บุกจับบ่อนพนันออนไลน์พบเงินหมุนเวียนกว่า 100 ล.

ปปง.-ตำรวจบุกจับบ่อนพนันออนไลน์คาคอนโดพระราม2รวบ 6 ผู้ต้องหาพบเงินหมุนเวียนกว่า 100ล้านบาท
วันที่ 9 ก.ย. เจ้าหน้าที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือ ปปง. พร้อมตำรวจ นำกำลังพร้อมหมายศาลเข้าตรวจค้นห้องพักในคอนโดมิเนียมหรู ย่านพระราม 2 หลังตำรวจแจ้งข้อมูลว่ามีเว็บไซด์ชื่อ ฟีฟ่าคลับทเวนตี้โฟร์ดอทเน็ต เปิดรับแทงพนันฟุตบอล และบาคาร่าออนไลน์ และตรวจสอบบัญชีพบว่าเครือข่ายดังกล่าวมีเงินหมุนเวียนกว่า 100 ล้านบาท
นายวิทยาพร จันทวาส นักสืบสวนสอบสวน รองหัวหน้าพนักงานเจ้าหน้าที่ชุดปฎิบัติการพิเศษ ดำเนินหน้าที่เกี่ยวกับการพนันออนไลน์ ปปง. ระบุว่าจากการตรวจค้นสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 6 คน ขณะทำหน้าที่เป็นคอลเซ็นเตอร์รับแทงพนันตรวจยึดคอมพิวเตอร์ จำนวน 12 เครื่อง โทรศัพท์มือถือพร้อมซิมการ์ดจำนวนมาก และจากการตรวจสอบเบื้องต้นมีผู้เช่าห้องพัก ไว้ 2 ห้อง ที่ชั้น 4 และ ชั้น 7 และเช่ามานานกว่า 1 ปี แล้ว โดยรับแทงพนันออนไลน์ตลอด 24ชั่วโมง
โดยสืบสวนพบว่าเครือข่ายนี้ได้เปิดแทงพนันออนไลน์ตั้งแต่ปี 2555 มีการโอนเงินไปยังบุคคลต่างๆ อีกกว่า 10 คน มูลค่าประมาณ 25 ล้านบาท และพบการโอนเงินไปยังประเทศเพื่อนบ้านเพื่อฟอกเงินด้วย ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้อายัดเงินและทรัพย์สินไว้ตรวจสอบพร้อมขยายผลติดตามจับผู้หญิงซึ่งมีชื่อเป็นผู้เช่าห้องพัก และเครือข่ายมาดำเนินคดีต่อไป

ตร.บุกจับบ่อนไฮโลย่านสรงประภารวบนักพนัน41คน

กองปราบฯ สนธิกำลังทหารและตำรวจ สน.ดอนเมือง เข้าจับกุมบ่อนไฮโล ถนนสรงประภา รวบ 41 นักพนัน และของกลางจำนวนหนึ่ง พบลักลอบเปิดบ่อนมาประมาณ 1 สัปดาห์

พ.ต.อ.จิรภพ ภูริเดช ผู้กำกับการ 1 กองบังคับการปราบปราม พร้อมกำลังตำรวจกองปราบปราม ตำรวจสืบสวนนครบาล 2 สน.ดอนเมือง และ ทหารจากกรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ สนธิกำลังเข้าตรวจค้นในอาคารแห่งหนึ่งริมถนนสรงประภา เขตดอนเมือง หลังได้รับแจ้งว่าสถานที่ดังกล่าวเปิดเป็นบ่อนการพนันไฮโล

จากการเข้าตรวจค้น เจ้าหน้าที่พบนักพนันชายหญิง รวม 41 คน พร้อมยึดอุปกรณ์การเล่นพนันไฮโลหลายชนิด อาทิ เก้าอี้ พร้อมเงินสดจำนวนหนึ่ง และชิพที่ใช้แลกเล่นการพนัน ซึ่งการตรวจค้นในครั้งนี้ เจ้าหน้าที่สืบทราบว่ามีการลักลอบเล่นการพนันประเภทไฮโลจึงสนธิกำลังเข้าตรวจค้นและคุมตัวนักพนันมาทำการสอบปากคำและตรวจสอบประวัติ ที่ สน.ดอนเมือง พร้อมกับแจ้งข้อหาร่วมกันลักลอบเล่นการพนันโดยไม่ได้รับอนุญาต

สำหรับอาคารที่เจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นในครั้งนี้ พบว่ากำลังปรับปรุงเป็นร้านขายส่งสุรา แต่ยังไม่มีสินค้า และลักลอบเปิดให้เล่นการพนันมาประมาณ 1 สัปดาห์แล้ว ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีผู้แสดงตัวเป็นเจ้าของอาคารดังกล่าว

ปฏิบัติการทลายแหล่งมั่วสุมรวบ 22ไทย-พม่ายาเสพติด การพนัน

ตำรวจชุดสืบ สภ.กะทู้ ออกปฏิบัติการณ์เข้มข้นตรวจค้นแหล่งมั่วสุม และบุคคลกลุ่มเสี่ยง เพื่อทลายและจับกุมยาเสพติดทุกประเภท ในช่วงก่อนเทศกาลวันสงกรานต์ รวบ 14 ผู้ต้องหาคนไทย-พม่าคดียาเสพติด 8 พม่า มั่วสุมลักลอบเล่นการพนัน

เมื่อวันที่ 12 เม.ย.2558 เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม สถานีตำรวจภูธรกะทู้ ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.อ.ชัยวัฒน์ อุ้ยคำ ผกก.สภ.กะทู้ ,พ.ต.ท.สรพงษ์ ชูแก้ว รอง ผกก.สส.ฯ นำโดย พ.ต.ท.สุทธิชัย เทียนโพธิ์ สว.สส.สภ.กะทู้ พร้อมชุด ชปส.สภ.กะทู้ ได้ทำการปิดล้อมตรวจค้น 5 จุด จับกุมผู้ต้องหายาเสพติดและขยายผล จำนวน 13 ราย 14 คน ดังนี้
1. น.ส.จุฬาพร หรือปาม บัวชูก้าน อายุ 29 ปี พร้อมด้วยของกลาง ยาไอซ์น้ำหนัก 0.45 กรัม จำนวน 1 ถุง (ได้จากการล่อซื้อ)และ ยาไอซ์น้ำหนัก 1.40 กรัม จำนวน 4 ถุง โดยกล่าวหาว่า “มียาเสพติดให้โทษประเภทที่1(ยาไอซ์) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย” 2.นาย อเล็ก สัญชาติพม่า อายุ 32 ปี พร้อมด้วยของกลาง ยาไอซ์น้ำหนัก 1.40 กรัม จำนวน 4 ถุง และ ยาบ้าจำนวน 29 เม็ด โดยกล่าวหาว่า “มียาเสพติดให้โทษประเภทที่1 (ยาไอซ์และยาบ้า) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย”
3.นาย โป สัญชาติพม่า อายุ 20 ปี พร้อมด้วยของกลาง ยาไอซ์น้ำหนัก 1.40 กรัม จำนวน 1 ถุง โดยกล่าวหาว่า “มียาเสพติดให้โทษประเภทที่1 (ยาไอซ์) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย”
4.นายจักรกริช หรือแหน่ง อินทะกนก อายุ 35 ปี พร้อมด้วยของกลางยาไอซ์น้ำหนัก 0.40 กรัม จำนวน 1 ถุง (ได้จากการล่อซื้อ) โดยกล่าวหาว่า “มียาเสพติดให้โทษประเภทที่1 (ยาไอซ์) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย”
5.นางสมร หรือหมอน ขวัญยืน อายุ 48 ปี พร้อมด้วยของกลางยาไอซ์น้ำหนัก 0.35 กรัม จำนวน 1 ถุง (ได้จากการล่อซื้อ) โดยกล่าวหาว่า “มียาเสพติดให้โทษประเภทที่1 (ยาไอซ์) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและพยายามจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย”
6.นายสมบูรณ์ หรือเจน อำนาจ อายุ 26 ปี พร้อมด้วยของกลางยาไอซ์น้ำหนัก 0.55 กรัม จำนวน 1 ถุง โดยกล่าวหาว่า “มียาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (ยาไอซ์ )ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย” 7.นายภูวเรศ หรือตั๊ก รัตนสุชล อายุ 26 ปี พร้อมด้วยของกลางยาไอซ์น้ำหนัก 0.40 กรัม จำนวน 1 ถุง โดยกล่าวหาว่า “มียาเสพติดให้โทษประเภทที่1 (ยาไอซ์) ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย” 8.นายชรินทร หรือบูม สุทธิขันธ์ อายุ 26 ปี พร้อมด้วยของกลางยาไอซ์น้ำหนัก 0.40 กรัม จำนวน 1 ถุง โดยกล่าวหาว่า “มียาเสพติดให้โทษประเภทที่1 (ยาไอซ์) ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย” 9.นายสามารถ หรือกิ๊บ ปีนัง อายุ 32 ปี พร้อมด้วยของกลางยาไอซ์น้ำหนัก 0.40 กรัม จำนวน 1 ถุง โดยกล่าวหาว่า “มียาเสพติดให้โทษประเภทที่1 (ยาไอซ์) ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย”10.น.ส.วิสา หรือวิ นิ่มคล้าย อายุ 24 ปี พร้อมด้วยของกลางกัญชาแห้งน้ำหนัก 0.95 กรัม จำนวน 1 ถุง โดยกล่าวหาว่า “มียาเสพติดให้โทษประเภทที่5 (กัญชา) ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย”11.นายสยาม บูอ่อง อายุ 20 ปี พร้อมด้วยของกลางกัญชาแห้งน้ำหนัก 1.15 กรัม จำนวน 1 ถุง โดยกล่าวหาว่า “มียาเสพติดให้โทษประเภทที่5 (กัญชา) ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย” 12.นายมาวิน หรือแม็ค ตันติผล อายุ 18 ปี พร้อมด้วยของกลางกัญชาแห้งน้ำหนัก 1.15 กรัม จำนวน 1 ถุง โดยกล่าวหาว่า “มียาเสพติดให้โทษประเภทที่5 (กัญชา) ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย” 13.นายอิด ตัน อายุ 59 ปี สัญชาติพม่า ผู้ต้องหาที่1 และ 14.นาง บิว เปีย อายุ 35 ปี สัญชาติพม่า ผู้ต้องหาที่2 พร้อมด้วยของกลางหม้อต้มพร้อมกากใบกระท่อม จำนวน 1 ใบ โดยกล่าวหาว่า “ร่วมกันผลิตและมียาเสพติดให้โทษประเภทที่5 (พืชกระท่อม) ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย” คุมตัว ส่ง พนักงานสอบสวน สภ.กะทู้ ดำเนินคดีต่อไป
นอกจากนี้ ในวันเดียวกัน เวลาประมาณ 16.30 น.เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมดังกล่าว ยังได้ ร่วมกันจับกุมตัวผู้ต้องหาสัญชาติพม่าลักลอบเล่นการพนัน จำนวน 2 ราย ผู้ต้องหา 8 คน ดังนี้ รายแรก 1.นาง เงาะ อายุ 42 ปี สัญชาติพม่า 2.นาง ข่าย อายุ 33 ปี สัญชาติพม่า 3.นางแตงโม อายุ 42 ปี สัญชาติพม่า 4.นาย กาว อายุ 28 ปี สัญชาติพม่า พร้อมด้วยของกลาง ไพ่ป็อก(หลังสีดำ) จำนวน 1 สำรับ เงินสดจำนวน 120 บาท รายที่สอง 1.นาย สลิม อายุ 31 ปี สัญชาติพม่า 2.นาง ทร อายุ 40 ปี สัญชาติพม่า 3.นาง โท อายุ 42 ปี สัญชาติพม่า 4.นาย เชเมทอง อายุ 22 ปี สัญชาติพม่า พร้อมด้วยของกลาง ไพ่ป็อก(หลังสีดำ) จำนวน 1 สำรับ เงินสดจำนวน 200 บาท โดยกล่าวหาว่า “เป็นบุคลต่างด้าวหลบหนีเข้ามาในราชอาณาจักรสยามโดยไม่ได้รับอนุญาตและ ร่วมกันลักลอบเล่นการพนัน (ไพ่ป็อกแปดเก้า )พนันเอาทรัพย์สินกันโดยไม่ได้รับอนุญาต”โดยจับกุมผู้ต้องหาได้ที่ แค็มป์ที่พักคนงานไม่มีเลขที่ภายในโครงการคอนโดพนาสนธิ์ซิตี้ ถ.นาใน ต.ป่าตอง อ.กะทู้ จว.ภูเก็ต นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.กะทู้ ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ทั้งนี้การออกตรวจสอบจับกุมดังกล่าว เป็นไปตามนโยบายผู้บังคับบัญชา ให้ปฏิบัติการณ์เข้มข้น ในการตรวจค้นแหล่งมั่วสุม และบุคคลกลุ่มเสี่ยง เพื่อทลายและจับกุมยาเสพติดทุกประเภท ในช่วงก่อนเทศกาลวันสงกรานต์

ทหารบุกจับบ่อนการพนันอดีตนักการเมืองท้องถิ่นย่านรามอินทรา

MGR Online – ทหารชุดเฉพาะกิจกองทัพภาค 1 บุกจับบ่อนการพนัน ไฮโล ไพ่ป๊อกแปดป๊อกเก้า ของนายทุนใหญ่อดีตนักการเมืองท้องถิ่น ย่านรามอินทรา เปิดโจ๋งครึ่ม 24 ชม. สวนความรู้สึกคนไทยอย่างไม่เกรงกลัวกฎหมาย รวบนักเล่นกว่าร้อยคน ยึดอุปกรณ์การและเงินสดกว่าแสนบาท

วันนี้ (24 ต.ค.) เมื่อเวลา 14.30 น. พ.อ นพสิทธิ์ สิทธิพงศ์โสภณ ผบ.ม.1 รอ. พ.อ.อุดม แก้วมหา รอง ผบ.ม.1 รอ. ชุดเฉพาะกิจกองทัพภาค 1 และกำลังเจ้าหน้าที่ทหาร 52 นาย เข้าปิดล้อมบ่อนการพนัน ตั้งอยู่หลังตลาดนัด ซ.รามอินทรา 14 แขวงท่าแร้ง เขตบางเขน กทม. ซึ่งเป็นพื้นที่รับผิดชอบของ สน.โคกคราม หลังได้รับแจ้งจากพลเมืองดี ว่า สถานที่ดังกล่าวมีการลักลอบเปิดให้เล่นการพนันประเภท ไฮโล ไพ่ป๊อกแปดป๊อกเก้า และมีนักพนันเข้าออกเป็นจำนวนมาก สามารถจับกุมนักพนันได้กว่าร้อยคน พร้อมของกลางอีกหลายรายการ

ที่เกิดเหตุลักษณะเป็นอาคารห้องแถวเลขที่ 2/301 และห้องแถวเลขที่ 2/302 เป็นห้องแถวชั้นเดียวภายในดัดแปลงเป็นบ่อนแบบครบวงจร เจาะกำแพงให้สามารถที่จะเดินทะลุไปยังห้องต่าง ๆ จากการตรวจสอบพบนักพนันกำลังเล่นพนันอยู่ จึงได้แสดงตัวเข้าควบคุมตัวนักพนันได้ทั้งหมดเป็นชาย 36 คน หญิง 83 คน รวม 119 คน พร้อมของกลางแบ่งเป็น อาคารที่ 1 พบเงินสด 138,500 บาท ถ้วยไฮโล 4 ชุด โต๊ะไฮโล 1 ตัว ไม้เขี่ย 33 อัน และโพยบอล ส่วนอาคารที่ 2 พบไพ่ 28 สำรับ ถ้วยไฮโล 1 ชุด ลูกเต๋า เครื่องบันทึกวงจรปิด 1 เครื่อง จอแสดงผล 1 เครื่อง โต๊ะวงไพ่ 4 ตัว และวิทยุสื่อสารมือถือสีแดง 2 เครื่อง และมี นายธวัชชัย ลาภเหลือ อายุ 55 ปี บ้านเลขที่ 63/1 ม.5 ต.บ้านป้อน อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา รับเป็นเจ้ามือ

โดยทาง พ.อ นพสิทธิ์ เปิดเผยว่า ได้รับการร้องเรียนจากพลเมืองดีในพื้นที่เป็นลายลักษณ์อักษร ว่า มีการลักลอบเล่นการพนันที่บริเวณดังกล่าว จึงทำการสืบสวน โดยให้เจ้าหน้าที่ทหารนอกเครื่องแบบแฝงตัวปะปนเข้าไปภายในอาคารดังกล่าว และพบว่า มีการเปิดเป็นบ่อนพนันจริง อีกทั้งยังมีห้องครัวทำอาหารให้นักพนันด้วย ถือเป็นบ่อนใหญ่และครบวงจร

เบื้องต้นได้ทำประวัตินักพนันทุกคนไว้ และทำรายการของกลางอย่างละเอียด เพื่อนำตัวนักพนัน พร้อมด้วยของกลางทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน สน.โคกคราม ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ทั้งนี้ มีรายงานว่า บ่อนการพนันดังกล่าวได้มีอดีตนักการเมือง “ส.ข. ณัฐ” เป็นนายทุนใหญ่ และมีชายชื่อว่า ตี๋ราม เป็นหุ้นส่วนใหญ่ ซึ่งได้มีการลักลอบเปิดเล่นการพนันทั้งวงไฮโล และ วงไพ่ พร้อมบริการอาหารและเครื่องดื่ม ตลอด 24 ชั่วโมง นอกจากนี้ ยังมีการจับรางวัลใหญ่ แจกเครื่องใช้ไฟฟ้าอย่างมากมาย ให้กับนักพนันที่มาเสี่ยงโชคอีกด้วย

ทั้งนี้ อยู่ระหว่างการไว้อาลัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งผู้คนส่วนใหญ่อยู่ในความเศร้าโศกเสียใจ และงดความบันเทิงต่าง ๆ แต่บ่อนดังกล่าวกับมีการเปิดให้เล่นอย่างไม่เกรงกลัวกฎหมาย และไม่มีจิตสำนึกแต่อย่างใด

“เกิด” หรือ”ดับ” คาสิโนถูกกฎหมาย..เมืองไทย

พ.ต.อาณันย์ วัชโรทัย พร้อมด้วย นายเกรียงไกร ภูมิเหล่าแจ้ง , นายบุญเลิศ คชายุทธเดช , นายดำรงค์ พิเดช สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) และสมาชิก สปช.คนอื่นๆ รวม 12 คน ร่วมกันแถลงข่าวสนับสนุนให้รัฐบาลพิจารณาเปิดบ่อนคาสิโนถูกกฎหมาย เพื่อเร่งแก้ปัญหาเศรษฐกิจของประเทศ

โดย พ.ต.อาณันย์ กล่าวว่า สิ่งที่เราห่วงคือปัญหาเศรษฐกิจของประเทศในขณะนี้ การจัดเก็บภาษีให้ครบเป็นส่วนหนึ่งในการแก้ปัญหา การทำสิ่งผิดกฎหมายให้ถูกกฎหมายอย่างคาสิโน เป็นสิ่งที่ทุกประเทศทำเพื่อจัดระเบียบในการนำเงินเข้ารัฐ ไม่ต้องการให้เงินจากนักท่องเที่ยวไหลออกโดยไม่ได้ประโยชน์ ยังไม่พูดถึงคนไทยที่ไปเล่นในคาสิโนชายแดนเพื่อนบ้าน ซึ่งมีวงเงินหมุนเวียนกว่า 500 ล้านบาท และคาดว่าอีก 30 ปี จะมีคาสิโนรอบชายแดนอีกไม่ต่ำกว่า 30 แห่ง กลายเป็น Las Vegas ขนาดย่อม หากทำคาสิโนให้ถูกกฎหมายในประเทศไทย คนไทยจะมีงานทำมากขึ้น หากยังผิดกฎหมายอยู่ก็ควบคุมไม่ได้ ทำให้เป็นส่วนหนึ่งในการฉ้อฉลของเจ้าหน้าที่รัฐและผู้มีอิทธิพล เราห้ามคนไม่ให้เล่นการพนันไม่ได้ เหมือนเหล้าบุหรี่ที่มีอยู่แต่ห้ามไม่ให้โฆษณาแค่นั้น จะเร่งทำเรื่องนี้นำร่องเฉพาะพื้นที่ที่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเยอะ ได้แก่ พัทยา และภูเก็ต อยู่ที่รัฐบาล และคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จะตัดสินใจอย่างไร เพราะสิ่งที่คนห่วงที่สุดคือปัญหาเศรษฐกิจ

ด้าน นายเกรียงไกร กล่าวว่า ต้องยอมรับความจริงว่าคนไทยเกิดมาก็รู้จักการพนัน ไม่ว่าจะเป็นสลากกินแบ่งรัฐบาล ไก่ชน ควรเลิกดัดจริต รัฐบาลชุดนี้ติดขัดเรื่องเดียวคือปัญหาเศรษฐกิจ เศรษฐกิจจะดีได้ต้องดึงเงินนอกระบบขึ้นมา พบว่าคนที่ไปเล่นการพนันในต่างประเทศ 80% คือคนไทย การเปิดคาสิโนเป็นการจัดเก็บรายได้เข้ารัฐ เพื่อนำมาพัฒนาประเทศ เป็นการดึงภาษีบาปมาเป็นภาษีบุญ มาช่วยเหลือคนจน ส่งเสริมพระพุทธศาสนา คนพิการ การศึกษา ซึ่งเราจะศึกษาระบบต่างๆ ให้ครอบคลุม หากถามว่าไม่กลัวคนเสียผลประโยชน์ทำร้ายเอาหรือ ตนยืนยันว่าสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อชาติและประชาชนจะทำ การเปิดคาสิโนจะเน้นลูกค้าต่างชาติ เหมือนในต่างประเทศถ้าคนในชาติตัวเองไปเล่นต้องแสดงบัญชีทรัพย์สินหรือเงินสดจำนวนมากก่อน ดังนั้นคนยากจนไม่มีสิทธิเข้า จึงเห็นด้วยในการสนับสนุนรัฐบาลให้เปิดคาสิโน

ส่วน นายบุญเลิศ กล่าวว่า การแก้ปัญหานักพนันหอบเอาเงินไปทิ้งขว้างประเทศเพื่อนบ้านนั้น ถึงเวลาแล้วที่จะเปิดให้เอกชนทำสัญญากับรัฐในการเปิดคาสิโน เพื่อให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาเล่น สมควรตั้งคณะกรรมการศึกษาขึ้นมาชุดหนึ่ง เพื่อศึกษาถึงผลดีผลเสียในมิติต่างๆ ในการดำเนินการต่อไป ประชาคมอาเซียนจะเปิดในปลายปีนี้แล้ว ชาวต่างชาติจะเข้ามาอีกมาก จึงเป็นเรื่องที่รอไม่ได้

ขณะที่ นายดำรงค์ กล่าวว่า งบประมาณของรัฐมีไม่เพียงพอในการฟื้นฟูป่าต้นน้ำลำธาร เงินที่ได้จากคาสิโน 5 ปี 15,000 ล้านบาท สามารถนำเงินมาปลูกป่าได้ ขึ้นอยู่กับรัฐบาลจะเอาหรือไม่

ชูวิทย์ พบจเรตำรวจ แฉคลิปใหม่บ่อนโชคชัย 4

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงค่ำวานนี้  นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ได้เข้าให้ข้อมูลบ่อนการพนันย่านสุทธิสารกับจเรตำรวจแห่งชาติ ก่อนตำรวจจะขออนุมัติหมายตรวจค้นจากศาลในเช้าวันนี้

นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ สส.บัญชีรายชื่อพรรครักประเทศไทย เข้าพบ พล.ต.อ.สถาพร หลาวทอง จเรตำรวจแห่งชาติ ประธานคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงกรณีบ่อนการพนันขนาดใหญ่ย่านสุทธิสาร เพื่อให้ข้อมูลพร้อมมอบหลักฐานเป็นคลิปภาพภายในบ่อนการพนันและคลิปภาพตัวอาคารชั้นเดียว ซึ่งเจ้าตัวระบุว่าเป็นอาคารของบ่อน

นายชูวิทย์ยืนยันว่า การออกมาเปิดเผยข้อมูลบ่อนการพนันดังกล่าวไม่มีเจตนากดดันตัวผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ แต่เห็นว่าเป็นบ่อนขนาดใหญ่และอยู่ใกล้สถานศึกษา มีคนเข้าออกประมาณวันละ 1,000 คน ถึงกับจัดรถกอล์ฟรับส่งนักพนัน เชื่อว่ามีการส่งส่วยแน่นอน และ ล่าสุดสายลับรายงานตนว่าบ่อนได้ปิดชั่วคราว พร้อมทั้งขนอุปกรณ์การพนันไปเก็บในโกดังข้างเคียง ซึ่งหากตำรวจพร้อมก็จะนำไปชี้สถานที่ตั้งด้วยตัวเอง

พร้อมกันนี้ นายชูวิทย์ยังให้ข้อมูลเพิ่มกับจเรตำรวจแห่งชาติว่า มีบ่อนการพนันอีกแห่งอยู่ภายในอาคาร 6 ชั้น สุดซอยโชคชัย 4 ในพื้นที่ของ สน.โชคชัย ซึ่งอาคารดังกล่าวถูกสร้างขึ้นใหม่เพื่อเป็นบ่อนโดยเฉพาะ

ขณะที่จเรตำรวจแห่งชาติกล่าวว่า สั่งการให้ตำรวจ สน.สุทธิสาร ส่งกำลังไปรักษาสถานที่ที่ถูกระบุว่าเป็นบ่อนการพนันแล้ว ซึ่งช่วงเช้าวันนี้ (26 ส.ค.) จะขออนุมัติหมายตรวจค้น โดยจะเดินทางไปตรวจสอบด้วยตังเอง – สำนักข่าวไทย

วุ่นไม่เลิก! สั่งสอบ 2 กำปั้นไอริช เล่นพนันระหว่างแข่ง อลป.

สภาโอลิมปิกแห่งไอร์แลนด์ เผย กำลังสอบสวนกรณี 2 นักชกทีมชาติ เล่นพนันระหว่างการทำหน้าที่ในกีฬาโอลิมปิก 2016 ที่บราซิล ซึ่งผิดต่อกฎระเบียบข้อบังคับด้านวินัยอย่างรุนแรงของไอโอซี…
สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานวันที่ 29 ส.ค. ว่า สภาโอลิมปิกแห่งไอร์แลนด์ หรือ โอซีไอ ยืนยัน กำลังเปิดการสอบสวน สองนักชกนิรนามที่เข้าร่วมการแข่งขันโอลิมปิก 2016 ที่ผ่านมา ในข้อหาเจตนาเล่นการพนันระหว่างการรับใช้ชาติที่ประเทศบราซิล ซึ่งอาจผิดต่อกฎข้อบังคับของคณะกรรมการโอลิมปิกสากล

มีรายงานจากสำนักข่าวบีบีซีของอังกฤษ ว่า ก่อนหน้านี้มีการเผยชื่อของ แพดดี บาร์นส์ และ ไมเคิล คอนแลน คือ 2 ผู้ต้องสงสัยในกรณีดังกล่าว แต่ล่าสุดมีการปฏิเสธถึงกระแสข่าวดังกล่าว พร้อมกับยืนยันว่า ทั้งคู่ไม่ใช่ผู้ต้องสงสัยแต่อย่างใด

ด้าน โอซีไอ แถลงการณ์ว่า การวางเดินพันใดๆ ในกีฬาโอลิมปิก ไม่ใช่เรื่องผิดกฎหมาย แต่อาจผิดต่อกฎข้อบังคับของคณะกรรมการโอลิมปิกสากล หรือ ไอโอซี ว่าด้วยความผิดด้านวินัยเกี่ยวกับการประพฤติตัวไม่เหมาะสม ซึ่งหากมีหลักฐานเอาผิดจริง อาจโดนแบนย้อนหลังได้เช่นกัน

ขณะที่ สมาคมมวยสากลของไอร์แลนด์ หรือ ไอเอบีเอ เผยกับสื่อเพียงสั้นๆ ว่า ยังไม่มีการแจ้งเตือนจากสภาโอลิมปิกของไอร์แลนด์ แต่อย่างใด และเข้าใจว่าเรื่องดังกล่าวกำลังอยู่ในขั้นตอนของการสอบสวนทางลับอยู่ในขณะนี้

เจาะลึก”บัคคาร่า”ขอนแก่นทุนเพื่อนบ้านรุกนักพนันไทย

ตั้งแต่บ่อนวิ่ง บ่อนโสร่ง บ่อนเวียน ไปจนถึงบ่อนใหญ่มีปราการด่านป้องกันหลายซับหลายซ้อน ชนิดรู้ทั้งรู้ว่าหลังบานเหล็กมหึมาหนาแกร่งนั้นม
ยิ่งปัจจุบันเทคโนโลยีเจริญรุดหน้าไปไกลเท่าใด เจ้าของบ่อนการพนันก็พัฒนารูปแบบให้เข้าถึงได้ง่าย ได้ทุกที่ ทุกเวลา ไม่จำเป็นต้องเดินเข้าไปในบ่อนให้เสียเวลาและสุ่มเสี่ยงต่อการถูกจับกุม

ด้วยเหตุนี้ระยะหลัง “การพนันออนไลน์” จึงถือกำเนิดขึ้นบนแผ่นดินไทย และได้รับความนิยมแทบจะชั่วข้ามคืน เพราะมีให้เลือกหลากหลาย โดยเฉพาะบัคคาร่าออนไลน์ ที่ส่งตรงมาจากบ่อนกาสิโนชื่อดังในฝั่งปอยเปต ประเทศกัมพูชา และจากฝั่งช่องจอม จ.สุรินทร์

ในฐานะหัวเมืองใหญ่ของภาคอีสาน ขอนแก่นถือเป็นเมืองที่เหมาะกับการลงทุนทำธุรกิจทุกประเภท ไม่เว้นแม้แต่ธุรกิจสีเทาอย่างการตั้งโต๊ะพนันออนไลน์ ?!!

ข่าวตำรวจท่องเที่ยวเข้าจับกุมแหล่งพนันออนไลน์กลางเมืองขอนแก่นก่อนหน้านี้ เป็นการการันตีได้เป็นอย่างดีถึงมุมมองของบรรดานายทุนหน้าเงิน นักพนันในเมืองดอกคูนเสียงแคนวัย 48 ปี ถึงกับพูดว่า มีมากพอๆ กับร้านสะดวกซื้อ

ฟังดูเหมือนเกินความจริงไปบ้าง แต่เขายืนยันเสียงแข็งหนักแน่น ก่อนจะชี้แหล่งพนันออนไลน์ส่วนใหญ่กระจุกตัวอยู่ตามแหล่งชุมชน เช่น ใกล้สถานศึกษาและหอพัก จุดสังเกตคือมักจะแฝงอยู่ตามอาคารพาณิชย์และห้องเช่า ติดสติกเกอร์ลายฉูดฉาด มีตัวภาษาอังกฤษที่สื่อความหมายให้เข้าใจได้ว่าเป็นที่ให้บริการพนันออนไลน์

แต่ละแห่งมีรูปแบบการให้บริการแตกต่างกันไป บางแห่งเจ้าของมีโต๊ะและอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ต่อเน็ตเล่นสดผ่านกล้องที่ถ่ายทอดสดจากบ่อนปอยเปต หรือบางบ่อนต้องโอนเงินเดิมพันมาให้ก่อน หรือจ่ายเงินสดเป็นเครดิตไว้กับร้าน แล้วร้านถึงจะให้รหัสผ่านเข้าไปเล่นผ่านระบบออนไลน์ที่ใดก็ได้

สำหรับวิธีการเล่นนักพนันจะต้องดาวน์โหลดโปรแกรมกาสิโนมาลงที่เครื่องคอมพิวเตอร์ จากนั้นโอนเงินเปิดบัญชีก่อนเข้าเล่น ผู้ให้บริการจะจัดส่งยูสเซอร์และรหัสผ่านให้ทางเอสเอ็มเอส หากผู้เล่นต้องการโอนหรือถอนเงินก็โทรแจ้งผู้ให้บริการจะดำเนินการให้ภายใน 5-10 นาที

“ร้านบัคคาร่าที่เปิดให้บริการในตัวเมืองขอนแก่นมีอยู่จำนวนมาก บริเวณถนนหน้าเมืองใกล้กับ สภ.เมืองขอนแก่น ถนนกลางเมือง หลัง ร.ร.กัลยาณวัตร ถนนหลังเมือง ถนนชาตะผดุง หน้า ร.ร.มหาไถ่หญิง บ้านคำไฮ ต.บ้านเป็ด บ้านเอื้ออาทร ต.ศิลา หน้ามหาวิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อยู่ใต้หอพักนักศึกษา ซอยกังสดาล ข้างมหาวิทยาลัยขอนแก่น บ้านโนนม่วง หลังมหาวิทยาลัยขอนแก่น และยังมีอีกหลายร้านในเขตเทศบาลนครขอนแก่น” นักพนันคนเดิมสาธยาย

เพราะมีผุดขึ้นมากมายราวดอกเห็ดหน้าฝน ชาวบ้านทนไม่ไหวจึงร้องเรียนไปยังหน่วยงานต่างๆ กระทั่ง พล.ต.ต.ปัญญา มาเม่น รอง ผบช.ก.นำกำลังตำรวจสอบสวนและตำรวจท่องเที่ยวเข้าจับกุมบ่อนออนไลน์รายใหญ่ ภายในตึกแถว 3 ชั้น เลขที่ 404/65, 404/66 ริมทางรถไฟ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ขอนแก่น หลังจากสืบทราบมีการเปิดบ่อนบัคคาร่าออนไลน์อยู่ที่ร้านจีเน็ต

ชุดสืบสวนจึงโทรศัพท์ติดต่อกับคอลเซ็นเตอร์ตามหมายเลขโทรศัพท์ที่โฆษณาไว้หน้าเว็บไซต์ เมื่อพนักงานรับสายและอธิบายวิธีการเล่น และให้หมายเลขบัญชีธนาคารสำหรับโอนเงิน ชุดสืบสวนจึงวางแผนจับกุมด้วยการส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่กว่า 3 เดือนแฝงตัวเป็นลูกค้า เข้ามาทำทีเล่นการพนันบัคคาร่าออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ดังกล่าว เพื่อไว้เป็นพยานหลักฐานในการจับกุม

จากการแฝงตัวเป็นลูกค้าของร้านจีเน็ต จนรู้ว่าเปิดเป็นคอลเซ็นเตอร์รองรับลูกค้าเล่นการพนันออนไลน์เป็นเวลานานกว่า 2 ปี แต่ละวันจะมีลูกค้าไม่ต่ำกว่า 100-200 ราย เข้ามาเล่นการพนันทุกชนิดที่เว็บไซต์เปิดให้เล่น โดยมีคนกลางเป็นนายทุนติดต่อกับบ่อนการพนันในประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งรายได้แบ่งออกเป็น 3 ส่วน ได้แก่ คอลเซ็นเตอร์ นายทุนผู้ติดต่อบ่อนพนัน และบ่อนพนัน

จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงวางแผนดำเนินการติดต่อล่อเล่นการพนันโดยการโอนเงินเข้าบัญชีธนาคาร แล้วขออนุมัติหมายค้นจากศาลเข้าตรวจค้นหน้าร้านและในร้านจีเน็ต สามารถจับกุมผู้ต้องหาและของกลางจำนวนมาก

ถึงแม้จะเพิ่งจับกันไปสดๆ ร้อนๆ ไม่กี่วัน แต่บ่อนการพนันออนไลน์ก็ยังมีอยู่เต็มเมืองขอนแก่นอยู่ในขณะนี้ !?!

ตำรวจอินโดฯหน้าแตก! คิดว่าบริษัทเกมเป็นบ่อนการพนัน

เกิดเหตุประหลาดสุดฮาขึ้นที่ประเทศอินโดนีเซีย เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2557 ที่ผ่านมา เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจหน่วยปฏิบัติการณ์ลับ ได้บุกเข้าตรวจค้นบริษัท Gameloft สาขายกยาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย

ในขณะที่ทีมงานยังคงพัฒนาเกมกันอยู่ปกติ สร้างความตืนตระหนกให้กับเหล่าทีมงานนักสร้างเกมเป็นอย่างมาก เพราะตำรวจชุดแรกที่บุกเข้ามาตรวจค้นเป็นตำรวจนอกเครื่องแบบ ที่บุกรุกผ่านเครื่องระบบรักษาความปลอดภัยของบริษัทเข้ามา ก่อนหน้าที่เจ้าหน้าที่ตำรวจในเครื่องแบบจะตามมาทีหลัง

บริษัท Gameloft หลายท่านอาจจะทราบกันดีอยู่แล้วว่าเป็นบริษัทพัฒนาเกมมือถือชื่อดัง ซึ่งมีเกมสนุกในสังกัดมากมาย อย่างเช่นเกมส์ยิง Modern Combat , เกมส์รถแข่ง Asphalt และอื่นอีกมากมาย ซึ่งพวกเขามีฐานผลิตและพัฒนาเกมในอินโดนีเซีย เป็นสาขาใหญ่ของแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เลย
สาเหตุที่เจ้าหน้าที่ตำรวจอินโดนีเซียบุกเข้าตรวจค้นบริษัท Gameloft ก็เพราะมีประชาชนในท้องถิ่นแถวนั้น แจ้งตำรวจไปว่า บริษัทนี้เป็นบ่อนการพนันออนไลน์ผิดกฎหมาย เนื่องจากเป็นความเข้าใจผิดของประชาชนแถวนั้น เพราะทางบริษัทไม่ได้มีเรื่องเกี่ยวกับการพนัน เพียงแต่มีเรื่องของการแจกรางวัลให้กับผู้ที่เล่นเกมชนะเท่านั้น ก็เลยทำให้ประชาชนเกิดความเข้าใจผิดนั่นเอง โดยหลังจากที่ตำรวจเข้าตรวจค้นบริษัท Gameloft อยู่พักหนึ่ง แล้วพบว่าไม่ใช่บ่อนการพนันผิดกฎหมาย ก็ถอนกำลังกลับไป แต่ก็ยังมีการสอบปากคำผู้บริหาร เกี่ยวกับของรางวัลที่ทางบริษัทแจกให้กับคนเล่นเกมด้วย

แม้ว่าจะไม่มีเหตุการณ์ร้ายแรงอะไรเกิดขึ้น แต่ก็สร้างความตกใจให้กับพนักงานและเหล่าคนในวงการเกมของอินโดนีเซียมากทีเดียว เพราะตำรวจไม่ยอมตรวจสอบข้อมูลให้ดีเสียก่อน คิดว่าบริษัทเกมส์เป็นบ่อนการพนันซะงั้น (ก่อนหน้านี้ที่อเมริกา ก็มีกรณีตำรวจวิสามัญคนแต่งคอสเพลย์ เพราะคิดว่าถือดาบซามูไรของจริงไปทีหนึ่งแล้ว)

ปดส.จับ 155 นักพนักบ่อนห้วยขวาง

ปดส.บุกจับ 155 นักพนันบ่อนบาคาร่าย่านห้วยขวาง ยึดชิปวงเงินกว่า 10 ล้านบาท 7 ตู้สล็อต เผยมีนายทุนใหญ่เป็นชาวสิงคโปร์ ชุดจับยัวะท้องที่-สืบ 1 โผล่ขอร่วมแจม

เมื่อเวลา 22.00 น. พ.ต.อ.ณพวัฒน์ อารยางกูร ผกก.1 กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดต่อเด็ก เยาวชน และสตรี(ปดส.) ร่วมกับ ชุดสืบสวนปราบปรามอบายมุข นำโดย พ.ต.อ.ธวัช ปิ่นพยงค์ ผกก.ประจำ บก.ปดส. นำกำลังกว่า 30 นาย บุกเข้าจับกุม บ่อนการพนันบาคาร่าและป๊อก 8-9 ท้องที่ สน.ห้วยขวาง ภายในอาคารเอฟเอ็ม สตรีท เลขที่ 49/20-22 ถ.ผังเมือง แขวงและเขตห้วยขวาง กทม.ซึ่งบ่อนพนันดังกล่าวอยู่บนชั้น 2 เป็นผับเก่าชื่อ ฮิพ แต่ได้ปิดกิจการไปเมื่อประมาณ 1 ปีเศษ ภายในเป็นห้องโถงโล่งขนาดใหญ่ 2 ห้อง เปิดไฟสว่างและมีห้องวีไอพีอีก 4 ห้อง อยู่ด้านในอีกชั้นหนึ่ง เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมนักพนันได้จำนวน 155 คน เป็นชาย 67 หญิง 88 คน ก่อนจะนำควบคุมตัวไปดำเนินคดี

ทั้งนี้ ก่อนการจับกุมเจ้าหน้าที่สืบทราบว่าที่อาคารดังกล่าวเปิดเป็นบ่อนการพนันขนาดใหญ่ มีนายทุนเป็นชาวสิงคโปร์เปิดเป็นบ่อนวิ่งมานานประมาณ 1 สัปดาห์ จึงนำกำลังมาซุ่มดูตั้งแต่ช่วงบ่ายวันเดียวกัน พบนักพนันทยอยเข้าออกเป็นจำนวนมาก จึงให้เจ้าหน้าที่ทำทีเข้าไปปะปนกับนักพนัน เมื่อสบโอกาสจึงทำการปิดล้อมและแสดงตัวเข้าจับกุมทันที พบนักพนันกว่า 400 คน อยู่ภายในบ่อน แต่นักพนันจำนวนมากไหวตัวทัน ประกอบกับเจ้าหน้าที่มีจำนวนน้อยกว่าจึงหลบหนีไปได้ จากการตรวจค้นพบไพ่ 110 สำรับ ชิปวงเงิน 10 ล้านบาท เงินสด 1.5 แสนบาท และตู้สล็อตจำนวน 7 ตู้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากเจ้าหน้าที่ ปดส.เข้าจับกุมได้มีตำรวจท้องที่ สน.ห้วยขวางและตำรวจกองกำกับการสืบสวนสอบสวน บก.น.1 ได้เข้ามาเจรจาเพื่อขอร่วมในการจับกุม ก่อนจะนำผู้ต้องหาลำเลียงขึ้นรถไปสอบสวนดำเนินคดีที่ สน.ห้วยขวาง ขณะที่ชุดจับกุมแสดงความไม่พอใจ แต่ทำได้เพียงแค่ยืนดูอยู่ห่าง ๆ