แร่เป็นทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญ และเกี่ยวพันกับสังคมของมนุษย์เรามาตั้งแต่ยุคดึกดำบรรพ์จนกระทั่งปัจจุบัน ทั้งในด้านการใช้ประโยชน์เพื่อการดำรงชีวิต เครื่องมือ เครื่องใช้ ศิลปกรรมและอุตสาหกรรมต่างๆ โดยมีวิวัฒนาการของการใช้แร่ที่เริ่มแรกมีการใช้ในลักษณะง่ายๆ ต่อมามีการใช้แร่  ที่ซับซ้อนมากขึ้นตามความเจริญก้าวหน้าของเทคโนโลยี สามารถแบ่งเป็นยุคต่างๆตามลักษณะเด่นของการใช้ประโยชน์จากแร่ในแต่ละยุค คือ ยุคหิน ยุคทองแดง ยุคสำริด ยุคเหล็ก และยุคปัจจุบัน

ยุดสำริด เป็นยุคที่เกิดเมื่อประมาณ 5,000 ปีที่ผ่านมา สืบเนื่องมาจากยุคทองแดงที่มนุษย์ค้นพบความร้อนจากไฟสามารถแปรรูปทรัพยากรธรณีอีกประเภทหนึ่งได้ ทรัพยากรประเภทนี้ก็คือโลหะ ในขั้นต้นมนุษย์พบว่าเมื่อทองแดงถูกความร้อนจะอ่อนตัวและจะแปรรูปไปอย่างไรก็ได้ ไฟจากถ่านในที่จำกัดจะให้ความร้อนสูงพอสมควรเป็นความร้อนสูงพอสมควรเป็นเหตุนำไปสู่การสกัดแยกเอาโลหะในแร่และหินมาใช้ประโยชน์ จากการที่โลหะทองแดงที่ใช้มาตั้งแต่เดิมนั้นไม่แข็งแรง และทนทานต่อดินฟ้าอากาศ จึงมาการหาโลหะอื่นมาผสม โดยมีการเอาโลหะทองแดงผสมกับดีบุกได้โลหะผสมที่เรียกว่า บรอนซ์ (Bronze) หรือสำริดซึ่งเป็นโลหะที่มีความแข็งแรงและทนทานต่อการผุกร่อนดีกว่าทองแดง ยุคสำริดเริ่มต้นในบริเวณดินแดนแถบตะวันออกกลางเช่นเดียวกับยุคทองแดง นอกจากนี้ยังมีการใช้แร่ทัลด์ทำแป้งสำหรับผู้หญิงและการใช้แร่ยิปซัมแกะสลักเป็นรูปต่างๆ

หลักฐานการใช้แร่และหินที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศไทยที่มีการค้นพบและศึกษากันอย่างจริงจังในช่วงยุคสำริด ได้แก่ แหล่งวัฒนธรรมบ้านเชียง อำเภอหนองหาน จังหวัดอุดรธานี มีการใช้สำริดสำหรับทำเครื่องมือต่างๆ เช่น ใบหอก หัวขวาน และเครื่องประดับ เช่น กำไลข้อมือ (ทองพระกร)   พาหุรัด (ทองต้นแขน) กำไลข้อเท้า (ทองพระบาท) และสร้อยคอ ซึ่งคาดว่ามีการเอาแร่ทองแดงมาจากบริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขงที่จังหวัดหนองคาย และจังหวัดเลย แร่ดีบุกจากเมืองเวียงจันทร์ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวเนื่องจากเป็นแหล่งที่ใกล้ที่สุด เครื่องประดับเหล่านี้ในชั้นแรกทำแบบเรียบๆ เป็นโลหะเกลี้ยง ต่อมามีการประดับประดาตกแต่ง เช่น มีเม็ดมะยมรอบกำไล หรือจำหลักลายบนกำไลเป็นลายก้างปลาหรือเกลียว

นอกจากนี้ยังพบหลักฐานการใช้สำริดที่แหล่งโบราณคดีบ้านดอนตาเพชร อำเภอพนมทวน จังหวัดกาญจนบุรี แต่แหล่งโบราณคดีดังกล่าวไม่พบหลักฐานการทำอุตสาหกรรมโลหะใดๆ ทั้งสิ้น  จึงคาดว่าแหล่งโบราณคดีดังกล่าวน่าจะมีการติดต่อและเกี่ยวข้องกับแหล่งโบราณคดีอื่นๆ ที่มีอุตสาหกรรมโลหะดังกล่าว ความเป็นไปได้ก็คืออาจเป็นศูนย์การแจกจ่ายสินค้า ที่พักสินค้า และ คนเดินทาง จึงพบวัตถุโบราณประเภทสำริดจำนวนมาก เช่น ภาชนะสำริดที่มีลวดลายมองเห็น  เป็นลายเส้นต่างๆ ที่มีทั้งเส้นโค้ง เส้นยาว เส้นรูปวงกลม ส่วนหนึ่งมีรูปแบบลวดลายดูเป็นอารยัน หรือตะวันตก ส่วนเครื่องประดับสำริดที่พบ ได้แก่ กำไลข้อมือ กำไลข้อเท้า และแหวน แสดงให้เห็นว่ามี   การพัฒนาทางด้านเทคโนโลยีการหล่อขึ้นรูปสำริดที่ดีขึ้น เนื่องจากเครื่องประดับมีความบางและความละเอียดเป็นพิเศษ