นาทีคลั่ง! ชายขับเก๋งชนคนเดินถนนตาย 3 ศพ กลางเมืองเมลเบิร์น

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เกิดเหตุรถยนต์พุ่งชนคนเดินเท้า บริเวณหน้าสถานีรถไฟ ย่านใจกลางนครเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย เป็นเหตุทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต ขณะที่ทางการเชือว่าเป็นเพียงอุบัติเหตุและไม่ใช่การก่อการร้าย

นาทีคลั่ง! ชายขับเก๋งชนคนเดินถนนตาย 3 ศพ กลางเมืองเมลเบิร์น

ตามรายงานระบุว่า เมื่อเวลาประมาณ 14.00 น. ตามเวลาในท้องถิ่น นครเมลเบิร์น เกิดเหตุรถยนต์สีแดงคันหนึ่งได้พุ่งชนคนเดินถนน บริเวณหน้าสถานีเฟลนเดอร์ สตรีท เป็นเหตุทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 3 คน และได้รับบาดเจ็บอีกกว่า 20 คน

ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจออสเตรเลีย ได้ออกมาเปิดเผยเกี่ยวกับเหตุดังกล่าวว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นได้ควบคุมสถานการณ์เอาไว้ได้แล้ว และเชื่อว่าเหตุดังกล่าวไม่น่าจะเกี่ยวข้องกับการก่อการร้ายแต่อย่างใด แต่เชื่อว่าเป็นการจงใจขับรถพุ่งชนคนเดินถนนที่ยังไม่ทราบแรงจูงใจ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ได้จับกุมตัวผู้ก่อเหตุไปสอบสวนแล้ว

อย่างไรก็ตาม ในโลกออนไลน์ได้มีการแชร์ภาพจากเหตุการณ์ดังกล่าวเอาไว้เป็นจำนวนมากจากพยานที่อยู่ในเหตุการณ์ จึงเผยให้เห็นว่ารถยนต์คันสีแดง ขับวนอยู่บริเวณสี่แยกเป็นวงกลม มีเสียงล้อเสียดสีไปกับถนนดังไปทั่วบริเวณ ขณะที่ผู้คนต่างหยุดนิ่งดูสถานการณ์ ส่วนภาพจากกล้องวงจรปิดของร้านสะดวกซื้อใกล้ๆ กับจุดเกิดเหตุ เผยให้เห็นรถยนต์พุ่งชนคนเดินถนน โดยที่คนอื่นๆ ต่างวิ่งหลบหนีตายเข้ามาในร้าน

เปิดประวัติ ‘ผู้พันแอร์’ นักบินฮีโร่ วาระสุดท้ายบินโชว์เพื่อเด็กๆ

“นาวาอากาศตรี ดิลกฤทธ์ ปัถวี” นักบินผู้เสียชีวิตจากเหตุเครื่องบินแบบกริพเพนตก ในบริเวณกองบิน 56 หาดใหญ่ ระหว่างนำขึ้นโชว์ให้เด็กๆ ดูเนื่องในวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2560

จากอุบัติเหตุไม่คาดฝันที่เกิดขึ้นเนื่องในวันเด็กแห่งชาติประจำปี 2560 เมื่อเครื่องบินแบบกริพเพน แบบ 1 JAS 39 เกิดเครื่องขัดข้อง ระหว่างนำขึ้นโชว์ให้เด็กๆ ดูเนื่องในวันเด็ก เป็นผลให้นักบินเสียการบังคับเครื่อง ทำให้ตกลงในบริเวณ กองบิน 56 หาดใหญ่ แล้วเครื่องเกิดระเบิด นักบินเสียชีวิตทันที 1 ราย คือ นาวาอากาศตรี ดิลกฤทธ์ ปัถวี

นาวาอากาศตรี ดิลกฤทธ์ ปัถวี หรือ “ผู้พันแอร์” ตำแหน่งนักบินประจำหมวดบินที่ 3 ฝ่ายยุทธการฝูงบินที่ 701 กองบิน 7 จ.สุราษฎร์ธานี นาวาอากาศตรี ดิลกฤทธ์ อายุเพียง 34 ปี จบเตรียมทหารรุ่น 43 จบนายเรืออากาศรุ่น 50 และเพิ่งแต่งงานไปเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา ผู้พันแอร์ เป็นบุตรชายคนโตของ พล.อ.อ.อารมย์ ปัถวี โดยกริพเพนลำดังกล่าว เป็นเครื่องบินแบบขับไล่แบบที่ 20 (Gripen 39C) และท่าสุดท้ายก่อนเกิดอุบัติเหตุ คือท่า surprise attack

ด้าน พลอากาศตรี พงษ์ศักดิ์ เสมาชัย โฆษกกองทัพอากาศ เปิดเผยว่า พลอากาศเอก จอม รุ่งสว่าง ผู้บัญชาการทหารอากาศ ได้แสดงความเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ในส่วนของการดำเนินการได้สั่งการให้คณะกรรมการสอบสวนอากาศยานอุบัติเหตุ และหน่วยเกี่ยวข้องเข้าพื้นที่เพื่อสอบสวนหาสาเหตุต่อไป

สำหรับรายละเอียดอื่นๆ จะแจ้งให้ทราบต่อไป ทั้งนี้ขอให้ติดตามข้อมูลข่าวสารจากกองทัพอากาศเท่านั้น

พบกล่อง CSMU กริพเพน คาด 2 เดือนรู้เหตุทำไมตก

เมื่อวันที่ 16 ม.ค. พล.อ.ต.พงษ์ศักดิ์ เสมาชัย โฆษกกองทัพอากาศ กล่าวถึงความคืบหน้าการตรวจสอบสาเหตุ เครื่องบินขับไล่กริพเพน ประสบอุบัติเหตุตกว่า ขณะนี้ได้รับทราบจากคณะกรรมการสอบสวนอากาศยานอุบัติเหตุ

ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่มาจากสำนักนิรภัยการบิน และกรมช่างต่าง ๆ อาทิ กรมการสื่อสารทหารอากาศ กรมสรรพาวุธทหารอากาศ เป็นต้น ที่ลงพื้นที่ตรวจสอบสาเหตุตั้งแต่วันที่ 14 ม.ค.ที่ผ่านมาว่า ได้พบตัวบันทึกข้อมูลการบิน ท่าทางการบิน และการสื่อสารทางการบินของเครื่องบินขับไล่กริพเพน หรือที่เรียกว่า CSMU แล้ว ซึ่งเครื่องดังกล่าวจะรู้สาเหตุการตกได้ง่ายขึ้น ทั้งนี้ต้องมีการวิเคราะห์ควบคู่กับด้านกายภาพและการติดต่อกับหอบังคับการบิน

อย่างไรก็ตามเมื่อพบเครื่องดังกล่าวแล้วต้องใช้เวลาในการตรวจสอบข้อมูลและนำมาประกอบหลักฐานที่พบในที่เกิดเกตุ คาดว่าไม่เกิน 2 เดือนจะทราบสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุครั้งนี้

เมื่อถามว่ามีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ขอให้งดการบินโชว์ในวันเด็ก พล.อ.ต.พงษ์ศักดิ์ กล่าวว่า เรื่องความเป็นนักบินถือเป็นอาชีพ ๆ หนึ่งและเป็นหน้าที่ คนที่เป็นนักบินจะทราบดีเรื่องการทำภารกิจคงไม่มีใครบอกว่าจะไม่ทำการบินแล้ว เพราะการบินในวันเด็กส่วนหนึ่งเป็นการทำให้เด็กได้ทราบและเกิดความภาคภูมิใจว่า กองทัพอากาศมีขีดความสามารถอย่างไรบ้าง ทำให้เด็กที่รักการบินมีความสนใจ ตนเชื่อว่าคงไม่มีผลที่จะให้เลิกบินในวันเด็ก

ส่วนการบินแสดงโชว์ในงานวันเด็กปีหน้าต้องบอกว่าเมื่อเท้าพ้นพื้นก็อันตราย ไม่ว่าจะบินภารกิจใด หรือแม้กระทั่งบินระดับธรรมดาก็อันตรายทั้งนั้น เพราะปัจจัยสามารถเกิดขึ้นได้เสมอ

อย่างไรก็ตามจากเหตุการณ์ครั้งนี้ พล.อ.อ.จอม รุ่งสว่าง ผบ.ทอ.ได้กำชับให้ทุกคนที่มีหน้าที่ไม่ว่าจะเรื่องกำกับดูแล หรือนักบินเองต้องละเอียดรอบครอบ และทำการบินด้วยความไม่ประมาท.

ที่มา : dailynews

จับตาเทรนด์อสังหาฯน่าสนใจในปี 2017

ปี 2016 ที่ผ่านมาถือว่าเป็นอีกปีที่วงการอสังหาฯในประเทศไทย ไม่ค่อยมีความเคลื่อนไหวอะไรที่หวือหวา ออกมาสู่ตลาด โดยเฉพาะในช่วงไตรมาสที่สี่

จากที่ในทุกๆปีมักจะเป็นช่วงที่หลายๆดีเวลลอปเปอร์ชั้นนำ แข่งกันส่งโครงการใหม่ๆออกสู่ตลาดเพื่อเก็บเกี่ยวยอดขายในช่วงสิ้นปี แต่หลังจากการเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

ในวันที่ 13 ตุลาคม 2559 ดีเวลลอปเปอร์เกือบทุกรายตัดสินใจเลื่อนการเปิดตัวโครงการใหม่ออกไป ยิ่งส่งผลให้บรรยากาศในการลงทุนซื้อขายอสังหาฯในช่วงปลายปี 2016 ค่อนข้างเงียบเหงาขึ้นไปอีก อย่างไรก็ตาม เชื่อแน่นอนว่าสภาพบรรยากาศการลงทุน และการเปิดตัวโครงการการใหม่จะกลับมาเป็นบวกในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2017 เป็นต้นไป

โดยในรอบปี 2016 ที่ผ่านมา ทางแผนกวิจัย ซีบีอาร์อี ได้เปิดเผยถึงข้อมูลที่สำคัญของตลาดคอนโดมิเนียมในเซกเมนท์ไฮเอนด์ขึ้นไปว่า คอนโดมิเนียมระดับลักซ์ชัวรี่ (2 แสน – 2.99 แสนบาทต่อตารางเมตรและมีราคาต่อยูนิต 10 ล้านบาทขึ้นไป) และซุปเปอร์ลักซ์ชัวรี่ (3 แสนบาทต่อตารางเมตรขึ้นไปและมีราคาต่อยูนิต 20 ล้านบาทขึ้นไป) ที่มีการเปิดตัวในกรุงเทพฯ ในปี 2016 มีจำนวนลดลงราวครึ่งหนึ่งเมื่อเทียบกับปี 2015

โดยมีการเปิดตัวทั้งสิ้น 725 ยูนิต หรือคิดเป็น 11% ของจำนวนยูนิตทั้งหมดของโครงการที่เปิดตัวในปีนี้ และลดลง 4% ต่อปี ซึ่งไม่ต่างกับตลาดที่พักอาศัยแนวราบที่มีการเปิดตัวโครงการบ้านระดับลักซ์ชัวรี่ในย่านใจกลางเมืองแห่งใหม่เพียง 45 หลังในปี 2016 จาก 136 หลังในปีก่อน โดยมีราคาเฉลี่ยต่อหลังเพิ่มขึ้น 5.1% มาอยู่ที่ราว 55 ล้านบาท

ที่มา : แผนกวิจัย ซีบีอาร์อี