ปลาเลี้ยงสวยงาม

ปลาเลี้ยงสวยงาม


ปลาสวยงาม หรือ ปลาตู้ (อังกฤษ: Ornamental fish) คือ ปลาที่มนุษย์เลี้ยงไว้เป็นสัตว์เลี้ยงเพื่อความเพลิดเพลินหรือเพื่อความสวยงาม ไม่ใช่เพื่อการบริโภค หรือสัตว์น้ำจำพวกอื่น ที่ไม่ใช่ปลาแต่มีการนำมาเลี้ยงเพื้อการเดียวกัน เช่น เครย์ฟิช นิยมเลี้ยงไว้ในสถานที่ต่าง ๆ ในบ้านพักอาศัย อาทิ ตู้ปลา, บ่อ หรือสระ ถือได้ว่าเป็นส่วนหนึ่งของการประมง ความเป็นอยู่ของปลามีความแตกต่างจากสัตว์บกหรือสัตว์เลือดอุ่นค่อนข้างมาก การเลี้ยงสัตว์บกสามารถปรับปรุงคอกเลี้ยง ทำให้สามารถทำความสะอาดกำจัดเศษอาหาร และมูลสัตว์ออกจากคอกได้อย่างง่ายดาย แต่ปลามีน้ำเป็นบ้านอย่างถาวรและจำเป็นต้องอยู่ร่วมกับสิ่งมีชีวิตต่าง ๆ อีกหลายชนิด คุณภาพน้ำอาจเปลี่ยนแปลงได้ทั้งสาเหตุจากสภาพแวดล้อมและจากตัวปลาเอง เพราะปลาก็มีการขับถ่ายอยู่ตลอดเวลา แต่ในแหล่งน้ำธรรมชาติจะเกิดการปรับปรุงหรือปรับสภาพให้น้ำมีคุณสมบัติที่เหมาะสม โดยขบวนการต่าง ๆ จากสิ่งมีชีวิตหลายชนิด เพื่อให้สิ่งมีชีวิตทั้งหลายในน้ำอยู่ร่วมกันได้อย่างสมดุล

ปลาหมอสี
พื่อนๆค่ะ มีปลาสวยงามน้ำจืดที่อยากจะแนะนำให้เพื่อนๆได้รู้จัก สายพันธุ์ปลาหมอแคระ มีสีสันที่สวยงาม เป็นปลาหมอแคระสกุล Microgeophagus อยากให้เพื่อนๆได้รู้จักได้แก่ ปลาหมอแรมโบลิเวีย
มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Microgeophagus altispinosa

ชื่อเรียกทั่วไปว่า Bolivian Butterfly Cichlid
Altispinosa เป็นภาษาละติน แปลว่า ปลาที่มีครีบกระโดงสูง
ปลา หมอแคระ Altispinosa มีความคล้ายคลึงกับ ปลาหมอรามิเรซ หรือแรมมาก โดยแหล่งอาศัยส่วนใหญ่ ถูกค้นพบในแถบลุ่มแม่น้ำ Mamori ของประเทศโบลิเวีย จึงมีชื่อเรียกว่า ” แรมโบลิเวีย “

อุปนิสัย ปลาหมอแรมโบลิเวียมีนิสัยดี สุภาพไม่ดุร้ายและก้าวร้าว นอกจากชอบแสดงคงามเก่งในการแสดงอาณาเขต แย่งชิงถิ่นอาศัย หรือแย่งจับคู่ ก็จะแสดงออกโดยการตอดกัดบ้างแต่ไม่รุนแรงเท่าไรนัก

ลักษณะ

โดยทั่วไป เพศผู้ใบหน้าจะมีแถบสีดำพาดลงมาเป็นทางยาว ก้านครีบกระโดง 2-4 ก้านแรกจะมีสีดำ และปลายครีบในส่วนต่างๆ เช่น ครีบท้อง ครีบทวารและครีบหาง จะมีขลิบสีแดงเรื่อๆ ส่วนปลายครีบจะยื่นออกมาเป็นชายยาว และตรงบริเวณท้องจะมีสีแดงระเรื่อ ส่วนเพศเมียจะสีอ่อนจางกว่าตัวผู้มาก

การเลี้ยงดู

สามารถเลี้ยงดูรวมกับปลาหมอแคระในสกุลเดียวกันได้ และสามารถเลี้ยงรวมกับปลาสวยงามประเภทอื่นๆรวมได้ด้วย
อาหาร เป็นปลาที่เลี้ยงง่ายกินได้เกือบทุกอย่างเป็น ไม่ว่าจะเป็นอาหารเม็ดสำเร็จรูป ไส้เดือนน้ำ หนอนแดง ไรน้ำจืดและไรทะเล ในส่วนของอาหาร ควรเป็นอาหารที่สดใหม่ และควรล้างด้วยน้ำสะอาดเพื่อป้องกันโรค และน้ำในตู้เน่าเสีย

ปลาหมออสการ์
เพื่อนๆค่ะ คนชอบปลา ยังคงตามกระแสสายพันธุ์ปลาหมอ ซึ่งเป็นปลาที่นิยมในการเลี้ยงประเภทสวยงามอย่างมาก คนชอบปลา ขอแนะนำ ปลาออสการ์
ปลาออสการ์ ( Astronotus ocellatus )

ชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Lobotes ocellatus

ชื่อสามัญว่า Oscar, Red Belvet, Velvet Cichlid, Marbled Cichlid, Peacock-Eyed Ciclid, Tiger Oscar, Peacock Cichlid

ปลาออสการ์ เป็นปลาน้ำจืด ที่จัดอยู่ในตระกูล Cichlidae มีถิ่นกำเนิดในทวีปอเมริกาใต้บริเวณลุ่มน้ำอเมซอน และประเทศปารากวัย
ปลาออสการ์ แบ่งออกเป็นประเภทต่างๆ ได้ 5 ชนิด ได้แก่ ออสการ์สีพื้น ลายเสือ ลายแดง สีเผือก หางยาว และอาจจะมีประเภทอื่นๆอีก ได้แก่ เผือกตาแดง สีฟ้า และลายหินอ่อน รวมทั้ง เผือกทอง เผือกเสือแดง ฯลฯ
ปลาออสก้าที่นิยม และเพาะพันธุ์ ได้ในบ้านเรามีหลายพันธุ์ และมีชื่อเรียก ตามสีและลวดลายตามลำตัว เช่น ออสก้าทอง ออสก้าลายเสือ ออสก้าเสือเผือก ออสก้าทองเผือก เป็นต้น

ลักษณะะโดยทั่วไป
เป็นสายพันธุ์ปลาหมอที่มีขนาดใหญ่ และน่าเกรงขาม มีสีสันบนลำตัวที่สวยงาม ปากกว้าง ริมฝีปากหนาทั้งบนและล่าง ลำตัวมีสีสันแตกต่างกันออกไป แต่ส่วนใหญ่จะมีสีดำหรือน้ำตาลเข้ม มีสีแดงกระจายอยู่ตามลำตัว และหนาแน่นบริเวณข้างลำตัว ยามแหวกว่ายครีบในส่วนต่างๆจะแผ่กว้างสง่างาม ยิ่งเวลาที่กินเหยื่อยิ่งดูดุดัน น่ากลัว รูปลักษณะจะคล้ายปลาแรด แต่ไม่มีกระโหลกนูนออกมา
โตเต็มที่ความยาวประมาณ 33 ซม.หรือประมาณ 12-14 นิ้ว ตัวผู้และตัวเมียจะไม่แตกต่างกัน

อุปนิสัย
เป็นปลาขนาดใหญ่ที่นิสัยดุร้าย หวงถิ่นที่อยู่ โดยเฉพาะช่วงที่จะผสมพันธุ์วางไข่จะดุร้ายมาก

การเลี้ยงดู
เลี้ยงง่ายไม่ยุ่งยาก สามารถเลี้ยงได้ทั้งในบ่อไม่ว่าจะเป็นบ่อปูน บ่อดิน หรือแม้แต่ในตู้กระจกเป็นปลาสวยงาม ถ้าเลี้ยงในตู้ควรที่จะให้ตู้ใหญ่สะหน่อย และไม่ควรมีอุปกรณ์ของตกแต่งตู้มากเกินไป เพราะปลาออสการ์เป็นปลาขนาดใหญ่ ต้องการพื้นที่มาก ควรตกแต่งด้วยกรวด หรือหินแม่น้ำก็พอ ส่วนน้ำที่ใช้เลี้ยงให้ใช้น้ำเก่าที่พักไว้ หรือผู้ที่เลี้ยงในบ่อให้ใช้น้ำสะอาด

อาหาร
ออสการ์เป็นปลาที่กินเนื้อ ของชอบคือ อาหารสด ไม่ว่าจะเป็นกุ้ง ไรทะเล หนอนแดง ไส้เดือนน้ำ หรือแม้แต่ลูกปลาตัวเล็กๆ ก็ถือว่าเป็นอาหารจานโปรดของเจ้าออสการ์ เช่นกัน ส่วนอาหารเม็ดต้องฝึกให้กินบ้าง เพราะถ้าหาอาหารสดยาก อาจจะให้กินอาหารเม็ดแทนหาซื้อได้สะดวกง่ายดี

ข้อควรระวัง
ถ้าอุณหภูมิของน้ำสูงทำให้มีโอกาศเป็นเชื้อราได้ง่าย ควรทำน้ำให้สะอาดโดยการถ่ายน้ำออกประมาณ 25 % ต่อสัปดาห์ พร้อมทั้งสังเกตุปลา ว่ามีการกินอาหารตามปกติและเคลื่อนไหวปกติหรือเปล่า ถ้าเกิดความผิดปกติ อาจหมายถึงปลาเป็นโรค อาจจะเป็นเชื้อรา จุดขาว หรือพยาธิ ให้แยกปลาเพื่อทำการรักษา

ปลาเสือตอ
เพื่อนๆค่ะ คนชอบปลา อยากแนะนำปลาสวยงามที่มีสีสันและลวดลายที่เด่นสวยงาม เรียกเล่นๆว่า เสือร้ายแห่งลุ่มน้ำจืด นั่นคือ เจ้าปลาเสือตอ นั่นเอง
ชื่อ สามัญ Siam Tiger Fish
ชื่อวิทยาศาสตร์ Coius Microlepis
ปลาเสือตอ พบปลาชนิดนี้ได้ทั่วไปทางประเทศทางแถบร้อน เช่น ไทย อินโดนีเซีย พม่า เขมร ถ้าในประเทศไทยเราพบมากในบึงบอระเพ็ด แม่น้ำเจ้าพระยาตอนกลาง, แม่น้ำน่าน และแถบอิสาน แม่น้ำโขง, แม่น้ำชี, แม่น้ำมูล

ลักษณะทั่วไป
มี รูปร่างลำตัวที่เล็กแบนข้าง
ส่วนที่เป็นหน้าผากขาวลาด
ปากกว้าง และยืดหดได้
ครีบหลังยาว แบ่งออกเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกเป็นหนามแข็ง 12 อัน ส่วนหลังเป็นก้านครีบอ่อน และครีบล่างส่วนแรกเป็นหนามแข็งขนาดใหญ่ลดหลั่นกัน 3 อัน ส่วนหลังเป็นก้านครีบอ่อนเป็นแผ่นใสขอบกลม
หางเป็นรูปมนมีเกล็ดขนาดเล็กมีหนาม
ลำตัวสีครีมออกชมพูและสีเหลืองสดใส มีแถบดำใหญ่พาดขวางลำตัวประมาณ 6 แถบ ขนาดความยาวโตเต็มที่ยาว 16 นิ้ว หนักถึง 7 ก.ก

ลักษณะนิสัย
เป็นปลาอยู่เป็นฝูงเล็กๆใต้น้ำ โดยอาศัยใกล้ตอไม้ หรือโพรงหินด้วยการลอยตัวอยู่นิ่งๆ หัวทิ่มลงเล็กน้อย หากินตอนกลางคืน อาหารได้แก่ สัตว์น้ำขนาดเล็กและแมลงต่างๆ ชอบอยู่ตามแหล่งไม้จึงได้ชื่อว่า ปลาเสือตอ
สายพันธุ์ ปลาเสือตอในประเทศไทยที่นิยมมีอยู่ 3 สายพันธุ์ เป็นสายพันธุ์เสือตอน้ำจืด 2 สายพันธุ์และเสือตอน้ำกร่อยอีก1 สายพันธุ์
ปลาเสือตอที่นิยมและมีราคาสูงที่สุด คือ ปลาเสือตอลายใหญ่ และเสือตอลายคู่ (ลาย 7 ขีด) ซึ่งทั้ง 2 ชนิดต้องนำเข้าจากประเทศเขมร

การเลี้ยงปลาเสือตอ
ปลาเสือตอในแหล่งน้ำธรรมชาติจะกินอาหารประเภทสัตว์น้ำทุกชนิด เช่นกุ้งฝอยและลูกปลา ส่วนปลาเสือตอในตู้กระจกสามารถฝึกให้กินเหยื่อชนิดอื่นได้ เช่น เนื้อสัตว์ เนื้อปลา กุ้งและหนอนแดง
ปลาเสือตอ สามารถวางไข่ได้โดยวิธีธรรมชาติ ประมาณเดือนมีนาคม พฤษภาคม ปลาเสือตอเพศผู้จะมีขนาดโตเต็มวัยเมื่อน้ำหนักประมาณ 300-400 กรัม ส่วนเพศเมียขนาดประมาณ 800 กรัมจะได้วัยเจริญพันธุ์ ไข่ปลาเสือตอเป็นไข่ประเภทลอยน้ำ เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 0.5 มิลลิเมตร ใช้เวลาฟักไข่ประมาณ 14-17 ชัวโมง อุณหภูมิ 29 องศาเซลเซียล อาหารที่เหมาะกับลูกปลาเสือตอวัยอ่อน ได้แก่ โรติเฟอร์ในระยะ 3-10 วันแรก ต่อจากนั้นใช้ไรแดงเลี้ยงจนลูกปลาขนาดถึง 3ซม. เมื่อโตขึ้นนั้นจึงใช้หนอนแดงหรือลูกปลาเล็กเป็นอาหารต่อไป

โรคและปัญหาของปลาเสือตอ มักจะเกิดจากปรสิตที่ติดมากับปลาเสือตอในธรรมชาติที่พบประจำ คือ
-ฝีตามตัว มีลัษณะเป็นตุ่มตามตัว หรือส่วนทวารขนาดค่อนข้างใหญ่ เป็นตุ่มบวมปูดออกจากผิวหนัง รักษาโดย ให้แยกปลาที่ป่วยออกมา ใช้ยาปฏิชีวนะ ผสมน้ำ 1 ช้อนโต๊ะต่อ 1 แคปซูล ราดบนตัวกุ้งฝอยเป็นๆ แล้วเทให้ปลากินวันละ 2-3 ครั้ง
-โรคอิ๊ก หรือจุดขาว ให้ใช้ยาซุปเปอร์อิ๊กที่มีขายตามร้านขายยาทั่วไป แช่ปลาตามอัตราส่วนที่กำหนด สีของปลาเสือตอจะแสดงถึงความสมบูรณ์ของปลา หากไม่สบายหรือป่วยสีของปลาจะแสดงให้เห็น ถ้าตกใจหรือป่วยจะออกสีดำ ครีบหุบ

ถ้าลักษณะที่สมบูรณ์ ครีบจะกางสีออกเหลืองสดใส ลายดำออกซีด ครีบกางตั้งทั้งปลาขนาดเล็กจนถึงขนาดใหญ่


ปลาอะโรวาน่าทองมาเลย์
เพื่อนๆค่ะ ถ้าเอ่ยถึง ปลาอะโรวาน่า ปลามังกร หรือปลาตะพัด เพื่อนๆที่เลี้ยงปลาคงจะรู้จักเจ้าปลานี้อย่างแน่นอน คนชอบปลา อยากแนะนำให้เพื่อนๆรู้จัก เจ้าปลาอะโรวาน่า
ปลาอะโรวาน่า
จริงๆแล้วปลาอะโรวาน่าที่คนนิยมเลี้ยงกัน เพราะความเชื่อ และความสวยงามท่าทีท่วงท่าที่สง่างาม เหมือนอย่างมังกร คนเชื้อสายจีนจะให้ความศรัทธา ในวัฒนธรรมของชาวจีนซึ่งมีความเชื่อว่า มังกรเป็นตัวแทนของความโชคดี ความเข้มแข็งและมีอำนาจ สามารถคุ้มครองป้องกันปีศาจและนำมาซึ่งความโชคดี

ปลาอะโรวาน่า
แหล่งที่พบ ทวีปเอเชีย ทวีปอัฟริกา ทวีปอเมริกาใต้ และออสเตรเลีย ปลาในแต่ละทวีปจะมีลักษณะที่แตกต่างกัน มีความโดดเด่นพิเศษแตกต่างกันออกไป และราคาก็ต่างกันด้วย
ปลาอะโรวาน่า ที่นิยมเลี้ยงกันนั้นมีอยู่ไม่กี่สายพันธุ์ พันธุ์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ได้แก่ อะโรวาน่าสายพันธุ์เอเชีย ถือว่าเป็นสายพันธุ์ที่ราคาแพงที่สุดเนื่องจากสีสัน อันสวยงามยิ่งกว่าทองคำเปลว และยิ่งสีแดงซึ่งมีมนต์ขลัง
ชื่อทางวิทยาศาสตร์ Scleropages Formosus จะมีรูปร่างค่อนข้างสั้นเมื่อเทียบกับสายพันธุ์ที่มาจากอเมริกาใต้

ปลาอะโรวาน่าทองมาเลย์ Arowana Cross Back
ถิ่นที่อยู่อาศัย พบมากที่ ประเทศมาเลเซีย
ชื่อเรียกมีแตกต่างกันออกไป เช่น ปาหังโกลด์ มาลายันโบนีทัง (Malayan Bony Tongne) โกปิงโกลด์เดน, บูกิทมีราชบูล เป็นต้น ซึ่งชื่อที่ใช้เรียกนี้เป็นจุดที่พบปลาอะโรวาน่าได้บ่อยๆ

ลักษณะทั่วไป
ลำตัวยาว ด้านข้างแบน เกล็ดมีขนาดใหญ่เรียงเป็นระเบียบสวยงาม เกล็ดบริเวณเส้นด้านข้างลำตัวมีประมาณ 24 ชิ้น ตาโตปากใหญ่เฉียงขึ้นด้านบน ฟันแหลม ครีบหลังและครีบก้นยาวไปใกล้บริเวณหาง สันท้องคม มีหนวด 1 คู่อยู่ใต้คาง ขนาดโตเต็มวัยประมาณ 90 ซม. หนักถึง 7 กก. ปลาโตเต็มวัยสามารถโดดงับอาหารสูงถึง 1 เมตร
ชอบว่ายอยู่บริเวณผิวน้ำ

อาหารของปลาอะโรวาน่า

ได้แก่ สัตว์น้ำขนาดเล็ก แมลง สัตว์เลื้อยคลานและสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำขนาดเล็ก เช่นจิ้งจก
– ปลาที่พบแต่ละที่ก็จะมีความสวยงามแตกต่างกันออกไป โดยเฉพาะความงามของเกล็ดปลาอะโรวาน่าทองมาเลย์ ซึ่งถือว่าเป็นปลาที่แพงที่สุดในบรรดาปลาอะโรวาน่าทั้งหมด เพราะเป็นสายพันธุ์ที่ให้ลูกน้อยเพาะพันธุ์ยาก ในธรรมชาติหาได้ยากเต็มที่ มีเลี้ยงเฉพาะในมาเลเซีย สิงค์โปร์เท่านั้น

ปลาอะโรวาน่าสายพันธุ์ทองมาเลเซีย แบ่งออกเป็น 3 พวกใหญ่ๆ
สายพันธุ์ ที่มีฐานเกล็ดสีม่วงหรือสีน้ำเงิน (Blue or Purple Based)
สายพันธุ์ ที่มีฐานเกล็ดออกสีแดง (Gold Based)
สายพันธุ์ ที่มีฐานออกสีเขียว (Green Based)
ปลาสายพันธุ์ที่1 กับสายพันธุ์ที่ 3 บางครั้งจะถูกจัดอยู่ด้วยกันเพราะมีความคล้ายกันในเรื่องของเกล็ด ส่วนสายพันธุ์ที่มีฐานเกล็ดสีทอง จัดเป็นสุดยอดของปลาอะโรวาน่าทองมาเลเซีย เพราะเมื่อปลาโตเต็มที่ ปลาจะมีสีทองเหลืองอร่าม ดูเหมือนทองคำเคลื่อนที่และยังเป็นปลาที่มีสีทอง อ้อมข้างหลังได้เร็วกว่าสายพันธุ์อื่นๆ หรือที่เราเรียกว่าหลังเปิด ถึงแม้ปัจจุบันจะหาปลาะโรวาน่าสายพันธุ์แท้ได้ยาก เพราะมีการผสมข้ามสายพันธุ์ แต่สายพันธุ์เกิดขึ้นมาใหม่ที่มีชื่อทางการค้าว่า Platinum White Golden และ Royal Golden Blue Arowana กลับได้รับความนิยมในตลาดของญี่ปุ่นเป็นอย่างมาก และยังมีราคาสูงอีกด้วย


ปลาอะโรวาน่าแดง
เพื่อนๆค่ะ วันนี้ คนชอบปลา มาแนะนำเรื่องเจ้าปลามังกรต่อจากครั้งที่แล้ว แต่จะเป็นคนละสายพันธุ์ ขอแนะนำ เจ้าปลาอะโรวาน่าแดง
ปลาอะโรวาน่าแดง (Red Arowana)
ปลาชนิดนี้มีขนาดเล็ก ชายคลีบหางและอก ริมฝีปากจะออกเหลือบแดง เมื่อโตเต็มที่เกล็ดและเหงือกปลาจะมีสีแดงเข้ม
มักพบตามแหล่งน้ำทางตะวันตกของกัลลิมันตันในประเทศอินโดนิเซีย เป็นสายพันธุ์ที่ได้รับความนิยมสูงสุด เนื่องจากสีสรรสวยงามและราคาถูกเมื่อเทียบกับสายพันธุ์ทองมาเลย์

ปลาอะโรวาน่าแดง ยังแบ่งย่อยออกได้อีก 4 ประเภท คือ
1. แดงเลือดนก (Blood Red)
2. แดงพริก (Chilli Red)
3. แดงส้ม ( Orange Red)
4. แดงอมทอง (Golden Red)
ปลาทั้ง 4 สายพันธุ์ถูกเรียกรวมกันว่า Super Red แต่จะมีสายพันธุ์ Orange Red กับ Golden Red เมื่อโตเต็มที่จะมีสีออกไม่แดงมาก คุณภาพสีจะออกไปทางสีส้มอมแดง ทองอมแดงมากกว่า
ข้อแตกต่างปลาชิลี่เรด (Chilli Red) และ บลัดเรด (Blood Red)
เป็นปลาที่มีถิ่นกำเนิดในแม่น้ำ Dapaus และทะเลสาป Sentarum ที่มีสีดำของแร่ธาตุและอาหาร ซึ่งมีผลต่อสีของปลา ทำให้ปลาสายอะโรวาน่าแดงถูกย่อยสลายสายพันธุ์ออกไปอีก โดยแบ่งตามความเข้มของสีแตกต่างกัน และรูปร่างของปลาด้วย ความแตกต่างนี้ยังสามารถนำไปแยกสายปลาอะโรวาน่าแดงออกจากกันได้อย่างชัดเจน อย่างเช่นการแยก ปลา Chilli Red และ ฺBlood Red ออกจากกัน
สีแดงในปลา บางครั้งเอาแน่นอนไม่ได้ บางตัวกว่าจะเปลี่ยนเป็นสีแดงต้องใช้เวลาฉะนั้นผู้เลี้ยงจึงต้องความอดทนสังเกตุดูปลาอยู่ตลอด ปลา Chilli Red จะมีการพัฒนาของสีที่ช้ากว่า Blood Red ซึ่งสีแดงจะขึ้นช้ากว่า Blood Red 1-2 ปีทีเดียว
ปลาทั้งสองชนิดมีข้อแยกแยะ อีกอย่างคือ ฐานของเกล็ด Chilli Red จะมีเกล็ดงอกออกเหลือบเขียว และเป็นเงาแวววาว ในขณะที่ของ Blood Red จะแวววาวคล้ายทองมาเลย์มากกว่า


อะโรวาน่าอัฟริกา
เพื่อนๆค่ะคนชอบปลามาแนะนำ เจ้าปลามังกร อีกสายพันธุ์หนึ่งซึ่งได้แก่ ปลาอะโรวาน่าอัฟริกา

อะโรวาน่าอัฟริกา ( African Arowana )
ชื่อวิทยาศาสตร์ Heterotis niloticus หรือ Clupisudis niloticus
อะโรวาน่าที่มาจากทวีปอัฟริกา มีเพียงชนิดเดียวเท่านั้นคือ Heterotis niloticus หรือเรียกว่า อะโรวาน่าอัฟริกา
Heterotis niloticus เป็นอะโรวาน่าชนิดเดียวที่พบใน บริเวณลุ่มน้ำ ส่วนกลางของบริเวณ Sahelo Sandanian และในทางตอนบนของลุ่มแม่น้ำไนล์ และไปจนถึงฝั่งตะวันตก ของทวีปอัฟริกา

อะโรวาน่าอัฟริกา
– มีขนาดใหญ่ที่สุดถึง 4 ฟุต ลำตัวค่อนข้างแบนและกว้าง ส่วนหัวค่อนข้างสั้น และหนา ด้านบนโค้งขึ้นเล็กน้อย ลำตัวบริเวณด้านหลังและด้านข้าง มีสีน้ำเงินอมดำ น้ำตาล น้ำตาลอมเทา น้ำตาลอมแดง หรือน้ำตาลอมเขียว ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมที่ปลาอาศัยอยู่
– ส่วนบริเวณท้อง จะมีสีซีด จางกว่าด้านข้างลำตัว อาจจะมีสีครีม น้ำตาลอ่อน หรือน้ำตาลอมเหลือง ส่วนครีบต่างๆ จะมีสีคล้ายลำตัว จงอยปากสั้นและกลม ริมฝีปากหนา
– ปากมีขนาดเล็ก แต่มีฟันเต็มปาก ไม่มีหนวด ที่ขากรรไกรล่าง ครีบหลังและครีบท้อง อยู่ค่อนไปทางด้านหาง และมีความยาว เกือบเท่ากัน ครีบทั้ง 2 อันยาวจนถึงโคนหาง แต่ไม่ติดกับครีบหาง
– ครีบหางมีขนาดเล็ก รูปร่างกลม ครีบอกและครีบท้องมี ขนาดเล็ก ครีีบอกอยู่ค่อนไปทางด้านล่างของลำตัว ครีบท้องมีก้านครีบเพียง 6 ก้าน อยู่ค่อนไปทางด้านหน้าของลำตัว
– เกล็ดบริเวณตัวมีขนาดใหญ่ บริเวณหัวไม่มีเกล็ด เกล็ดตามแนวเส้นข้างตัว 32-38 เกล็ด เส้นข้างตัว เป็นเส้นตรงเริ่มจากจุด เหนือแผ่นปิดเหงือก ไปจรดที่จุดกึ่งกลางของโคนหาง

อะโรวาน่าอัฟริกา จะสร้างรังเพื่อวางไข่ จะสร้างโดยใช้ต้นไม้น้ำ ประเภทกก ดดยเอาลำต้นของต้นไม้น้ำ เหล่านั้นมาซ้อนกันเป็นรูปวงกลม ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง ประมาณ 4 ฟุต เมื่อทำความสะอาด พื้นที่บริเวณ ที่ทำรังเรียบร้อยแล้ว ปลาตัวเมีย จะวางไข่โดยมีตัวผู้เฝ้าไข่จนกระทั่งฟักออกเป็นตัว ซึ่งจะใช้เวลาประมาณ 2 วัน ไข่มีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 2.5


ปลาเทวดา
เพื่อนๆค่ะ ตั้งแต่เริ่มต้นที่จะเลี้ยงปลาในตู้เพื่อความสวยงามแล้ว ปลาเทวดาเป็นปลาน้ำจืดที่หลายๆคนรู้จัก คนที่เริ่มเลี้ยงปลาจะต้องรู้จัก เจ้าปลาเทวดา
ปลาเทวดา ( Angle fish )
ชื่อสามัญ Pterophyllum
แหล่งพบ ในลุ่มแม่น้ำอเมซอน และ แม่น้ำโิอริโนโค ในทวีปอเมริกาและลุ่มแม่น้ำใกล้เคียง
รูปร่างลักษณะ
– เป็นปลาแบนข้าง ลำตัวกว้างเล็ก ครีบหลังเป็นกระโดงสูงอยู่ค่อนไปทางด้านหาง ครีบด้านท้องก็ทำนองเดียวกัน คีบหางแบนเป็นแพนใหญ่ รูปทรงเป็นสามเหลี่ยมมุมฉาก ริมฝีปากค่อนข้างเล็ก ดวงตากลมโต ปลาเทวดามีหลายสี ตามสายพรรณแตกต่างกันออกไป เช่น เทวดาดำ เทวดาหินอ่อน เทวดาขาว เป็นต้น

อุปนิสัย
– ปลาเทวดาเป็นปลาที่แปลก บางครั้งก็รักสงบ ชอบอยู่นิ่งๆไม่ตื่นตกใจง่าย แต่ในทางตรงกันข้าม บางครั้งมีนิสัยก้าวร้าว หวาดระแวงขี้ตื่นตกใจ

การเลี้ยงดู
– โดยทั่วไปปลาเทวดาเป็นปลาที่รักสงบ พอจะปล่อยเลี้ยงรวมกันหลายๆตัวได้ และควรมีพรรณไม้เป็นที่หลบอาศัยบ้าง

อาหาร
– สำหรับอาหารที่ให้ได้แก่ ไรน้ำ ลูกน้ำ เนื้อกุ้งสับ และอาหารเม็ดสำเร็จรูป เป็นต้น

การขยายพันธุ์
– สามารถทำได้ในตู้เลี้ยง โดยวางไข่ติดกับวัตถุใต้น้ำที่มีลักษณะค่อนข้างมั่นคงแข็งแรง การวางไข่แต่ละครั้งประมาณ 300-1000 ฟอง ใช้เวลาฟักเป็นตัวราว 36 ชั่วโมง ปลาพร้อมที่จะผสมพันธุ์และวางไข่ได้เมื่อมีอายุ 8-10 เดือนขึ้นไป

ปลาหมอสี เพอร์ซี่
เพื่อนๆค่ะ เวลาหมุนเวียนเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา กระแสความนิยมก็จะหมุนเวียนเปลี่ยนไปด้วย แต่มีสิ่งหนึ่งในวงการปลาหมอที่ยังเดิมๆ นั่นได้แก่ เจ้าปลาหมอสีทองท้องน้ำตาล เพอร์ซี่
ปลาหมอเพอร์ซี่

ชื่อวิทยาศาสตร์ Herlchthys Pearsel
แหล่งกำเนิด อยู่ทางตอนใต้ของประเทศเม็กซิโก และทางตอนเหนือของประเทศกัวเตมาลา ในลุ่มแม่น้ำอุซุมาซินต้า และแม่น้ำ ตูลิจา

ลักษณะโดยทั่วไป
– Pearsei เป็นปลาตัวหนึ่งที่อยู่ในกลุ่ม Genus Herichtys มีลักษณะกว้างลึก ช่วงลำตัวจะมีสีเหลืองสว่างสดใสเหมือนผิวมะนาว แตกต่างจากช่วงท้อง ซึ่งจะออกเป็นสีน้ำตาลเข้มจัด เกล็ดในบริเวณช่วงท้องหรือบริเวณพุงปลา ตามแนวขอบจะเป็นเส้นสีดำตัดชัดเจน และมีแถบสีเหลืองแวววาวเล็กน้อย ส่วนโครงสร้างของเกล็ดจะโค้งมนเป็นครึ่งวงกลม บริเวณครีบอกจะมีจุดเล็กๆกระจายอยู่เล็กน้อย บริเวณครีบชายน้ำบนล่างจะมีสีออกไปทางเทาดำ และมีสีฟ้าแซมอยู่ตามชายน้ำ
การจับคู่ผสมพันธุ์
– การเข้าคู่ค่อนข้างยาก กัดกันรุนแรงถึงขั้นตาย แต่ถ้าเป็นสายพันธุ์อื่นจะไม่กัดมาก ส่วนใหญ่การเพาะปลาหมอตัวนี้จะติดลูกยาก สาเหตุหนึ่งอาจจะมาจากการผิดน้ำ

การวางไข่
– วางไข่กับพื้นแข็ง เฝ้าไข่และดูแลลูกอ่อน

อาหาร
– Pearsei เป็นปลากินพืช อาหารส่วนใหญ่ที่แนะนำ คือ เมล็ดสาหร่ายสไปรูลิน่า 10% หนอนนก หรือหนอนแดง ส่วนกุ้งฝอยก็สามารถให้กินได้เหมือนกัน แต่ดูเจ้า Pearsei จะโปรดปรานหนอนนกมากที่สุด

การเลี้ยง Pearsei
– Pearsai เป็นปลาหมอที่มีขนาดใหญ่มาก มีขนาดโตเต็มที่ 40 cm. ตู้ที่เลี้ยงควรมีขนาดตั้งแต่ 48 นิ้วหรือ 350 ลิตรขึ้นไป ค่าph ก็อยู่ที่ 7.0-7.8 อุณหภูมิอยู่ที่ 26-30 องศา ส่วนแหล่งที่อยู่อาศัยนั้นเจ้า Pearsei ก็จัดเป็นปลาหมออีกตัวหนึ่งที่ชอบอาศัยอยู่ตามขอนไม้ และบริเวณที่มีพันธุ์ไม้น้ำอุดมสมบูรณ์

ปลาซิวข้างขวาน
เพื่อนๆค่ะ คนชอบปลา มีีปลาน้ำจืดสวยงามเลี้ยงในตู้มาแนะนำให้เพื่อนๆรู้จัก ได้แก่ ปลาซิวข้างขวาน
ปลาซิวข้างขวาน
ชื่ออังกฤษ Harlequin Rasbora , Red Rasbora

รูปร่างลักษณะ
– ปลาซิวข้างขวาน จะมีลำตัวสีเทาเงิน หรือน้ำตาลอมเขียว
– บริเวณกลางลำตัวเป็นสีน้ำตาลอมแดง หรือสีทองแดงลำตัวค่อนข้างลึก แบบข้างมากกว่าชนิดอื่นๆ ในสกุลเดียวกัน จากบริเวณกลางลำตัวถึงโคนครีบหางมีแถบสามเหลี่ยมสีดำ โดยมีฐานสามเหลี่ยมอยู่บริเวณกึ่งกลางลำตัว
– และมีลายเรียวเล็กยื่นไปทางโคนหางทำให้เห็นเป็นรูปขวาน จึงใช้ชื่อว่า ” ซิวข้างขวาน “

อุปนิสัย
– เป็นปลาที่รักสงบอยู่ร่วมกันเป็นฝูง เป็นปลาที่ตกใจง่าย และเคลื่อนไหวตลอดเวลา

การเลี้ยงดู
– ควรเลี้ยงเป็นฝูงใหญ่ ไม่ควรเลี้ยงรวมกับปลาชนิดอื่นที่มีความก้าวร้าว เพราะอาจถูกทำร้ายได้ และควรสร้างธรรมชาติใต้น้ำด้วยพรรณไม้สวยงามจะทำให้ปลาสดชื่น แข็งแรงมีชีวิตยืนยาว

อาหาร
– ปลาซิวข้างขวานกินอาหารได้ทุกชนิด โดยเฉพาะไรแดง


ปลาก้างพระร่วง
เพื่อนๆค่ะ ปลาสวยงามที่เลี้ยงในตู้กระจกนั้นมีมากมายหลายชนิด หลายประเภท แล้วแต่ความชอบของคนเลี้ยง วันนี้คนชอบปลา จะพาเพื่อนๆมารู้จักปลาสวยงามประเภทหนึ่ง เป็นปลาน้ำจืดได้แก่ ปลาก้างพระร่วง
ปลาก้างพระร่วง
ชื่ออังกฤษ Glass Catfish
ชื่อวิทยาศาสตร์ Kryptopterus bicirrhis
ตระกูล ปลาเนื้ออ่อน ( Siluridae )

รูปร่างลักษณะ
– ลำตัวแบนข้าง ปลาก้างพระร่วงเป็นปลาที่มีลักษณะแปลก คือลำตัวโปร่งใสมองเห็นกระดูกภายใน
– มีหนวด 2 คู่ อยู่ที่ขากรรไกรบนและล่าง โดยหนวดคู่บนจะยาวกว่าหนวดคู่ล่างมาก
– ครีบหลังมีขนาดเล็กและสั้นมากแทบมองไม่เห็น
– ครีบทวารเป็นแนวยาวจรดโคนหาง หางมีลักษณะเว้าลึก

อุปนิสัย
– เป็นปลาที่รักสงบอยู่ร่วมกันเป็นฝูง เป็นปลาทีตกใจง่าย และชอบลอยตัวนิ่งๆเป็นปลาที่ชอบอยู่บริเวณน้ำไหล

การเลี้ยงดู
– ควรเลี้ยงดูเป็นฝูงใหญ่ ไม่ควรเลี้ยงรวมกับปลาชนิดอื่น ที่มีความก้าวร้าวเพราะอาจถูกทำ้ลายได้ และควรสร้างธรรมชาติใต้น้ำด้วยพรรณไม้น้ำจะทำให้ปลาสดชื่น แข็งแรง และมีชีวิตยืนยาว

อาหาร
– ปลาก้างพระร่วงกินหนอนแดง ไส้เดือน และตัวอ่อนแมลงน้ำขนาดเล็ก


ปลาเสือสุมาตรา
เพื่อนๆค่ะ คนชอบปลา มีปลาน้ำจืดขนาดเล็กเลี้ยงในตู้ประเภทสวยงาม เป็นที่นิยมเลี้ยงสำหรับการเริ่มต้นเลี้ยงปลาตู้ใหม่ๆ ได้แก่ เสือสุมาตรา
ปลาเสือสุมาตรา
ชื่ออังกฤษ Tiger barb, Sumatra barb, Five-banded barb
ชื่อวิทยาศาตร์ Puntius tetrazona
ตระกูล ปลาตะเพียน ( Cyprininae )
แหล่งพบเจอ ประเทศอินโดนีเซีย ที่เกาะบอร์เนียวและเกาะสุมาตรา

รูปร่างลักษณะ
– ลำตัวมีสีเหลืองอมเขียว หรือสีเหลืองอมน้ำตาล
– ลักษณะเด่นของปลาเสือสุมาตรา นี้คือ แถบดำสี่แถบที่พาดข้างลำตัวที่สามอาจมองเห็นเพียงเป็นจุดดำ บริเวณโคนครีบหลังจากที่ลำตัวสีเหลืองสลับลายดำ จึงทำให้ได้ชื่อว่า ปลาเสือ
– โตเต็มที่ไม่เกิน 7 เซนติเมตร

อุปนิสัย
– เป็นปลาที่ชอบอยู่รวมกันเป็นฝูง
– เป็นปลาที่มีความว่องไวปราดเปรียว
– ชอบเคลื่อนที่อยู่เสมอ มีความรวดเร็วในการกินอาหาร

การเลี้ยงดู
– เป็นปลาที่เลี้ยงง่าย และไม่ต้องการดูแลมากนัก
– หากแต่มีนิสัยก้าวร้าวเล็กน้อย จึงไม่ควรเลี้ยงร่วมกับปลาชนิดอื่นที่ว่ายน้ำช้า เช่น ปลาเทวดา ปลาทอง ถ้าเลี้ยงร่วม ปลาเสือสุมาตราจะไล่ตอด จึงนิยมเลี้ยงเพียงชนิดเดียว

อาหาร
– อาหารที่ใช้เลี้ยง ได้แก่ ลูกน้ำ ไส้เดือน หนอนแดง ไข่กุ้ง ไรแดง หรืออาหารเม็ดสำเร็จรูป เป็นต้น


ปลาฉลามหางแดงหรือปลากาแดง
เพื่อนๆค่ะ คนชอบปลา มาแนะนำเพื่อนๆให้รู้จักกับปลาสวยงามน้ำจืดที่นิยมเลี้ยงในตู้กระจก ได้แก่ ปลาฉลามหางแดงหรือปลากาแดง
ปลากาแดง
ชื่ออังกฤษ Redfin Shark

รูปร่างลักษณะ
– ลำตัวยาวเรียว
– ครีบทุกครีบเป็นสีแดง
– ด้านข้างหัวทั้งสองข้างมีแถบพาดจากปลายปากมาถึงตา
– ตรงโคนหางมีจุดสีดำหนึ่งจุด
– มีหนวดสั้นๆ 2 คู่
– ปากขนาดเล็ก ริมฝีปากบนงองุ้มกว่าริมฝีปากล่าง
– ขนาดโตเต็มที่ 10 – 15 เซนติเมตร

อุปนิสัย
– เป็นปลากินตะไคร่น้ำที่ชอบอยู่รวมกันเป็นฝูง เป็นปลาที่มีความว่องไวปราดเปรียว ชอบอยู่บริเวณพื้น

การเลี้ยงดู
– อาหารที่ใช้เลี้ยง ได้แก่ ลูกน้ำ หนอนแดง ไข่กุ้ง ไรแดง หรืออาหารเม็ดสำเร็จรูป

ปลาม้าลาย
เพื่อนๆค่ะ คนชอบปลา มีปลาสวยงามน้ำจืดมาแนะนำเพื่อนๆ ได้แก่ ปลาม้าลาย
ปลาม้าลาย
ชื่ออังกฤษ Zebra danio
ชื่อไทย ปลาม้าลาย หรือปลาซีบรา
ถิ่นกำเนิด ตะวันออกเฉียงเหนือของอินเดีย

รูปร่างลักษณะ
– ลำตัวมีสีน้ำตาลอมเขียว มีแถบยาวตามลำตัว 4 แถบ คล้ายลายของม้าลาย จึงถูกเรียกว่า ” ปลาม้าลาย “
– ขนาดโตเต็มที่ประมาณ 5 – 6 เซนติเมตร

อุปนิสัย
– เป็นปลาที่ชอบอยู่ร่วมกันเป็นฝูง เป็นปลาที่มีความว่องไวปราดเปรียว มักว่ายน้รวมกันเป็นฝูงไปมาอย่างรวดเร็ว สามารถเลี้ยงรวมกับปลาอื่นๆได้

การเลี้ยงดู
– อาหารที่ใช้เลี้ยงได้แก่ ลูกน้ำ หนอนแดงไข่กุ้ง ไรแดงหรืออาหารเม็อสำเร็จรูป เป็นต้น


ปลาแฟนซีคาร์พ
เพื่อนๆค่ะ คงจะเคยเห็น หรือรู้จัก ปลาที่สีสันสดใส มีรูปร่างที่สวย ได้แก่ ปลาแฟนซีคาร์พ
ปลาแฟนซีคาร์พ ( Fancy Carp )
ชื่อทางวิทยาศาสตร์ Cyprinus Carpio line
แหล่งพบ ถิ่นดั้งเดิมอยู่ที่ประเทศอิหร่าน
– ปลาแฟนซีคาร์พ หรือปลาไน เดิมทีชาวญี่ปุ่นเลี้ยงและผสมเพื่อเป็นอาหาร
– เดิมทีปลาไนตามแหล่งธรรมชาติจะมีสีดำ สีเทาดำ หรือสีน้ำตาลเท่านั้น ต่อมาได้พัฒนาสายพันธุ์ดั้งเดิมของปลาไน ให้เป็นปลาสวยงาม มีสีสันและรูปร่างที่สวยงามขึ้นมาเป็นระยะเวลานาน แล้วเปลี่ยนมาเรียกว่า ปลาคาร์พ หรือปลาแฟนซีคาร์ฟ

ปลาแฟนซีคาร์พ มีมากมายหลายชนิด แต่ที่เป็นที่นิยมหลักน่าจะมีอยู่ 13 ชนิด ได้แก่
1. โคฮากุ มีสีแดงขาวสลับกัน นับเป็นพันธุ์มาตราฐานที่นิยมเลี้ยงกันมาก
2. ไทโช-ซันเก้ มีสีขาวแดง และ ดำสลับกัน แต่ที่หัวจะมีสีแดงเป็นหลักมีสีดำมาสลับ
3. โชวา-ซันโซกุ มีสีแดง ขาว และดำ โดยมีสีแดงขาวเป็นหลัก และมีสีดำมาสลับลำตัวถึงใต้ท้อง
4. อุตซูริโมนะ มีสีดำเป็นลายแถบ คล้ายตาข่ายสลับด้วยสีขาว
5. เบกโกะ มีลายเหมือนกระดองเต่า มีสีดำเป็นตาสลับเหมือนตาข่ายตลอดลำตัว เกล็ดสีขาว
6. อาซากิ ซูซุย พันธุ์นี้ผสมของเยอรมัน มีสีน้ำเงินอ่อนสลับเทา มีลายเหมือนตาข่ายคลุมอยู่ทั้งตัว
7. โคโรโมะ พันธุ์นี้ผสมระหว่างโคฮากุกับอาซากิ ลำตัวเป็นเกล็ดสีน้ำเงินเหลือบผสมตลอดทั้งตัว
8. คาวาริโมโนะ พันธุ์นี้มีสีสันประหลาดกว่าปลาพันธุ์อื่น เกิดจากการผสมระหว่างเบกโกะกับคินกินริน
9. โอกอน พันธุ์เหลืองทองมีเกล็ดสีขาวเงางาม และมีสีทองผสมกับสีเหลืองอร่ามทั้งตัว
10. ฮิการิ-อุตซูริโมนะ ลำตัวสีเหลืองอ่อน มีสีแดงเป็นหลักสลับดำตลอดตัว
11. ฮิการิโมโย-โมนะ ลำตัวสีเหลืองอ่อน มีสีแดงเป็นหลักสลับกันตลอดทั้งตัว
12. คินกินริน เกล็ดสีทองและเงินสลับกันทั้งตัว กลางลำตัวและส่วนท้ายมีสีแดงมาปะปนบ้าง
13. ตันโจ ลำตัวขาวบริสุทธิ์ ที่หัวมีจุดสีแดงเข้ม พันธุ์นี้ดูสวยงามและเด่นกว่าพันธุ์อื่นมาก


ปลาทอง
เพื่อนๆค่ะ คงไม่มีใครที่ไม่รู้จัก ปลาสวยงามน้ำจืด ที่มีชื่อความหมายที่ดี และเป็นที่นิยมกันแพร่หลาย ได้แก่ ปลาทอง
ปลาทอง
ชื่อภาษาอังกฤษ Goldfish
ชื่อวิทยาศาสตร์ Carassius auratus ( Linn. )
ตระกูล Cyprinidae
ต้นกำเนิด ทางตอนใต้ของประเทศจีน

ลักษณะทั่วไป
– ปลาทองมีรูปร่างอ้วน ป้อม มีเกล็ดแบบบางเรียบ ครีบอกกลมแบน ครีบหางเป็นรูปพัด
– ปลาทองมีสีหลากหลาย ตั้งแต่ สีแดง สีทอง สีส้ม สีเทา สีดำ และสีขาว จนกระทั่งรวมกันสารพัดสีในตัวเดียวกัน
– ปลาทอง สามารถมีอายุขัย ยืนยาวอยู่ได้ถึง 20 – 30 ปี เลยทีเดียว ถ้าอยู่ในสภาพแวดล้อมดีๆ แต่ปลาทองที่เลี้ยงไว้ดูเล่นจะมีช่วงชีวิต เฉลี่ยประมาณ 7 – 8 ปีเท่านั้น

อาหารสำหรับปลาทอง
1. อาหารตามธรรมชาติ ปลาทอง เป็นปลาที่กินอาหารได้ทั้งสัตว์และพืช แต่ปลาทอง จะชอบทาน สิ่งมีชีวิต ประเภท ลูกน้ำและไรแดง มากเป็นพิเศษ ซึ่งเป็นโปรตีนสูง เหมาะกับการเลี้ยงพ่อแม่พันธุ์ ปลาทอง ในปัจจุบันหนอนแมลงวัน ก็เป็นอาหารอีกชนิดที่นิยมนำมาเป็นอาหารสำหรับเลี้ยงปลาทอง

2. อาหารปลาทองสำเร็จรูป ได้แก่ อาหารเม็ด ที่มีขนาดเล็กเป็นอาหารที่เหมาะกับปลาทอง ควรเลือกแบบอาหารที่มีเปอร์เซ็นต์โปรตีนสูงซึ่งจะทำให้ ปลาทองเติบโตได้ดีและมีสีสันสวยงาม
การให้อาหารปลาทอง ควรคำนึงถึง ปริมาณอาหารที่ให้ โดยปริมาณ อาหารที่ให้ ควรให้วันละ 3 – 5 เปอร์เซ็นต์ ของน้ำหนักปลาทอง การให้อาหารโดยเฉพาะอาหารเม็ดสำเร็จรูป ควรให้ในปริมาณที่ไม่มากเกินไปนัก โดยควรให้ปลาทอง ทานให้หมดภายใน 15 นาที ไม่เช่นนั้น น้ำในตู้ปลาทองอาจจะเกิอดการเน่าเสียได้เช่นกัน ซึ่งจะทำให้เกิดโรคแก่ปลาทอง โดยอาจจะแบ่งให้อาหารปลาทองวันละหลายรอบก็ได้

ปลาทอง ในปัจจุบันได้มีการพัฒนาสายพันธุ์กันมากมายและหลากหลาย ได้แก่ ปลาทองหัวสิงห์, ปลาทองพันธุ์ออแรนดา, ปลาทองเกล็ดแก้ว , ปลาทองตาโปน , ปลาทองพันธุ์ริวกิ้น , ปลาทองตาลูกโปง เป็นต้น

สายพันธุ์ปลาทอง
เพื่อนๆค่ะ คงจะไม่มีใครที่ไม่รู้จักปลาสวยงามที่นิยมเลี้ยงไว้ คนชอบปลา อยากคุยกับเพื่อนๆ เรื่องสายพันธุ์ปลาทอง
ปลาทอง เป็นปลาที่มีถิ่นกำเนิดในประเทศจีนและญี่ปุ่น ต่อมาถูกนำไปเลี้ยงในยุโรปเมื่อศตวรรษที่ 17 และถูกนำไปเผยแพร่ ในอเมริกาที่ศตวรรษที่ 19 และชาวจีน และชาวญี่ปุ่นนับเป็นชนชาติแรก ที่รู้จักวิธีการผสมพันธุ์ปลาทองแต่ละสายพันธุ์ ก็ยังถูกแยกออกไปอีก เป็นอีกหลายสายพันธุ์ ตามสี ตามลักษณะหาง หัว ซึ่งปัจจุบันถูกผสมข้ามสายพันธุ์ มีลักษณะแตกต่างกันออกไป
สายพันธุ์ปลาทอง ปลาทองมีมากมายหลายสายพันธุ์จริงๆ แต่สายพันธุ์ที่นิยมเลี้ยงกันในบ้านเรา ได้แก่ สายพันธุ์หลักๆ ดังต่อไปนี้

ปลาทองพันธุ์สิงห์
– เป็นปลาทองพันธุ์ที่มีราคาสูงมาก และเป็นที่ปรารถนาของนักเลี้ยงปลาทองหลายๆคน จุดเด่อนของปลาทองสายพันธุ์นี้ก็คือ ลักษณะของหัวที่เป็นวุ้น และไม่มีกระโดงหลัง ปลาทองพันธุ์นี้ยังแยกย่อยอีก 2 พันธุ์ ได้แก่ สิงห์จีน และสิงห์ญี่ปุ่น ซึ่งมีลักษณะแตกต่างกันคือ สิงห์ญี่ปุ่นจะมีหลังโค้งมากกว่า และมีวุ้นที่แก้ม ตามตลาดเรียกว่า หน้ารันชู ส่วนสิงห์จีนจะมีวุ้นที่หัวเยอะ

ปลาทองพันธุ์ออรันดาห์
– ปลาทองสายพันธุ์นี้ค่อนข้างเป็นที่รู้จักในวงกว้าง เป็นปลาทองที่ขึ้นชื่อว่ามีความอึดสูงมาก เหมาะมากกับการหามาเลี้ยงสำหรับคนเริ่มเลี้ยง มีลักษณะเด่นอยู่ที่หัวมีวุ้นเยอะ จนถูกเรียกว่าหัววุ้น สายพันธุ์นี้จะแตกต่างกับพันธุ์สิงห์ในส่วนของกระโดงหลัง ที่พันธุ์สิงห์ไม่มีแต่ออรันดาห์มีนั่นเอง

ปลาทองพันธุ์ลักเล่ห์
เป็นปลาทองสีดำตัวเล็กๆ มีจุดเด่นอยู่ที่ตาปูดโปนออกมา ปลาทองพันธุ์นี้แยกย่อยตามลักษณะที่ปรากฏได้อีก 4 ชนิด คือ เล่ห์อูฐ ที่สันหลังจะมีลักษณะเป็นโหนก เล่ห์ความย ที่จะมีลำตัวยาวใหญ่มากๆเล่ห์ห้าสี ที่มีสีสันห้าสีแต้มอยู่ทั่วตัว และเล่ห์นาก ที่จะเป็นสีนากทั่วทั้งตัว

ปลาทองพันธุ์ริวกิ้น
– เป็นปลาทองที่มีจุดเด่นอยู่ช่วงหลัง ดดยมีสันหลังที่ขึ้นโหนกสูงมากๆเป็นพันธุ์ที่ใช้ผสมข้ามสายออกเป็นเล่ห์อูฐ

ปลาทองพันธุ์เกร็ดแก้ว
– เป็นปลาทองพันธุ์ที่ถือกำเนิดเกิดขึ้นในเมืองไทย ลักษณะอ้วนๆเกล็ดมีแวววาวระยิบสวยงาม

ปลาหางนกยูง
เพื่อนๆค่ะ คนชอบปลามีปลาสวยงาม ประเภทเลี้ยงไว้ดูเล่น ซึ่งเป็นนิยมแพร่หลายคงจะไม่มีใครที่ไม่รู้จัก ปลาหางนกยูง
ปลาหางนกยูง
ชื่ออังกฤษ Guppy
ชื่อวิทยาศาสตร์ Poecillia reticulata
ถิ่นที่อยู่อาศัย ในแหล่งทวีปอเมริกาใต้แถวเวเนซูเอลา บราซิลตอนเหนือ กัวนา บาร์บาตัส

รูปร่างลักษณะ
– ปลาหางนกยูง เป็นปลาสวยงามมากชนิดหนึ่งเป็นที่นิยมและรู้จักแพร่หลายกันดี ประเทศไทยเคยสั่งเข้ามาเพื่อกำจัดยุงเมื่อหลายปีที่แล้ว สีสันของปลาหางนกยูงจัดได้ว่าเป็นอันดับหนึ่ง ลักษณะเด่นอยู่ที่แพนหางที่มีลวดลายสวยงามหลายๆแบบ
– ปลาหางนกยูงเพศผู้มีแพนหางใหญ่และสีเข้มจัดกว่าตัวเมีย ปลาตัวเมียหางเล็ก สีซีด และท้องอูมอยู่ตลอดเวลา ปลาหางนกยูงออกลูกเป็นตัว ครั้งหนึ่งจำนวนไม่มากแต่มีระยะการออกลูกสม่ำเสมอ

อุปนิสัย
– ปลาหางนกยูง เลี้ยงง่าย กินอาหารง่ายและสะดวก ปลาหางนกยูงเหมาะกับคนเลี้ยงปลาที่ไม่ค่อยมีเวลามากนัก เมื่อเริ่มเลี้ยงไม่นานนักก็จะออกลูกภายในตู้กระจก
– แม่ปลาหางนกยูง เมื่อได้รับการผสมพันธุ์คราวหนึ่ง สามารถออกลูกได้หลายๆครั้ง ห่างกันประมาณ 28 วัน แมาปลาหางนกยูงเมื่อท้องแก่อาจจะแยกแม่ปลาจากตู้แม่ ปล่อยไว้ต่างหาก เพื่อลูกปลาจะไม่ถูกปลาตัวอื่นรบกวน หรือควรใส่พรรณไม้น้ำ เป็นที่หลบซ่อนลงไปสำหรับลูกปลาตัวเล็ก จะได้อาศัย
– ปลาหางนกยูงมีนิสัยชอบกินลูกตัวเอง ดังนั้นถ้าจะให้ลูกปลารอดมากๆ ควรดูแลเรื่องที่หลบซ่อนอย่างดี

การเลี้ยงดู
– ปลาหางนกยูง กินอาหารแทบทุกชนิด ตั้งแต่รำละเอียด ตะไคร่น้ำ ไรแดง ลูกน้ำ ปลาป่น ขนมปัง ฯลฯ แม้กระทั่งอาหารสำเร็จรูปที่มีวางขายอยู่หลายชนิด ถ้าได้กินอาหารสมบูรณ์ปลาทองก็จะยิ่งมีสีจัด และออกลูกแพร่พันธุ์ได้ดี