เอเจนซีส์ – สื่ออังกฤษ เช่น หนังสือพิมพ์เดอะอินดิเพนเดนท์รายงานว่า นักวิทยาศาสตร์ได้ค้นพบ “เซน-โตกุ” (Sen-Toku) ซากเรือดำน้ำที่ใหญ่ที่สุดของกองทัพญี่ปุ่นสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่สูญหายไปในปี 1946 นั้น จมอยู่นอกชายฝั่งรัฐฮาวาย สหรัฐฯ

“เซน-โตกุ” (Sen-Toku) ซูเปอร์เรือดำน้ำญี่ปุ่น ที่เพิ่งค้นพบนี้ถือเป็นหนึ่งในเขี้ยวเล็บของกองทัพแดนอาทิตย์อุทัยในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งเรือดำน้ำลำนี้มีขนาดความยาว 122 เมตร ชั้น I-400 หรือมีขนาดใหญ่เท่ากับสนามอเมริกันฟุตบอล และมันยังคงเป็นปริศนาต่อประวัติศาสตร์ทางการทหารจนถึงทุกวันนี้ตั้งแต่วันที่มันถูกจมลงด้วยฝีมือกองกำลังสหรัฐฯปกป้องคลองปานามาในขณะนั้น

นักดำน้ำได้บังเอิญค้นพบ “เซน-โตกุ” ที่จมต่ำกว่าผิวน้ำในมหาสมุทรแปซิฟิกลงไปราว 2,300 ฟุต ซึ่งเรือดำน้ำนี้ถือเป็นหนึ่งในลำแรกๆที่สามารถบรรทุกเครื่องบินรบทิ้งระเบิดได้ถึง 3 ลำ มีศักยภาพในการระเบิดคลองปานามาได้ และยังมีสมรรถนะในการเดินทางรอบโลก 1.5 เท่าได้โดยที่ไม่ต้องหยุดพักเติมเชื้อเพลิง

จิม เดลกาโด นักโบราณคดีแห่งNational Oceanic and Atmospheric Administration (NOAA) ที่ได้เข้าไปสำรวจ “เซน-โตกุ” เผยกับรอยเตอร์ว่า ทางนักวิจัยพบซูเปอร์เรือดำน้ำของญี่ปุ่นนี้โดยบังเอิญในขณะที่เรากำลังค้นหาสิ่งอื่น มันเหมือนกับเรากำลังมองไปที่ฉลามขณะที่มันกำลังหลับอยู่”

จากรายงานพบว่า กองทัพเรือสหรัฐฯ สามารถจมเรือดำน้ำญี่ปุ่นได้ทั้งหมดจำนวน 5 ลำ ซึ่งเรือดำน้ำ“เซน-โตกุ” เป็นหนึ่งในนั้น ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 และนำกลับมาเพื่อศึกษาที่ฐานทัพอ่าวเพิร์ลฮาร์เบอร์

แต่อย่างไรก็ตาม ทางสหรัฐฯ หาเรือดำน้ำ “เซน-โตกุ” ไม่พบหลังจากที่ทางกองทัพเรือสหรัฐฯในขณะนั้นได้พยายามจมเรือลำนี้ลงในปี 1946 ด้วยตอร์ปิโดเพราะกลัวทางสหภาพโซเวียตจะสามารถนำเทคโนโลยีไปใช้ได้ เดลกาโดเผย

ซึ่งพบว่ามีเพียง “เซน-โตกุ” เท่านั้นที่ได้สูญหาย ทีมนักวิจัยกล่าว ซึ่งในการค้นพบล่าสุดนี้ทาง NOAA ได้ชี้แจงการพบเรือดำน้ำลำนี้ให้กับเจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ และเจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่น