สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาท

พระประวัติ
สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาท ประสูตเมื่อวันที่ 8 กันยายน 2286 มีพระนามเดิมว่า “บุญมี” ขณะนั้นพระบิดายังคงเป็นพระพินิจอักษร (ทองดี) พระชนนีมีพระนามว่า “ดาวเรือง” หรือ “หยก” พระบรมเชษฐาธิราช คือ หลวงยกกระบัตร (ทองด้วง) ซึ่งต่อมาเสด็จขึ้นครองราชเป็นพระบาทสมเด็จพรุพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช    sbobet-sbobet.org
เมื่อบุญมาอายุ 16 ปี บิดาได้นำไปถวายตัวเป็นมหาดเล็กในสมเด็จพระเอกทัศ ได้เลื่อนเป็น “นายสุจินดา” ใน พ.ศ. 2306 ต่อมาใน พ.ศ. 2310 เมื่อกรุงศรีอยุทธยาถูกพม่าโจมตีใกล้จะเสียทีแก่พม่าแล้ว นายสุจินดากับเพื่อนอิก 3 คนได้พากันออกจากกำแพงพระนคร ลงเรือตอนพลบค่ำพายไปตามแม่น้ำเจ้าพระยา จุดหมายปลายทางคือ ต้องการไปหาหลวงยกกระบัตร ที่เมืองราชบุรี
ตำแหน่งการรับราชการของสมเด็พระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาท เริ่มจาก นายสุจินดา พระมหามนตรี พระยาอนุชิตราชา พระยายมราขช เจ้าพระยาสุรสีห์พิษณวาธิราช และทรงได้รับการสถาปณาเป็นสมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาทในรัชกาลที่ 1
สมเด็พระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาท สวรรคตเมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2346 พระชนมายุ 60 พรรษา สาเหตุจากทรงพระประชวรเป็นโรคนิ่ว มีอาการรุนแรงมาก ในคร้งที่ไปรบกับพม่า

พระวีรกรรม
ในรัชสัมยสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช สมเด็พระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาททรงทำการรบถึง 16 ครั้ง ส่วนมากเป็นการรบกับพม่า การรบครั้งสำคัญได้แก่ การตีค่ายพม่าที่โพธิ์สามต้น พ.ศ. 2310 ร่วมกับพระยาตากสิน ขับไล่พม่าออกจากภาคกลางของไทยได้ทั้งหมด และครั้งสุดท้ายเสด็จไปปราบจราจลในกรุงกัมพูชาใน พ.ศ. 2323 ร่วมกับสมเด็จพระยาพระมหากบัตริย์ศึกและเจ้าฟ้ากรมขุนอินทรพิทักษ์ ลุกเธอองค์ใหญ่
ต่อมาสมเด็จพระยามหากษัตริย์ศึกได้รับการสถาปนาเป็นพระมหากษัตริย์ ทรงพระนานว่าพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชได้ตั้งกรุงเทพมหานครเป็นราชธานี เมื่อ พ.ศ. 2325 ได้สถาปนาเจ้าพระยาสุรสิงห์พิษณวาธราช ขึ้นเป็นสมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาท
ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาท ต้องทรงรับหน้าที่ขุนพลเอกให้แก่พระบรมเชษฐาธิราชแต่ลำพังพระองค์เดียว นับเป็นพระราชภาระที่หนักมาก ทรงเป็นแม่ทับไปรบรบร่วม 8 ครั้ง ส่วนใหญ่เป็นการรบกับพม่า
การรบครั้งสำคัญที่สุดที่กล่าวขานมาจนถึงปัจจุบัน แสดงให้เห็นถึงพระปีชาสามารถในการทหารและยุทวิธี คือ สงครามเก้าทัพ พ.ศ. 2328 พระเจ้าปดุงแห่งพม่าขึ้นครองราชได้ 3 ปีได้ยกกองทัพบก เรือ ถึง 9 กองทัพเข้าสู่ประเทศไทยถึง 5 ทาง ทางที่สำคัญคือเข้าทางด่านเจดีย์ 3 องค์ ถึง 5 กองทัพ มีกำลังคนถึง 89000 คน สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาท ทรงรับหน้าที่เป็นแม่ทัพเสด็จออกยับยั้งกองทัพพม่าไม่ให้ลาวงล้ำเข้ามา สามรถเผด็จศึกได้ในระยะเวลาอันสั้น ด้วยกำลังทหารเพียง 30000 คนเท่านั้น เป็นที่น่าภาคภูมิใจของคนไทยและยุทวิธีในการรบครั้งนี้ได้จัดไว้นเป็นบทเรียนสำคัญในสถาบันการศึกษาชั้นสูงของกองทัพไทยในปัจจุบัน
เป็นระยะเวลา 35 ปีที่สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาททรงรับราชการได้ทำสงครามถึง 24 ครั้ง ผลการทำสงครามทำให้ประเทศไทยในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชมีอาณาเขตกว้างไกลกว่าสมัยใดๆ