36 คน หญิง 83 คน รวม 119 คน พร้อมของกลางแบ่งเป็น อาคารที่ 1 พบเงินสด 138,500 บาท ถ้วยไฮโล 4 ชุด โต๊ะไฮโล 1 ตัว ไม้เขี่ย 33 อัน และโพยบอล ส่วนอาคารที่ 2 พบไพ่ 28 สำรับ ถ้วยไฮโล 1 ชุด ลูกเต๋า เครื่องบันทึกวงจรปิด 1 เครื่อง จอแสดงผล 1 เครื่อง โต๊ะวงไพ่ 4 ตัว และวิทยุสื่อสารมือถือสีแดง 2 เครื่อง และมี นายธวัชชัย ลาภเหลือ อายุ 55 ปี บ้านเลขที่ 63/1 ม.5 ต.บ้านป้อน อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา รับเป็นเจ้ามือ

โดยทาง พ.อ นพสิทธิ์ เปิดเผยว่า ได้รับการร้องเรียนจากพลเมืองดีในพื้นที่เป็นลายลักษณ์อักษร ว่า มีการลักลอบเล่นการพนันที่บริเวณดังกล่าว จึงทำการสืบสวน โดยให้เจ้าหน้าที่ทหารนอกเครื่องแบบแฝงตัวปะปนเข้าไปภายในอาคารดังกล่าว และพบว่า มีการเปิดเป็นบ่อนพนันจริง อีกทั้งยังมีห้องครัวทำอาหารให้นักพนันด้วย ถือเป็นบ่อนใหญ่และครบวงจร

เบื้องต้นได้ทำประวัตินักพนันทุกคนไว้ และทำรายการของกลางอย่างละเอียด เพื่อนำตัวนักพนัน พร้อมด้วยของกลางทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน สน.โคกคราม ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ทั้งนี้ มีรายงานว่า บ่อนการพนันดังกล่าวได้มีอดีตนักการเมือง “ส.ข. ณัฐ” เป็นนายทุนใหญ่ และมีชายชื่อว่า ตี๋ราม เป็นหุ้นส่วนใหญ่ ซึ่งได้มีการลักลอบเปิดเล่นการพนันทั้งวงไฮโล และ วงไพ่ พร้อมบริการอาหารและเครื่องดื่ม ตลอด 24 ชั่วโมง นอกจากนี้ ยังมีการจับรางวัลใหญ่ แจกเครื่องใช้ไฟฟ้าอย่างมากมาย ให้กับนักพนันที่มาเสี่ยงโชคอีกด้วย

ทั้งนี้ อยู่ระหว่างการไว้อาลัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งผู้คนส่วนใหญ่อยู่ในความเศร้าโศกเสียใจ และงดความบันเทิงต่าง ๆ แต่บ่อนดังกล่าวกับมีการเปิดให้เล่นอย่างไม่เกรงกลัวกฎหมาย และไม่มีจิตสำนึกแต่อย่างใด

10 ที่เที่ยวเดือนกุมภาพันธ์ ต้อนรับเดือนแห่งความโรแมนติก

ที่เที่ยวเดือนกุมภาพันธ์ ใครกำลังหาสถานที่ท่องเที่ยวไทยสวย ๆ เพื่อจะไปเที่ยวในเดือนกุมภาพันธ์ มาดูแหล่งท่องเที่ยวเหล่านี้ได้เลย รับรองว่าเต็มอิ่มและฟินกับบรรยากาศโรแมนติกแน่นอน ไปกับใครก็ประทับใจไม่รู้ลืม

เดือนกุมภาพันธ์ เป็นเดือนที่ได้ชื่อว่าโรแมนติกมากที่สุด นั่นก็เพราะว่ามีวันสำคัญอย่างวันวาเลนไทน์อยู่ในเดือนนี้นั่นเอง และเพื่อเป็นการเอาใจคนรักการเที่ยว วันนี้เราจึงได้คัดสรรสถานที่ท่องเที่ยวสวย ๆ ในเมืองไทยมาฝากกันค่ะ เป็นที่เที่ยวเดือนกุมภาพันธ์ที่ไม่อยากให้พลาดเลยทีเดียว จะมีที่ไหนที่น่าสนใจบ้าง จูงมือคนข้าง ๆ มาอ่านด้วยกันเลย ^_^
1. เที่ยวไร่สตรอว์เบอร์รี อำเภอสะเมิง จังหวัดเชียงใหม่ ในเดือนกุมภาพันธ์ เป็นฤดูกาลแห่งการเก็บเกี่ยวสตรอว์เบอร์รีเชียงใหม่ โดยเฉพาะในอำเภอสะเมิง ซึ่งเป็นแหล่งปลูกสตรอว์เบอร์รีที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของเมืองไทย นอกจากจะมีการให้นักท่องเที่ยวได้เดินเที่ยวชมไร่แล้ว ในช่วงกลางเดือนก็มักจะมีงานเทศกาลสตรอว์เบอร์รีสะเมิง โดยภายในงานก็จะมีสตรอว์เบอร์รีสด ๆ ราคาถูก รวมทั้งสินค้าแปรรูปจากสตรอว์เบอร์รี อีกทั้งสินค้าพื้นเมืองอื่น ๆ อีกมากมาย มาจำหน่ายให้กับนักท่องเที่ยว ใครที่เป็นสาวกสตรอว์เบอร์รี บอกเลยว่าไม่ควรพลาด
2. เก็บองุ่นที่ไร่องุ่น เขาใหญ่-วังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา
เป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่ห้ามพลาดในช่วงเดือนกุมภาพันธ์เลยก็ว่าได้ค่ะ เพราะช่วงนี้ผลองุ่นจะแข่งกันออกมาเต็มช่อ ห้อยเต็มสวน เป็นฤดูกาลเก็บเกี่ยวองุ่นของแต่ละไร่ในบริเวณเขาใหญ่และวังน้ำเขียว ซึ่งมีหลายไร่ที่เปิดให้นักท่องเที่ยวได้ร่วมกิจกรรมการตัดผลองุ่น ไม่เพียงเท่านั้นยังมีการจัดกิจกรรมสนุก ๆ และดินเนอร์กับบรรยากาศสุดเงียบสงบของไร่องุ่นอีกด้วย
3. ชมความอลังการของดอกชมพูพันธุ์ทิพย์ ม.เกษตรฯ กำแพงแสน จังหวัดนครปฐม เส้นทางดอกชมพูพันธุ์ทิพย์ เป็นอีกหนึ่งสีสันในช่วงปลายฤดูหนาว เข้าสู่ฤดูร้อน โดยดอกชมพูพันธุ์ทิพย์กว่าร้อยต้น จะพากันบานเป็นสีชมพูสะพรั่งตลอดแนวถนนหน้าโรงเรียนสาธิต ภายในมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน ซึ่งโดยรอบก็จะเป็นท้องทุ่งนา พร้อมแปลงเกษตรของนักศึกษา มีบรรยากาศร่มรื่น โรแมนติกสุด ๆ โดยการบานของดอกชมพูพันธุ์ทิพย์นั้น จะอยู่ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ แต่ละปีก็จะบานไม่ตรงกัน ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ สามารถติดตามการบานของดอกชมพูพันธุ์ทิพย์ได้ที่เฟซบุ๊ก ชมพูพันธุ์ทิพย์ ม.เกษตรฯกำแพงแสน
4. ดูโลมาสุดน่ารัก บริเวณบ้านท่าข้าม อำเภอบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา

หากใครอยากชมปลาโลมาแบบใกล้ชิด ไม่ต้องไปที่ไหนไกลค่ะ แค่จังหวัดฉะเชิงเทราแค่นี้เอง โดยสามารถไปเที่ยวชมได้บริเวณเชิงสะพานเทพหัสดิน (สะพานข้ามแม่น้ำบางปะกง) ตำบลท่าข้าม อำเภอบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา หรือจะนั่งเรือออกไปบริเวณปากแม่น้ำบางปะกงก็ได้ จะมีปลาโลมากว่า 100 ตัว มาแหวกว่ายให้เราได้ชมกัน อันที่จริงนั้นปลาโลมาจะอพยพมาอยู่บริเวณนี้ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน และจะมีให้เที่ยวชมได้ถึงประมาณปลายเดือนกุมภาพันธ์เท่านั้น
5. ชมดอกชมพูภูคา ที่เดียวในไทย ณ อุทยานแห่งชาติดอยภูคา จังหวัดน่าน ดอกชมพูภูคา เป็นพรรณไม้หายาก ซึ่งจะพบเพียงบริเวณเดียวในเมืองไทยเท่านั้น นั่นก็คือ ภายในเขตอุทยานแห่งชาติดอยภูคา จังหวัดน่าน โดยจะเริ่มบานในช่วงเดือนกุมภาพันธ์-มีนาคม โดยจะมีดอกเป็นสีชมพู สวยงามสะพรั่ง นอกจากนี้ภายในเขตอุทยานแห่งชาติดอยภูคายังมีที่เที่ยวธรรมชาติให้ได้ไปเที่ยวชมกันอีกด้วย
6. เซลฟี่กับดอกเบญจมาศหลากสีสันที่วังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา เป็นที่ทราบกันดีว่าวังน้ำเขียว เป็นแหล่งปลูกดอกเบญมาศที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของเมืองไทย โดยในทุก ๆ ปี จะมีการจัดงานเทศกาลเบญจมาศบานในม่านหมอกในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ โดยภายในงานจะมีการจัดแสดงดอกเบญจมาศหลากสีสัน รวมทั้งดอกไม้เมืองหนาวอื่น ๆ อีกมากมาย และในปีนี้เทศกาลเบญจมาศบานในม่านหมอกจะมีตั้งแต่วันที่ 11-15 กุมภาพันธ์ 2560
7. พิชิตขอบฟ้าที่เขาหลวง จังหวัดนครศรีธรรมราช 7. พิชิตขอบฟ้าที่เขาหลวง จังหวัดนครศรีธรรมราช
8. นอนโฮมสเตย์ ชมธรรมชาติ ณ บ้านปง-ห้วยลาน สันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ บ้านปง-ห้วยลาน ตั้งอยู่ที่ตำบลออนใต้ อำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ เป็นหมู่บ้านเล็ก ๆ ที่เต็มไปด้วยเรื่องราวประวัติศาสตร์และธรรมชาติที่สวยงาม ซึ่งช่วงเดือนกุมภาพันธ์จะเป็นช่วงเวลาที่อากาศยังคงหนาวเย็น และนักท่องเที่ยวไม่วุ่นวายเท่ากับช่วงปีใหม่ จึงเป็นช่วงเวลาที่น่ามาเยี่ยมเยือนที่นี่มาก ๆ นักท่องเที่ยวจะได้เที่ยวชมธรรมชาติสวย ๆ ของอ่างเก็บน้ำห้วยลาน ได้ปั่นจักรยานไปตามเส้นทางศึกษาธรรมชาติ พร้อมทั้งเรียนรู้งานหัตถกรรมของชาวบ้านในท้องถิ่น ไม่เพียงเท่านั้นยังมีอาหารพื้นเมืองสุขภาพดีไว้รอต้อนรับอีกด้วย
9. อลังการงานบอลลูนนานาชาติ สิงห์ปาร์ค จังหวัดเชียงราย งานบอลลูนนานาชาติ สิงห์ปาร์ค จังหวัดเชียงราย เป็นอีกหนึ่งเทศกาลท่องเที่ยวที่ไม่อยากให้พลาด มีให้เที่ยวชมในช่วงเดือนกุมภาพันธ์พอดิบพอดี ซึ่งจะมีบอลลูนจากหลากหลายประเทศมาร่วมแข่งขัน และจัดแสดง มีการโชว์แสง สี เสียงบอลลูนริมทะเลสาบยามค่ำคืนสุดอลังการ รวมทั้งยังมีคอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดังมากมาย นอกจากนี้นักท่องเที่ยวยังสามารถที่จะไปเที่ยวชมในจุดอื่น ๆ ภายในสิงห์ปาร์คได้อีกด้วย ในปีนี้งาน Singhapark Chiangrai International Balloon Fiesta 2017 จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 14-18 กุมภาพันธ์ 2560
10. ท้องทะเลอันดามัน ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ถือได้ว่าเป็นช่วงที่เหมาะแก่การเที่ยวทะเลอันดามันมากที่สุดอีกหนึ่งเดือน ในช่วงนี้อากาศจะยังเย็นสบาย คลื่นลมสงบ ท้องฟ้าแจ่มใส และยังสามารถดำดิ่งลงไปชมความสวยงามของปะการังและปลาต่าง ๆ ได้อย่างดีทีเดียว ที่เที่ยวทะเลในอันดามันที่น่าสนใจ อาทิ อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์, อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน, เกาะหลีเป๊ะ, เกาะไข่, หมู่เกาะห้อง เป็นต้น

เปิดภาพแห่งความงดงาม จากดินแดนทิเบต ขณะพาฝูงแกะนับร้อย อพยพหนีหนาว

การเดินทางที่เหน็บหนาวแต่สวยงาม…ชมภาพการอพยพของฝูงแกะทิเบต เดินทางผ่านดินแดนน้ำแข็งในช่วงหน้าหนาว ไปยังทะเลสาบที่อบอุ่นและมีอาหาร
ในหน้าหนาวที่โหดร้ายทารุณ พวกสัตว์ใช้ชีวิตอยู่ได้อย่างไร ? สัตว์บางชนิดสามารถปรับตัวและใช้ชีวิตอยู่กับความหนาวเย็นได้ แต่หลายชนิดก็ต้องเดินทางไปสู่พื้นที่อบอุ่นกว่า และมีอาหารการกินที่อุมสมบูรณ์ การเดินทางครั้งนี้เรียกว่าการอพยพหนีหนาว ซึ่งจะเกิดขึ้นทุกปี เราจะสามารถพบเห็นนกมากมายบินมาไกลจากไซบีเรียเพื่อมาพักพิงในประเทศไทย และเมื่อหมดหน้าหนาว นกเหล่านี้ก็หวนกลับคืนถิ่น
ไม่ใช่แค่นกเท่านั้นที่เดินทางอพยพหนีความหนาวมายังดินแดนอื่น แกะก็ต้องการการพักพิงหนีความหนาวเช่นกัน โดยเฉพาะฝูงแกะในประเทศทิเบต ซึ่งจากการรายงานของสำนักข่าว China Xinhua News เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2560 เผยว่า ฤดูการอพยพของแกะมาถึงแล้ว ชาวบ้านผู้เลี้ยงแกะจะนำพวกมันเดินทางออกจากดินแดนน้ำแข็งอันหนาวเหน็บสุดทารุณของทิเบต ที่ซึ่งไร้หญ้า ไร้อาหาร ไปยังทะเลสาบห่างไกลที่สมบูรณ์เพียงพอ
ฝูงแกะนับร้อย ๆ ตัวไม่ได้เดินทางกันไปเป็นกลุ่มแบบสะเปะสะปะ พวกมันเดินต่อแถวกันเป็นเส้นตรงยาว โดยมีผู้เลี้ยงคอยดูแลอยู่ไม่ห่าง เมื่อแกะเหล่านี้เดินทางถึงทะเลสาบ พวกมันจะใช้ชีวิตอยู่ที่นั่นราวหนึ่งเดือน และเมื่อฤดูหนาวจบสิ้นลง พวกมันก็จะเดินทางกลับบ้านอีกครั้ง