เรื่องที่น่า “ผิดหวัง” หลังเป็นแชมป์

20-1

เรื่องที่ไม่อยากให้เกิดก็เกิดขึ้นจนได้ในรอบชิงชนะเลิศฟุตบอลเอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ นัดที่สอง ระหว่างขุนพลช้างศึก “ทีมชาติไทย” กับขุนพลพญาครุฑ “ทีมชาติอินโดนีเซีย” เพราะมีกลุ่มคนส่วนน้อยบางส่วนที่ไม่อยากเรียกว่าเป็นแฟนบอลทีมชาติไทยจุดพลุแฟลร์ระหว่างการแข่งขันที่บริเวณด้านหลังประตูฝั่งเหนือ

แน่นอนว่าเรื่องนี้คงโทษฝ่ายจัดการแข่งขัน ฝ่ายรักษาความปลอดภัยหรือสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยไม่ได้ทั้งหมดเพราะถ้ามองถึงสาเหตุที่เกิดขึ้นมันอยู่ที่ “จิตสำนึก” ของคนจริงๆ ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้ในรอบรองชนะเลิศกับ “ทีมชาติเมียร์มาร์” ที่บ้านของเรา รู้อยู่แล้วยังไงบอลก็เข้าชิงชนะเลิศก็ยังไปว่าแฟนบอลเพื่อบ้านแบบไม่สุภาพและที่รับไม่ได้คือการไปกระชากธงชาติอีกต่างหาก

บางทีกลับมามองความเป็นชาติเบอร์ 1 ของอาเซียนในเรื่องฟุตบอล ก็อดคิดไม่ได้ว่า ถ้ามีการให้รางวัลแฟนบอลยอดเยี่ยมเชื่อว่าคนกลุ่มน้อยที่ก่อเหตุทั้ง 2 เหตุการณ์คงเป็นสาเหตุที่ทำให้เราสู้เพื่อนบ้านในอาเซียนไม่ได้ซักนิดเลย

แถมภาพที่ออกมายังสิ่งที่เป็นลบต่อวงการฟุตบอลของเราอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะไม่ใช่ถูกเผยแพร่แค่ในเมืองไทยเท่านั้นแต่มันออกไปทั่วโลกเลยทีเดียว และยังทำให้บรรดาพ่อแม่ผู้ปกครองที่อยากพาลูกเข้ามาชมเกมลูกหนังเพื่อเป็นการปลูกฝังให้รักกีฬาชนิดนี้ไม่กล้าพาลูกเด็กเล็กแดงเข้ามาอีกต่างหาก

ขนาดรอบรองชนะเลิศหรือรอบชิงชนะเลิศที่เราไปเยือน “เมียร์มาร์” และ “อินโดนีเซีย” ยังไม่มีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นเลย ทั้งๆที่แฟนบอลเราเองนี้แหละที่หลายๆครั้งในอดีตไปเริ่มเรื่องเค้าก่อน หรือเวลาไปเยือนอินโดที่เมื่อก่อนขึ้นชื่อลือชาเรื่องความรุนแรงและอารมณ์ร่วมของแฟนบอล ยิ่งถ้าไปเล่นที่สนามเสนายันของเค้าด้วย

สำหรับบทลงโทษในเกมล่าสุด ทำให้ “ทีมชาติไทย” ได้รับผลกระทบแน่นอนเพราะจะต้องมีการประชุมด้านจริยธรรมและวินัยจากสหพันธ์ฟุตบอลเอเชียหรือเอเอฟซีซึ่งจะต้องมีบทลงโทษตามมา โดยบทลงโทษจะขึ้นอยู่กับความรุนแรงของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจากแมตซ์คอมมิชชั่นเนอร์หรือผู้ควบคุมการแข่งขัน เริ่มตั้งแต่การปรับเงินตั้งแต่ 25,000 เหรียญสหรัฐ (850,000 บาท) ขึ้นไปจนถึงขั้นหนักระดับ 40,000-50,000 เหรียญสหรัฐเลยทีเดียว

ที่สำคัญยังมีโอกาสที่เราอาจจะโดนบทลงโทษที่หนักกว่าการปรับ ไม่ว่าจะห้ามแฟนบอลเข้าสนาม หรือไปเตะสนามกลางที่มาจากการถูกแบนห้ามเล่นในบ้านของตัวเองซึ่งจะส่งผลกระทบต่อเกมฟุตบอลโลก2008 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบ 12 ทีมสุดท้ายอย่างแน่นอน โดยไทยจะต้องเป็นเจ้าบ้านอีก 3 เกมในการเจอกับ “ทีมชาติออสเตรเลีย” “ทีมชาติอิรัก” และ “ทีมชาติซาอุดิอาระเบีย”

ตอนนี้สิ่งที่ทางสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยในฐานะเจ้าภาพทำได้คือการหาตัวผู้กระทำและผู้ก่อเหตุมาลงโทษอย่างรุนแรง เพื่ออย่างน้อยๆบุคคลเหล่านี้จะได้ไม่มาสร้างปัญหาให้กับเราได้อีกคราวหน้า

มาถึงตอนนี้ก็คงได้แต่หวังว่า อย่าให้เราถูกบทลงโทษที่รุนแรงจากทางสหพันธ์ฟุตบอลเอเชียขนาดต้องโดนห้ามแข่งในบ้านเลย และขอให้ไม่มีเหตุการณ์แบบนี้อีก