“ปาเกียว” ประกาศสอย “วาร์กาส” คว้าแชมป์องค์กรมวยโลกสมัย 3

แมนนี่ ปาเกียว ยอดมวยโลกจากฟิลิปปินส์ ที่เปลี่ยนใจกลับมาขึ้นสังเวียนผืนผ้าใบอีกครั้ง ทั้งที่ประกาศแขวนนวมได้แค่ 7 เดือน ตั้งเป้าคว้าแชมป์โลกรุ่นเวลเตอร์เวต ขององค์กรมวยโลก (ดับเบิลยูบีโอ) ที่ตัวเองเคยเป็นแชมป์ 2 สมัย มาจากเจสซี่ วาร์กาส เจ้าของแชมป์คนปัจจุบันจากสหรัฐอเมริกา ที่มีอายุน้อยกว่าถึง 10 ปี ในการเจอกันที่สนามกีฬาโธม้ส แอนด์ มาร์ค เซ็นเตอร์ นครลาสเวกัส ประเทศสหรัฐอเมริกา วันที่ 5 พฤศจิกายน ตามเวลาท้องถิ่น หรือตรงกับเช้าวันถัดมาที่ 6 พฤศจิกายน ตามเวลาประเทศไทย

ปาเกียวที่จะอายุครบ 38 ปีเต็มปลายปีนี้ เคยอำลาวงการมวยหลังไฟต์ชนะคะแนนทิโมธี แบร๊ดลีย์ จากสหรัฐ เมื่อเดือนเมษายน เพราะเตรียมลงเลือกตั้งชิงตำแหน่งวุฒิสภาฟิลิปปินส์ในขณะนั้น และต้องการทุ่มเทเวลากับการพัฒนาประเทศบ้านเกิด แต่เปลี่ยนใจหลังชนะเลือกตั้งไม่นาน ให้สัมภาษณ์หลังการชั่งน้ำหนักกับวาร์กาสที่ผ่านพิกัดทั้งคู่ ต่อหน้าสักขีพยานซึ่งส่วนใหญ่เป็นแฟนมวยเกือบ 1,000 คน เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายนว่า

แม้ครั้งนี้ตัวเองจะอยู่ในฐานะแค่ผู้ท้าชิง แต่จะเอาแชมป์เวลเตอร์เวตของดับเบิลยูบีโอมาจากวาร์กาสให้ได้

ก่อนหน้านี้ ปาเกียวเคยได้แชมป์โลกรุ่นเวลเตอร์เวต ของดับเบิลยูบีโอ 2 ครั้ง โดยครั้งแรกเกิดขึ้นในช่วงปลายปี 2009 ที่ชนะ “ทีเคโอ” มิเกล ค็อตโต้ จากเปอร์โตริโก และเสียแชมป์ให้แบร๊ดลีย์ที่มีปัญหาฉาวของการนับคะแนนกรรมการกลางปี 2012 และทวงแชมป์คืนได้สำเร็จในไฟต์แก้มือแบร๊ดลีย์อีก 2 ปีให้หลัง ก่อนเสียแชมป์ให้ฟลอยด์ เมย์เวทเธอร์ จูเนียร์ ในไฟต์หยุดโลกปีต่อมา

ปัจจุบัน ปาเกียวมีสถิติชก 66 ไฟต์ ชนะ 58 ครั้ง และเป็นการชนะไม่ครบยก 38 ครั้ง แพ้ 6 ครั้ง และเสมอ 2 ครั้ง

ส่วนวาร์กาสชก 28 ครั้ง ชนะ 27 ครั้ง ซึ่งเป็นการชนะไม่ครบยก 10 ครั้ง และแพ้ 1

“โซเซียดาด” เปิดบ้านอัดตราหมี 2-0

เกมลาลีกาสเปนนัดที่ 11 ของฤดูกาลเกมนี้ใช้ เคโรนีโม รูยี เป็นผู้รักษาประตู แนวรับ มิเกล กอนซาเลซ จับคู่กับ ราอูล นาบาส แดนกลางมีตัวหลักอย่าง ชาบี ปริเอโต้กับ อาเซียร์ อียาร์ราเมนดี้ แนวรุก คาร์ลอส เวลา, วิลเลียน โชเซและมิเกล โอยาร์ซาบัล

ทางฝั่งทีมเยือนของ ดีเอโก้ ซิเมโอเน มาในระบบ 4-4-2 ยาน โอบลัค เป็นผู้รักษาประตู แนวรับ ดีเอโก้ โกดิน จับคู่กับ สเตฟาน ซาวิค แดนกลางเป็น กาบี้กับโกเก้ แนวรุก ซาอูล นิเกวซ และ ยานนิค การ์ราสโก้ คู่กองหน้า เควิน กาเมโร คู่กับ อองตวน กรีซมันน์ ที่ลงสนามเจอทีมเก่า

เจ้าบ้านได้ลุ้นประตูก่อนจากจังหวะที่ อาเซียร์ อียาร์ราเมนดี้ ได้ลองสับไกยิงจากนอกกรอบเขตโทษแต่บอลลอยข้ามคานออกไปไม่ไกล

โอกาสแรกของทีมเยือนในนาทีที่ 25 เควิน กาเมโร ลากบอลมาทางริมเส้นฝั่งซ้ายก่อนโยนบอลเข้ามาหน้าปากประตู บอลไหลไปถึง อองตวน กรีซมันน์ ตามมาเก็บบอลและจ่ายกลับเข้ามาให้ ซาอูล นิเกวซ ได้ยิงแต่ไปติด เคโรนีโม รูยี โอกาสของเจ้าบ้านนาที 33 จากจังหวะที่ คาร์ลอส เวลา เลี้ยงตัดเข้าในก่อนจะจะยิงด้วยซ้ายบอลพุ่งแฉลบแนวรับตราหมีข้ามคานไปแบบได้ลุ้น เวลาที่เหลือทั้งสองทีมยังทำประตูกันไม่ได้จบครึ่งแรกเสมอกันอยู่ 0-0

เริ่มครึ่งหลังมาในนาทีที่ 53 เจ้าบ้านได้ลูกจุดโทษจากจังหวะที่ กาบี้ ไปหวด ยูริ เบร์ชีเช ล้มลงในกรอบเขตโทษผู้ตัดสินเป่าให้เป็นลุกจุดโทษ และเป็น คาร์ลอส เวลา รับหน้าที่สังหารจุดโทษเข้าประตู เรอัล โซเซียดาดนำ 1-0 เป็นทางฝั่งเจ้าบ้านมาได้ลูกจุดโทษที่สองในนาที 75 จากจังหวะบอลยาวมาถึง คาร์ลอส เวลา ทะลุเข้าไปในกรอบเขตโทษก่อนเลี้ยงเข้าไปโดน อังเคล กอร์เรอา เตะล้มลงผู้ตัดสินชี้ให้เป็นจุดโทษอีกครั้ง คราวนี้เป็น วิลเลียน โชเซ รับหน้าที่สังหารไม่พลาด เรอัล โซเซียดาดหนีห่าง 2-0

โอกาสของทีมเยือนบ้างในนาที 79 จากจังหวะที่ ยานนิค การ์ราสโก้ ได้บอลหน้ากรอบเขตโทษก่อนดึงบอลหนีตัวประกบแล้วได้ยิงด้วยซ้ายแต่บอลหลุดเสาออกไป โอกาสลุ้นของทีมตราหมีนาที 87 จากจังหวะที่ อองตวน กรีซมันน์ เลี้ยงตัดจากริมเส้นเข้ามาแล้วได้ซัดด้วยซ้ายจากนอกกรอบเขตโทษ บอลพุ่งแรงแต่ เคโรนีโม รูยี ลอยตัวปัดทิ้งออกไปเข้าทาง ยานนิค การ์ราสโก้ ที่วิ่งตามาซ้ำก็ติดบล็อคกองหลังออกไปอีก

หมดเวลาการแข่งขันเป็นเรอัล โซเซียดาดเปิดบ้านเอาชนะแอตเลติโก มาดริดไปได้ 2-0 เก็บ 3 คะแนนเต็มมีเพิ่มเป็น 19 คะแนนรั้งอันดับ 6 ส่วนทีมตราหมีอยู่อันดับ 3 มี 21 แต้มเท่าเดิมพลาดโอกาสขึ้นจ่าฝูง