ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ข้อมูลประวัติศาสตร์ยุคเหล็ก 

ยุคเหล็ก เป็นยุคที่เกิดขึ้นเมื่อประมาณ 3,000 ปีที่ผ่านมา หลังจากที่แร่ทองแดงและแร่ดีบุก  หาได้ยากขึ้นและมีปริมาณไม่มากนัก ในขณะที่แร่เหล็กหาได้ง่ายกว่าและมีปริมาณเพียงพอที่จะนำมาใช้ประโยชน์ในด้านต่างๆ ยุคเหล็กจึงมีวิวัฒนาการที่รวดเร็วและแพร่หลายกว่าทองแดงและสำริด โดยมีการใช้งานในหลายรูปแบบ เช่น เครื่องมือ เครื่องใช้ อาวุธ สิ่งก่อสร้าง และสถาปัตยกรรมต่างๆ

          การถลุงแร่เหล็กในสมัยกรุงศรีอยุธยานั้น มีรายงานไว้เป็นลายลักษณ์อักษรในจดหมายเหตุการณ์เดินทางสู่สยาม ครั้งที่ 2 ของบาทหลวง กวีย์ ตาชารด์ ที่เดินทางไปยังหมู่บ้านสูน ได้บรรยายไว้ว่าพบบ่อแร่เหล็ก และโรงถลุง ซึ่งประกอบด้วยเตาอยู่เพียงสองหรือสามเตาเท่านั้น ชาวบ้านเอาถ่านกับแร่เหล็กที่ขุดขึ้นมาได้ไปใส่ไว้ และสุมไฟจนกระทั่งถ่านแร่ค่อยๆ กลายเป็นขี้เถ้าไปทีละน้อย แร่นั้นจะตกอยู่ก้นเบ้าเป็นรูปกลมเหมือนลูกปืนใหญ่ นอกจากนี้ยังพบหลักฐานบ้านถลุงเหล็กแห่งหนึ่งใกล้ๆ เมืองลพบุรี และแหล่งแร่เหล็กเขาทับควาย ในเขตอำเภอโคกสำโรง คือ หมู่บ้านดิลังซึ่งมีความสำคัญและน่าสนใจมาก ตั้งอยู่ในเขตอำเภอพัฒนานิคม บนที่ราบเชิงเขาสลัดได-เขาพระยาเดินดง โดยพบมีเนินดินใหญ่-น้อยเรียงรายกันอยู่กว่า 60 ลูกเนิน จากการสำรวจขุดค้นทางโบราณคดีของลูกเนินบ้านดิลังพบหลักฐานของการถลุงเหล็กเป็นอันมาก เช่น ตะกรันจากการถลุงเหล็ก ถ่าน ขี้เถ้า แร่เหล็กฮีมาไทต์ เศษท่อดินเผาของเตาถลุง เตาถลุง เป็นต้น เตาถลุงเหล็กที่บ้านดิลังทำจากดินเหนียวมีโครงเป็นไม้ไผ่ ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางและความสูงประมาณไม่เกิน 2 เมตร ใช้ถ่านไม้เป็นเชื้อเพลิง และใช้เครื่องสูบลมทำจากไม้ไผ่ชักสูบด้วยมือเพื่อลดออกซิเจน การถลุงในเตาแบบนี้เรียกกันว่า เตาบลูม (Bloomery fernace) เป็นกระบวนการที่นิยมในเอเชีย และแอฟริกามานานแล้ว จากการสำรวจหาอายุคาร์บอน-14 จากเศษถ่านที่ได้ในบริเวณดังกล่าวพบว่าอุตสาหกรรมเหล็กที่บริเวณบ้านดิลังนี้มีอายุราว 1,400 ปีหรือราวคริสต์ศตวรรษที่ 6

          จากการที่คนไทยมีความสนใจในเทคโนโลยีเหล็กและเหล็กกล้าอย่างยิ่ง ประกอบกับความสามารถ และความเป็นผู้มีฝีมือในการตีเหล็กและตีดาบ ประเทศไทยจึงมีดาบอันมีชื่อเสียงจากหลายหัวเมืองที่สำคัญ เช่น กำแพงเพชร อุตรดิตถ์ (น้ำพี้) พิจิตร และพุนพิน เป็นต้น ซึ่ง “ดาบเหล็กเป็น” ของพิจิตรได้ชื่อว่าเป็นยอดดาบไทยในสมัยนั้น ประเทศไทยยังสามารถผลิตสินค้าเครื่องเหล็กส่งไปขายต่างประเทศได้ และกลายเป็นผู้บริการสินค้าเครื่องเหล็กแก่กัมพูชา เวียดนาม มลายู สิงคโปร์ และอินโดนีเซีย ตลอดมาจนถึงสมัยต้นรัตนโกสินทร์ นอกจากนี้ยังมีข้อมูลการขุดแร่เหล็กมาถลุงใช้เองของชาวบ้านในชนบทของไทย พวกละว้าเพิ่งจะเลิกทำเหล็กไปเมื่อ 60 ปีที่ผ่านมา แต่ศิลปศาสตร์การตีเหล็กและดาบแบบพื้นเมือง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในหมู่สตรียังสืบทอดกันมา เช่น บ้านตีดาบอรัญญิก

          นอกจากนี้ยังพบประจักษ์พยานอันเป็นร่องรอยการถลุงเหล็กอีกหลายแห่ง เช่น แหล่งโบราณคดีบ้านเชียง จังหวัดอุดรธานี แหล่งโบราณคดีบ้านท่าแค และบ้านพรหมทิน อำเภอเมือง และบ้านถลุงเหล็ก อำเภอโคกสำโรง จังหวัดลพบุรี บ้านดอนตาเพชร และถ้ำองค์บะ จังหวัดกาญจนบุรี