แม่ยังไม่เผาศพ น้องปอนด์ รอดูการทำงานตำรวจ ลั่นลูกคงนอนตายตาไม่หลับ

แม่เผยยังไม่เผาศพ น้องปอนด์ เพื่อรอดูการทำงานของตำรวจ จนกว่าจะได้รับความเป็นธรรม ลั่นวิญญาณลูกคงนอนตายตาไม่หลับ

จากกรณี ข่าวฆ่าหนุ่มศิลปากร ที่แก๊งวัยรุ่น 18 คน ยกพวกรุมฆ่าโหด นายธีรพงศ์ ฐิตะฐาน อายุ 24 ปี หรือ น้องปอนด์ นักศึกษา มหาวิทยาลัยศิลปากร โดยใช้ไขควงแทงศีรษะ รวมถึงยังใช้มีดสปาต้าฟันทำร้ายเพื่อนของผู้ตายที่อยู่ในห้องจนบาดเจ็บ ซึ่งต่อมาผู้ก่อเหตุทั้ง 18 คน ได้เข้ามอบตัวทั้งหมดแล้ว
ล่าสุด วันที่ 6 มีนาคม 2560 นางอารีรัตน์ ชมโลก มารดาของน้องปอนด์ เผยว่า ตนจะเก็บศพลูกชายเอาไว้ก่อน ถึงแม้ว่าจะมีพิธีสวดบำเพ็ญกุศลตามศาสนาแล้ว แต่จะไม่มีวันเผาศพลูกตอนนี้แน่นอน เพื่อรอดูการทำงานของตำรวจให้ถึงที่สุดจนกว่าจะได้รับความเป็นธรรมและเป็นที่น่าพอใจ ตนเชื่อว่าวิญญาณลูกชายคงจะนอนตายตาไม่หลับเช่นเดียวกับตน ขณะที่เพื่อนน้องปอนด์ ซึ่งถูกรุมทำร้ายในห้องพัก 3 คน ได้เดินทางมาแจ้งความเพิ่ม แต่พนักงานสอบสวน ชี้แจงว่า มีสำนวนคดีอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องแจ้งเพิ่ม

โดย 1 ใน 3 นักศึกษาที่ถูกรุมทำร้าย เล่าว่า คืนเกิดเหตุมีเสียงเรียกจากนอกห้องจึงไปเปิดประตู ก่อนถูกแก๊งวัยรุ่น 18 คน พุ่งปรี่เข้ามาถามหาเพื่อนอีกคน ตนก็บอกว่าไม่อยู่ แต่คนกลุ่มนั้นกลับรุมทำร้ายร่างกาย มีทั้งมีด, ขวด, เหล็กแหลม, ไขควง ตอนที่เห็นสภาพปอนด์ ทั้งตกใจและช็อกมาก ส่วนสาเหตุคิดว่าเรื่องชู้สาวก็เป็นปัจจัยหนึ่ง แต่อีกปัจจัยก็คืออีกฝ่ายอาจผูกใจเจ็บ ที่เพื่อนอีกคนเคยเข้าไปห้ามศึกตอนที่พวกเขามีเรื่องกับรุ่นน้อง แต่ทำไมปอนด์ต้องมารับเคราะห์แทนด้วย

จนท.เจรจามวลชนตลาดคลองหลวง

เจ้าหน้าที่เจรจามวลชนตลาดกลางคลองหลวง หลังวางมาตรการตรวจเข้มในพื้นที่

ความเคลื่อนไหวที่ตลาดกลางคลองหลวง จ.ปทุมธานี ล่าสุด กลุ่มพระสงฆ์และศิษยานุศิษย์ที่ปักหลักอยู่ในตลาดกลางคลองหลวง ได้ตั้งแถวเดินออกมาประจันหน้ากับเจ้าหน้าที่ บริเวณพื้นที่ด้านข้างตลาดฯ หลังก่อนหน้านี้ เกิดความวุ่นวายขึ้น บริเวณจุดคัดกรอง ที่เจ้าหน้าที่ได้ขอตรวจบัตรประชาชนพร้อมบันทึกภาพกลุ่มลูกศิษย์ที่จะเดินทางเข้ามาในตลาดกลาง แต่ลูกศิษย์บางส่วนได้แสดงความไม่พอใจ กระทั่งเกิดการโต้เถียงกันเกิดขึ้น

ขณะเดียวกัน ทางเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ พยายามประชาสัมพันธ์ทำความเข้าใจกับประชาชนที่ต้องการเข้ามาในพื้นที่ เนื่องจากที่ผ่านมาค่อนข้างหละหลวม ประกอบกับพื้นที่นี้เป็นพื้นที่ควบคุมพิเศษ จึงมีความจำเป็นที่จะตรวจคัดกรองอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันมือที่ 3 เข้ามาสร้างสถานการณ์ในพื้นที่ พร้อมกันนี้ เจ้าหน้าที่ได้เชิญตัวแทนพระสงฆ์ มาทำการพูดคุยทำความเข้าใจเพื่อหาทางออกในการเข้าพื้นที่ เนื่องจากทางตัวแทนพระสงฆ์ระบุว่า การที่เจ้าหน้าที่ตรวจคัดกรองเข้ม บันทึกภาพ และขอดูบัตรประจำตัวประชาชนทำให้ลูกศิษย์เกิดความกังวล ขณะนี้จึงอยู่ระหว่างการหารือ

ส่วนบริเวณด้านหน้าตลาดกลางคลองหลวง ยังมีลูกศิษย์วัดพระธรรมกาย ที่ปักหลักอยู่จำนวนหนึ่งนั้น เจ้าหน้าที่ไม่ได้ห้ามไม่ให้เข้าพื้นที่แต่บุคคลที่มีความประสงค์จะต้องแสดงบัตรประจำตัวประชาชน และปฏิบัติตามระะเบียบที่เจ้าหน้าที่วางไว้อย่างเคร่งครัด

ขณะที่กรณี วัดพระธรรมกาย นัดสื่อมวลชนแถลงจุดยืน บริเวณประตู 5 และประตู 6 เจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรภาค 4 ผู้ปฏิบัติหน้าที่อยู่บริเวณดังกล่าว ระบุว่า มีคำสั่งห้ามไม่ให้มีการแถลงข่าว พร้อมจำกัดพื้นที่ไม่ให้บุคคลเข้ามาในพื้นที่ และวางกำลังกั้งแผงรั้วเหล็กกว่า 3 ชั้นอย่างเข้มงวด

อาการแพ้ท้องเป็นอย่างไร ไขข้อข้องใจสำหรับคุณแม่มือใหม่

อาการแพ้ท้อง เกิดจากอะไร ทำไมผู้หญิงตั้งครรภ์ถึงต้องแพ้ท้อง แล้วจะมีวิธีรับมืออย่างไรได้บ้าง วันนี้กระปุกดอทคอมมีข้อมูลมาให้คุณแม่มือใหม่ได้ศึกษากันแล้วค่ะเชื่อว่าคุณแม่มือใหม่ทั้งหลายที่กำลังเริ่มตั้งท้องคงจะสงสัยกันอยู่ใช่ไหมล่ะคะ กับพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไปของตัวเอง รวมไปถึงอาการเจ็บป่วยออด ๆ แอด ๆ อยากคลื่นไส้อาเจียน ปวดหัว หรือวิงเวียนศีรษะอยู่ตลอดเวลา นั่นก็เป็นเพราะว่าคุณแม่เกิดอาการ “แพ้ท้อง” นั่นเองค่ะ ซึ่งอาการแพ้ท้องนี้สามารถเกิดขึ้นได้ในคุณแม่ตั้งครรภ์กว่า 80% เลยทีเดียว บางคนก็แพ้ท้องหนักมาก บางคนแพ้ท้องนิดเดียว หรือบางคนก็ไม่แพ้ท้องเลย ซึ่งอาการแพ้ท้องเหล่านี้เกิดจากอะไร จะมีอาการอย่างไร หรือจะสามารถรับมืออย่างไรได้บ้าง เพื่อไขข้อข้องใจ วันนี้กระปุกดอทคอมจึงได้รวบรวมข้อมูลมาให้คุณแม่ได้ศึกษากันแล้วค่ะ
อาการแพ้ท้อง เกิดจาก

อาการแพ้ท้องของคุณแม่ตั้งครรภ์เกิดจากฮอร์โมน HCG หรือ Human Chorionic Gonadotropin นั่นเองค่ะ ซึ่งฮอร์โมนนี้จะถูกสร้างมาจากรก เพื่อกระตุ้นให้รังไข่สร้างฮอร์โมนอื่น ๆ ในช่วงระยะแรกของการตั้งครรภ์ และด้วยระดับฮอร์โมน HCG ที่สูงขึ้นนี้ จึงทำให้ประสาทการรับกลิ่นของคุณแม่สูงขึ้น มีประสาทรับรสที่เปลี่ยนไป รวมไปถึงเกิดการเปลี่ยนแปลงทางร่างกาย คลื่นไส้ อาเจียน วิงเวียนศรีษะ อ่อนเพลีย หรือที่เรียกว่า “อาการแพ้ท้อง” นั่นเองค่ะ ซึ่งอาการแพ้ท้องนี้มักจะเกิดขึ้นในช่วงตั้งครรภ์ใหม่ ๆ ประมาณ 1-3 เดือนแรก และจะค่อย ๆ บรรเทาลง แต่ทั้งนี้บางรายก็อาจจะแพ้ท้องมากกว่า 3 เดือน หรือแพ้ไปจนตลอดอายุครรภ์เลยก็มี
อาการแพ้ท้องเป็นอย่างไร

– คลื่นไส้ วิงเวียนศีรษะ พะอืดพะอม อยากอาเจียนตลอดเวลา บางครั้งหากอาเจียนบ่อย อาจเกิดอาการหน้ามืดตามมาได้ โดยอาการนี้มักจะเกิดขึ้นในช่วงเช้า แต่บางคนก็อาจจะเป็นตลอดทั้งวันก็ได้

– ไวต่อกลิ่น จะรู้สึกเหม็นกับบางสิ่งบางอย่างได้ง่าย บางคนทั้ง ๆ ที่เมื่อก่อนเคยชอบกลิ่น หรือไม่รู้สึกอะไร แต่ตอนแพ้ท้องกลับรู้สึกเหม็น ไม่ชอบ อยากจะอาเจียน หรือบางทีกลิ่นที่ไม่ชอบอาจจะกลายเป็นชอบ หรือบางคนอาจจะเกิดอาการเหม็นกลิ่นสามีตัวเองก็มี

– ประสาทการรับรสเปลี่ยนไป บางครั้งรู้สึกกินอาหารไม่อร่อย จากที่เคยชอบก็อาจจะกลายเป็นไม่ชอบ หรือบางคนก็อยากจะกินอาหารแปลก ๆ หรืออาหารที่มีรสเปรี้ยว อย่าง มะม่วง มะยม มะดัน มะนาว เป็นต้น หรือบางรายอาจจะไม่อยากกินอะไรเลยก็มี เพราะรู้สึกขมเฝื่อนในปาก ทำให้กินอาหารไม่อร่อย

– เหนื่อย อ่อนเพลียง่าย รู้สึกง่วงนอน อยากจะนอนตลอดทั้งวัน หรือนอนเท่าไรก็ไม่เต็มอิ่ม เพราะเป็นช่วงที่ฮอร์โมนในร่างกายเปลี่ยน และร่างกายต้องใช้พลังงานมากเนื่องจากทารกในครรภ์กำลังอยู่ในช่วงพัฒนาเจริญเติบโต

– อารมณ์แปรปรวน จะรู้สึกอ่อนไหว และหงุดหงิดง่าย เนื่องจากฮอร์โมนในร่างกายเปลี่ยนแปลงอาการแพ้ท้องเป็นอย่างไร ไขข้อข้องใจสำหรับคุณแม่มือใหม่
5,539อ่าน

0
อาการแพ้ท้อง

อาการแพ้ท้อง เกิดจากอะไร ทำไมผู้หญิงตั้งครรภ์ถึงต้องแพ้ท้อง แล้วจะมีวิธีรับมืออย่างไรได้บ้าง วันนี้กระปุกดอทคอมมีข้อมูลมาให้คุณแม่มือใหม่ได้ศึกษากันแล้วค่ะ

เชื่อว่าคุณแม่มือใหม่ทั้งหลายที่กำลังเริ่มตั้งท้องคงจะสงสัยกันอยู่ใช่ไหมล่ะคะ กับพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไปของตัวเอง รวมไปถึงอาการเจ็บป่วยออด ๆ แอด ๆ อยากคลื่นไส้อาเจียน ปวดหัว หรือวิงเวียนศีรษะอยู่ตลอดเวลา นั่นก็เป็นเพราะว่าคุณแม่เกิดอาการ “แพ้ท้อง” นั่นเองค่ะ ซึ่งอาการแพ้ท้องนี้สามารถเกิดขึ้นได้ในคุณแม่ตั้งครรภ์กว่า 80% เลยทีเดียว บางคนก็แพ้ท้องหนักมาก บางคนแพ้ท้องนิดเดียว หรือบางคนก็ไม่แพ้ท้องเลย ซึ่งอาการแพ้ท้องเหล่านี้เกิดจากอะไร จะมีอาการอย่างไร หรือจะสามารถรับมืออย่างไรได้บ้าง เพื่อไขข้อข้องใจ วันนี้กระปุกดอทคอมจึงได้รวบรวมข้อมูลมาให้คุณแม่ได้ศึกษากันแล้วค่ะ

อาการแพ้ท้อง

อาการแพ้ท้อง เกิดจาก

อาการแพ้ท้องของคุณแม่ตั้งครรภ์เกิดจากฮอร์โมน HCG หรือ Human Chorionic Gonadotropin นั่นเองค่ะ ซึ่งฮอร์โมนนี้จะถูกสร้างมาจากรก เพื่อกระตุ้นให้รังไข่สร้างฮอร์โมนอื่น ๆ ในช่วงระยะแรกของการตั้งครรภ์ และด้วยระดับฮอร์โมน HCG ที่สูงขึ้นนี้ จึงทำให้ประสาทการรับกลิ่นของคุณแม่สูงขึ้น มีประสาทรับรสที่เปลี่ยนไป รวมไปถึงเกิดการเปลี่ยนแปลงทางร่างกาย คลื่นไส้ อาเจียน วิงเวียนศรีษะ อ่อนเพลีย หรือที่เรียกว่า “อาการแพ้ท้อง” นั่นเองค่ะ ซึ่งอาการแพ้ท้องนี้มักจะเกิดขึ้นในช่วงตั้งครรภ์ใหม่ ๆ ประมาณ 1-3 เดือนแรก และจะค่อย ๆ บรรเทาลง แต่ทั้งนี้บางรายก็อาจจะแพ้ท้องมากกว่า 3 เดือน หรือแพ้ไปจนตลอดอายุครรภ์เลยก็มี

อาการแพ้ท้อง

อาการแพ้ท้องเป็นอย่างไร

– คลื่นไส้ วิงเวียนศีรษะ พะอืดพะอม อยากอาเจียนตลอดเวลา บางครั้งหากอาเจียนบ่อย อาจเกิดอาการหน้ามืดตามมาได้ โดยอาการนี้มักจะเกิดขึ้นในช่วงเช้า แต่บางคนก็อาจจะเป็นตลอดทั้งวันก็ได้

– ไวต่อกลิ่น จะรู้สึกเหม็นกับบางสิ่งบางอย่างได้ง่าย บางคนทั้ง ๆ ที่เมื่อก่อนเคยชอบกลิ่น หรือไม่รู้สึกอะไร แต่ตอนแพ้ท้องกลับรู้สึกเหม็น ไม่ชอบ อยากจะอาเจียน หรือบางทีกลิ่นที่ไม่ชอบอาจจะกลายเป็นชอบ หรือบางคนอาจจะเกิดอาการเหม็นกลิ่นสามีตัวเองก็มี

– ประสาทการรับรสเปลี่ยนไป บางครั้งรู้สึกกินอาหารไม่อร่อย จากที่เคยชอบก็อาจจะกลายเป็นไม่ชอบ หรือบางคนก็อยากจะกินอาหารแปลก ๆ หรืออาหารที่มีรสเปรี้ยว อย่าง มะม่วง มะยม มะดัน มะนาว เป็นต้น หรือบางรายอาจจะไม่อยากกินอะไรเลยก็มี เพราะรู้สึกขมเฝื่อนในปาก ทำให้กินอาหารไม่อร่อย

– เหนื่อย อ่อนเพลียง่าย รู้สึกง่วงนอน อยากจะนอนตลอดทั้งวัน หรือนอนเท่าไรก็ไม่เต็มอิ่ม เพราะเป็นช่วงที่ฮอร์โมนในร่างกายเปลี่ยน และร่างกายต้องใช้พลังงานมากเนื่องจากทารกในครรภ์กำลังอยู่ในช่วงพัฒนาเจริญเติบโต

– อารมณ์แปรปรวน จะรู้สึกอ่อนไหว และหงุดหงิดง่าย เนื่องจากฮอร์โมนในร่างกายเปลี่ยนแปลง
อาการแพ้ท้อง

แพ้ท้อง รับมืออย่างไร

อาการแพ้ท้องสามารถช่วยให้บรรเทาลงได้ โดยมีหลากหลายวิธีด้วยกัน เช่น

– ปรับเปลี่ยนวิธีรับประทานอาหาร โดยให้รับประทานน้อย ๆ แต่บ่อยครั้ง และควรรับประทานอาหารที่ย่อยง่าย มีประโยชน์ อย่าง ผลไม้ ผักสด และอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตสูง ทั้งนี้ควรหลีกเลี่ยงน้ำอัดลม หรือพวกของหมักของดอง เพราะจะทำให้เกิดแก๊สทำให้รู้สึกคลื่นไส้อยากจะอาเจียนมากขึ้น

– ก่อนนอนควรหาอะไรทานเบา ๆ อย่างเช่น นม หรือโยเกิร์ต ตื่นเช้ามาจะช่วยลดอาการแพ้ท้องในตอนเช้าได้

– เมื่อตื่นนอนตอนเช้าให้คุณแม่นอนพักอีกประมาณ 15-20 นาทีก่อนลุกจากเตียง เพราะถ้าหากลืมตาตื่นแล้วรีบลุกพรวดพราด จะยิ่งทำให้เกิดอาการคลื่นไส้ได้ง่าย

– ทุกครั้งที่ตื่นนอนตอนเช้า ให้คุณแม่รับประทานคุกกี้ แครกเกอร์ บิสกิต หรือขนมปังกรอบสัก 2-3 ชิ้น จะช่วยลดอาการแพ้ท้องได้

– หลังรับประทานอาหารเสร็จไม่ควรนอนทันที เพราะจะทำให้คลื่นไส้อาเจียนได้ง่าย

– ในแต่ละวันให้คุณแม่จิบน้ำขิงอุ่น ๆ บ่อย ๆ เพราะน้ำขิงจะช่วยลดอาการแพ้ท้องได้

– หากมีอาการแพ้ท้องมากให้ปรึกษาคุณหมอ เพื่อขอยามารับประทาน ซึ่งมียาหลายชนิดที่ช่วยบรรเทาอาการแพ้ท้องได้

เมื่อหายสงสัยกันแล้วว่าอาการแพ้ท้องเกิดขึ้นได้อย่างไร และจะมีอาการอย่างไรได้บ้าง คราวนี้คุณแม่ก็ไม่ต้องกังวลใจไปแล้วค่ะ เพียงแค่รับมือตามที่กระปุกดอทคอมได้แนะนำไปอาการแพ้ท้องก็จะค่อย ๆ บรรเทาลงได้ และรออีกไม่นานเมื่ออายุครรภ์มากขึ้นอาการแพ้ท้องก็จะหายไปเอง ไม่ต้องเครียดนะคะ ^^

อีกสักตัวกับครีมลดสิวอุดตัน DIFFERIN ใครใช้ RETIN-A แล้วสิวไม่หายลองตัวนี้ได้นะ

หากพูดถึงครีมละลายสิวอุดตันทุกคนก็คงจะรู้จัก Retin-A เป็นอย่างดี และถ้าพูดถึงครีมลดสิวอุดตันที่ดังไม่แพ้กันก็ต้องยกให้ “Differin”
ตัวนี้นั่นเอง ซึ่งเจ้าครีมละลายสิวอุดตันตัวนี้มันเหมือนเป็นอีก Generation หนึ่งของยาทารักษาสิวที่ออกมาเพื่อแก้ปัญหาบางอย่างของ Retin-A โดยเฉพาะปัญหาในเรื่องการผลัดเซลผิวที่รุนแรงเกินไป ซึ่งเป็นจุดอ่อนของ Retin-A ที่ทำให้ใครหลายๆคนไม่กล้าใช้ ทั้งที่ความจริงแล้ว Retin-A จัดเป็นยาที่ช่วยรักษาสิวอุดตันได้ดีมากๆตัวหนึ่งก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักกับยาละลายสิวอุดตันที่ชื่อว่า Differin กันซะก่อนว่ามันมีที่มาที่ไปอย่างไร ไปยังไงมายังมันถึงนำมาใช้รักษาสิวอุดตันได้ และท้ายบทความผมจะเขียนเปรียบเทียบถึงความแตกต่างระหว่าง Differin กับ Retin-A ให้อ่านกันเป็นบทส่งท้าย ถ้าพร้อมแล้วไล่ดูกันไปทีละเรื่องนะครับ

Differin คือ อะไร?
ความจริงแล้ว Differin กับ Retin-A นั้นมันเป็นญาติกัน เพราะ Differin เป็นอนุพันธ์ของกรดวิตามินเอ (Retin-A คือ ครีมที่ผสมกรดวิตามินเอเข้าไป) ดังนั้นมันจึงมีการทำงานที่ใกล้เคียงกัน โดยตัวยาหลักของ Differin นั้นคือ Adapalene 0.1% ซึ่งมีสรรพคุณในการรักษาสิวอุดตัน ช่วยลดการอุดตันของผิว มีฤทธิ์ในการผลัดเซลผิว ลดการหนาตัวของเซลผิวชั้นเคราติน จึงสามารถช่วยลดรอยแผลสิว หรือจุดด่างดำได้ด้วย

วิธีการใช้ Differin
วิธีการใช้ Differin ก็จะเหมือนกับการใช้ Retin-A คือใช้ทาหลังล้างหน้า หรือก่อนเข้านอน โดยช่วงแรกๆอาจทาเฉพาะบริเวณที่เป็นสิวอุดตันก่อน ถ้าทาแล้วไม่มีอะไรน่าตกใจก็สามารถใช้ทาทั่วหน้าได้ ทาทิ้งไว้ทั้งคืนโดยไม่ต้องล้างออก แต่ถ้าใครเพิ่งลองใช้ครั้งแรกอาจทาทิ้งไว้สัก 20-30 นาที แล้วไปล้างออกก็ได้ ถ้ากลัวว่ายามันจะแรงเกินไปอ่ะนะครับ

ใช้ Differin แล้วอาจจิตตกได้
ขึ้นหัวข้อมาอย่างนี้อย่าเพิ่งตกใจว่า Differin มันจะอันตรายนะครับ มันไม่ได้อันตรายอะไรเพียงแต่ว่า เวลาที่เราใช้ Differin ทาสิวอุดตันในช่วงแรกๆ สิวมันอาจจะแย่งกันผุดขึ้นมาบนหน้าโดยที่ไม่ได้นัดหมายกันไว้ก็เท่านั้น ก็อย่างที่บอกว่า Differin มันเป็นครีมที่ใช้รักษาสิวอุดตัน แต่มันไม่ใช่การละลายแล้วยุบหายไป มันจะทำให้สิวที่อยู่ใต้ผิวหนังของเราดันตัวขึ้นมาให้ออกมาสู่โลกภายนอก ซึ่งอาการที่ว่าอาจจะเกิดประมาณ 3-4 สัปดาห์ พอหน้าเราเคยชิน และสิวมันดันตัวขึ้นมาหมด หลังจากนั้นอาการสิวผุดที่ว่าก็จะหายไป สิวมันก็จะค่อยๆแห้งและหลุดออกจากหน้าเราไปเอง ซึ่งอาการที่ว่านี้ก็เกิดขึ้นกับตอนใช้ Retin-A ได้เหมือนกัน แต่อาจจะไม่เกิดขึ้นกับทุกคนนะครับ ถ้าใครไม่เป็นถือว่าโชคดีมากๆ
นี่ก็เป็นข้อมูลที่น่าสนใจของครีมลดสิวอุดตันที่มีชื่อว่า Differin ได้อ่านแล้วเป็นยังไบ้างครับ ไม่รู้ว่าน่าใช้หรือน่ากลัวกันแน่ ถ้าผมเล่าแล้วมันฟังดูน่ากลัวก็ต้องขอโทษด้วยนะครับ จริงๆแล้ว Differin ไม่ใช่ยาที่น่ากลัวอะไร ผมว่ามันเป็นยาที่ช่วยรักษาสิวอุดตันได้ดีมากๆตัวหนึ่งเหมือนกัน โดยส่วนใหญ่แล้วถ้าใครใช้ยาตัวใดตัวหนึ่งไม่ได้ผล ก็จะเปลี่ยนมาใช้อีกตัวหนึ่งเป็นธรรมดา จะ Differin หรือ Retin-A ก็เลือกเอาครับ อยู่ที่หน้าเรานั่นแหละครับ ว่าจะถูกกับตัวไหนมากกว่ากัน วันนี้เขียนมาเยอะแล้วแบตหมดขอจบการเขียนแต่เพียงเท่านี้ พบกับบทความรักษาสิวได้อีกในบทความหน้า กับ Acnedefend บล็อกเพื่อคนเป็นสิวทุกๆคน วันนี้ลาไปก่อน สวัสดีครับ
ถ้าใช้ Differin แล้วสิวอักเสบขึ้นมาเยอะมากทำไงดี?
โอกาสที่จะเกิดสิวอักเสบเวลาใช้ Differin จัดว่ามีสูงมาก เนื่องมาจาก Differin มันจะผลักสิวอุดตันขึ้นมา ทำให้มันมีโอกาสได้ไปเจอสิ่งเร้าต่างๆมากมาย ซึ่งจะทำให้เกิดสิวอักเสบง่ายมาก บางคนใช้ Differin ทาทีหนึ่ง สิวอักเสบขึ้นมาพร้อมกัน 4-5 เม็ดเลยก็มี (ไปพร้อมใจกันที่อื่นได้มั้ย (TT) ) ดังนั้นใครที่กลัวจะเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นกับหน้าของตัวเองให้ป้องกันไว้ก่อนด้วยการทายาแต้มสิวพวก Clindamycin ไว้ก่อนล่วงหน้า โดยใช้แต้มลงบนหัวสิวที่อักเสบของเรา ใช้คู่กันไปจะช่วยลดการเกิดสิวอุดตันและสิวอักเสบได้ดีขึ้น
ผลข้างเคียงจากการใช้ Differin ทาสิว
ผลข้างเคียงของ Differin นั้นก็จะคล้ายๆกับ Retin-A คือ ใช้แล้วผิวหน้าจะแห้ง ลอก เป็นขุย บางครั้งอาจเกิดอาการแสบหน้า คันยุบคันยิบ ซึ่งอาการที่ว่าจะน้อยกว่า Retin-A มาก แต่บางคนก็อาจจะแพ้ได้เพราะฉะนั้นอย่าลืม Test ก่อนใช้ Differin ทาหน้าทุกครั้งเพื่อความปลอดภัยนะครับ อ้อ!!! เกือบลืมไปอย่าลืมทาครีมกันแดดเวลาออกจากบ้านด้วยนะครับ ถึงแม้ Differin จะไม่ทำให้หน้าเราบางเท่าไร แต่กันไว้ก่อนก็ดีครับ
ใช้ Differin นานเท่าไรจึงจะเห็นผล
ความจริงแล้วถ้าให้ระบุเวลาที่แน่นอนคงเป็นไปไม่ได้ เพราะผิวหน้าแต่ละคนก็จะตอบสนองต่อครีมแตกต่างกัน แต่โดยส่วนใหญ่แล้วต้องใช้ Differin ต่อเนื่องอย่างน้อย 3 เดือนถึงจะเห็นผลการรักษาที่ดี อย่างช่วงแรกๆที่บอกว่าอาจมีอาการสิวผุดได้ อันนี้ก็ต้องอดทนสักหน่อย ใช้อย่างต่อเนื่องให้หน้าได้ปรับตัวสักหน่อยเดี๋ยวดีเอง(เข้าใจว่าอาจจะจิตตกได้)

ประเดิมคว้าชัย! “บอลชายหาดไทย” อัด “เสือเหลือง” 6-4 ศึก 4 เส้า

ฟุตบอลชายหาด 4 เส้า ไทยแลนด์ ไฟว์ บีช ซ็อคเกอร์ 2017 THAILAND5 BEACH SOCCER 2017 เมื่อก.พ.ที่ผ่านมา เป็นการแข่งขันในนัดเปิดสนาม ณ สนามทรายข้างอินดอร์สเตเดี้ยมหัวหมาก เป็นการแข่งขันระบบพบกันหมดทั้ง 4 ชาติ

ทีมที่มีคะแนนสูงสุดอันดับ 1 และ 2 เข้าไปชิงชนะเลิศโดยคู่แรก ทีมชาติญี่ปุ่น พบ ทีมชาติ ฮังการี ผลปรากฏว่า ทีมซามูไร ทีมอันดับ 9 ของโลกโชว์ฟอร์ม สมราคา กะซวก แม็กยาร์ ฮังการี ทีมอันดับ 12 ของโลก ไป 5-3 โดย โอซู โมไรร่า ดาวเตะจากบาร์เซโลน่ายิงไป 2 ประตู น.7 , 22 ตามด้วย ทากาซูเกะ โกโตะ น.11.13 มาซายิกิ โกมากิ น.29 ทากากิ โอบะ น.31 ส่วนฮังการี ได้ 3 ประตูจาก โซลตัน เมนิเอีย น.26,29 บาลาซ รูทาอิ น.34

คู่ที่สองมีพิธีเปิดสนาม โดย นาย อดิศักดิ์ เบ็ญจศิริวรรณ ประธานพัฒนาฟุตซอลและฟุตบอลชายหาดไทย เป็นประธานจากนั้น ทีมชาติไทย อันดับ 25 ของโลก ลงสนามพบกับ มาเลเซีย

5 คนแรกของทีมไทย ประกอบไปด้วย ประตู สุริยา บริเดช , วัชระ เลไพจิตร , มนัส มัดตอฮา , โชคดี คะเณเร็ว , นที จีปน เริ่มเกมมา เสือเหลืองนำเร็วจากลูกโทษจังหวะฟาวล์ ฮัมเหม็ด ฟาครารุสดิน ยิง 1-0 น.2แต่ น.5 ไทยจุดโทษคืน มนัส มัดตอฮา ยิงไม่เหลือ 1-1 แต่นาทีเดียวกัน ไทยทำเข้าประตูตัวเองจาก จุลวรรณ ปิ่นแก้ว ตาม 1-2 จากนั้น น.8 ยูซุฟ ซาฮาริม ยิงหนีเป็น 3-1 แต่อีก 20 วินาที โชคดี คะเณเร็ว ยิงไล่เป็น 2-3 หมดเวลา 12 นาทีแรก สกอร์นี้

พีเรียดที่ 2 ลงมา ไทยไล่ตีเสมอ น.12 จุลวรรณ ปิ่นแก้ว ตีลังกาวอลเล่ย์มุมซ้ายเข้าไป 3-3 และนาทีเดียวกัน โชคดี คะเณเร็วยิงนำ 4-3 น.18 ปีเตอร์ เอเบล ยิงเรียดหน้าโกล์ 5 หลาไล่มา 4-4 น.20 ศักดา จำปาทองยิง 5-4

พีเรียดที่ 3 ไทยนำ 6-4 น.28 จากผู้รักษาประตู สุริยา บริเดช กระดกบอลเส้นเขตโทษกดยิงไซด์ก้อยด้วยซ้ายเสียบคานสุดงาม น.33 ยูซุฟยิง 5-6 น.34 มนัส มัดตอฮา ยิงปิดท้าย 7-5 ทำให้ไทยเก็บ 3 แต้ม นำตารางตามด้วยญี่ปุ่น, ฮังการี, มาเลเซีย

โปรแกรมวันที่ 14 ก.พ.ไทยลงสนามเกมที่สองพบ ฮังการี เวลา 16.30 น.ส่วนญี่ปุ่น พบ มาเลเซีย เวลา 15.00 น.สนาม อินดอร์สเตเดี้ยมหัวหมาก

มูรินโญ ยันผียิง 3 เม็ดยังไม่ชัวร์เข้ารอบ ชมอิบราแข้งสำคัญแต่ไม่ที่สุด

โชเซ มูรินโญ กุนซือจอมอหังการของ “ผีแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยืนยันไม่มีประมาทในเลกสองแม้จะมีสกอร์ตุนถึง 3-0 พร้อมกับกล่าวชม ซลาตัน อิบราฮิโมวิช คือนักเตะคนสำคัญของทีม…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานวันที่ 16 ก.พ. ว่า โชเซ มูรินโญ นายใหญ่ของ “ผีแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยอมรับชัยชนะเหนือ แซงต์ เอเตียน 3-0 ในศึกยูโรป้าลีกรอบ 32 ทีมเลกแรกเป็นผลการแข่งขันที่ดี แต่ยังไม่ประมาทเด็ดขาดซลาตัน อิบราฮิโมวิช ตะบันแฮตทริกแรกในสีเสื้อผีแดงพาทีมกุมความได้เปรียบก่อนจะไปเล่นเลกสองที่บ้านของ แซงต์ เอเตียน ในวันพุธหน้า ซึ่ง มูรินโญ ยอมรับว่าดาวยิงรายนี้คือนักเตะที่สำคัญของทีมแต่ก็ยังไม่ใช่ที่สุดพร้อมกับยืนยันว่าแม้จะยิงประตูห่างถึง 3 ลูกแต่นัดหน้าก็จะไม่ประมาทแน่นอน

“มันเป็นผลการแข่งขันที่ดี ถ้าคุณถามผมก่อนเกมยูโรป้าจะแข่ง 3-0 ในบ้านน่ะเหรอ ยิงสามลูกแล้วไม่เสียประตูเลยนี่นะ ผมคงจะบอกว่าไม่มีทางหรอกน่า แต่เรารู้บรรยากาศที่นั่นมันจะเป็นเรื่องยาก

“เราต้องโฟกัสต่อไปเพราะสามวันหลังจากที่เราจะไปเยือนถิ่นพวกเขาเราจะแข่ง EFL CUP รอบชิงชนะเลิศ และผมรู้สึกเสมอว่านักเตะจะโฟกัสเกมในรอบชิงดำมากกว่าในเกมนั้นอยู่แล้ว แต่มันเป็นเรื่องสำคัญสำหรับเราที่จะผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้าย สำคัญกับเราที่ได้ผลการแข่งขันแบบนี้ ฟุตบอลก็คือฟุตบอลและประสบการณ์ของผมที่ผ่านมาอะไรก็เกิดขึ้นได้เสมอ ผมรู้ว่า 3-0 คือผลการแข่งขันที่ดี แต่ผมบอกไม่ได้ว่ามันจะเป็นเรื่องง่ายสำหรับทีมของเรา

“อิบราฮิโมวิชคือนักเตะที่สำคัญ ผมไม่อยากบอกว่าสำคัญที่สุด เขาคือนักเตะคนสำคัญ เขาแสดงให้เห็นว่าเมื่อเขาทำประตูไม่ได้แต่เห็นได้ชัดว่าการยิงแฮตทริกมันยอดเยี่ยมเสมอ แม้สำหรับคนอย่างเขาจะยิงแฮตทริกได้หลายรอบแล้วก็ตาม”

ที่ตรวจครรภ์ คืออะไร ตรวจตอนไหน และมีแบบไหนบ้าง ?

ที่ตรวจครรภ์ สำหรับสาว ๆ ที่กำลังเตรียมตัวเป็นคุณแม่ มาดูกันว่ามีเรื่องอะไรที่ควรรู้เกี่ยวกับที่ตรวจครรภ์กันบ้าง
สำหรับสาว ๆ ที่กำลังเตรียมตัวเป็นจะคุณแม่ หรือสงสัยว่าตัวเองกำลังตั้งท้อง และอยากตรวจการตั้งครรภ์ด้วยตัวเอง อันดับแรกคงจะนึกถึง “ที่ตรวจครรภ์” กันอยู่ใช่ไหมล่ะคะ แต่ทั้งนี้สำหรับใครที่ยังไม่เคยใช้ คงจะมีหลายคำถามอยู่ในใจกันอย่างแน่นอน ว่าที่ตรวจครรภ์นั้นคืออะไร มีกี่แบบ ตรวจแล้วจะแม่นยำแค่ไหน เอาเป็นว่าเพื่อให้สาว ๆ หายกังวลใจ กระปุกดอทคอมมีเรื่องน่ารู้เกี่ยวกับที่ตรวจครรภ์มาให้ศึกษากันแล้วค่ะที่ตรวจครรภ์ คืออะไร

สำหรับ “ที่ตรวจครรภ์” ชื่อก็บอกตรง ๆ อยู่แล้วค่ะ ว่าเป็นอุปกรณ์สำหรับเอาไว้ตรวจสอบการตั้งครรภ์ที่สามารถตรวจสอบง่าย ๆ ด้วยตัวเอง โดยที่ตรวจครรภ์นี้จะเป็นการทดสอบตรวจหาฮอร์โมน HCG (Human Chorionic Gonadotropin) ในปัสสาวะ ซึ่งฮอร์โมนนี้จะถูกหลั่งออกมาจากรกหลังจากที่มีการปฏิสนธิไปแล้วประมาณ 6-7 วัน ทั้งนี้ที่ตรวจครรภ์จะมีความแม่นยำประมาณ 99% ซึ่งสามารถใช้ที่ตรวจครรภ์ตรวจได้ตั้งแต่ประจำเดือนขาดหายไป 1 วัน แต่ถ้าใครไม่อยากจะให้คลาดเคลื่อนควรตรวจเมื่ออยู่ในช่วงหลังจากที่มีการปฏิสนธิไปแล้วประมาณ 8-12 สัปดาห์ หรือประจำเดือนขาดตั้งแต่วันที่ 10-14 ขึ้นไป ผลที่ออกมาจะมีความแม่นยำมากที่สุด

ที่ตรวจครรภ์ ตรวจตอนไหน

การทดสอบการตั้งครรภ์ เพื่อผลที่ชัดเจนควรตรวจจากปัสสาวะแรกของวันในช่วงเช้าหลังตื่นนอน เพราะปัสสาวะจะมีความเข้มข้น และทำให้ได้ผลที่แม่นยำที่สุดที่ตรวจครรภ์ มีแบบไหนบ้าง

ที่ตรวจครรภ์ โดยปกติแล้วจะแบ่งออกเป็น 3 แบบ ได้แก่

1. ที่ตรวจครรภ์แบบจุ่ม จะมีลักษณะเป็นแผ่นยาว ๆ ที่มาพร้อมกับถ้วยตวงปัสสาวะ วิธีการทดสอบให้เริ่มจากการเก็บปัสสาวะลงในถ้วยตวง จากนั้นให้นำแผ่นทดสอบการตั้งครรภ์ด้านที่มีลูกศรชี้ลงจุ่มลงไปประมาณ 3-5 วินาที ยกออกแล้วรอผลประมาณ 5 นาที

2. ที่ตรวจครรภ์แบบหยด อุปกรณ์จะประกอบไปด้วยตลับทดสอบการตั้งครรภ์ ถ้วยตวงปัสสาวะ และหลอดหยด วิธีใช้ให้เริ่มจากเก็บปัสสาวะลงในถ้วยตวง จากนั้นให้ใช้หลอดหยดดูดน้ำปัสสาวะ แล้วค่อย ๆ หยดน้ำปัสสาวะลงบนตลับทดสอบประมาณ 3 หยด แล้วรอผลทดสอบประมาณ 5 นาที

3. ที่ตรวจครรภ์แบบผ่าน จะมีเพียงแค่แท่งทดสอบมาให้เท่านั้น โดยวิธีตรวจก็ง่ายมาก ๆ ค่ะ เพียงแค่นำแท่งทดสอบมาถือไว้โดยให้หัวลูกศรหรือด้านปลายชี้ลง จากนั้นให้ปัสสาวะผ่านปลายแท่งทดสอบจนเปียกชุ่ม แล้ววางทิ้งไว้ประมาณ 5 นาทีเพื่อรอผล

ผลการทดสอบที่ตรวจครรภ์
เมื่อตรวจการตั้งครรภ์เสร็จเรียบร้อยแล้ว หลังจากรอผลประมาณ 5 นาที ผลที่ได้แต่ละอันจะมีความหมายดังนี้…

– แถบขึ้น 1 ขีด หรือมี 1 ขีดขึ้นตำแหน่งตัว C หมายถึง ไม่ตั้งครรภ์

– แถบขึ้น 2 ขีด หรือมีขีดขึ้นทั้งตำแหน่งตัว C และ T หมายถึง มีการตั้งครรภ์

– มีขีดขึ้นตำแหน่งตัว T ขีดเดียว หมายถึง อ่านค่าไม่ได้ อาจเป็นเพราะชุดทดสอบการตั้งครรภ์เสีย หรืออาจใช้งานไม่ถูกวิธี

– ไม่มีแถบขึ้น หมายถึง อ่านค่าไม่ได้ อาจเป็นเพราะชุดทดสอบการตั้งครรภ์เสีย หรืออาจใช้งานไม่ถูกวิธี

ทั้งนี้เมื่อทดสอบการตั้งครรภ์แล้วที่ตรวจครรภ์อ่านผลไม่ได้ แนะนำให้ลองทดสอบใหม่อีกครั้งโดยเปลี่ยนชุดทดสอบการตั้งครรภ์แบบใหม่ หรือยี่ห้อใหม่จะดีที่สุดค่ะ หรือถ้าหากใครที่ทดสอบแล้วผลที่ได้เป็นบวกหรือตั้งครรภ์ เพื่อความชัวร์ 100% แนะนำให้ไปตรวจกับคุณหมออีกครั้งจะชัดเจนที่สุด เพราะถึงอย่างไรที่ตรวจครรภ์ก็เป็นแค่อุปกรณ์ตรวจการตั้งครรภ์เพียงเบื้องต้นเท่านั้นค่ะ

คนท้องฉีดสิวได้ไหม ?

คนท้องฉีดสิวได้ไหม ไขข้อสงสัยคุณแม่ตั้งครรภ์ที่มีปัญหาสิว อยากรู้ว่าฉีดสิวได้ไหม มาดูคำตอบกัน

ปัญหาเรื่องสิวกับคนท้อง เชื่อว่าหลายคนคงจะเป็นกังวลกันอยู่ โดยเฉพาะคุณแม่ที่รักสวยรักงามคงจะหนักใจเอาไม่น้อย เพราะไม่รู้จะทำอย่างไรดี ซึ่งปัญหาสิวในช่วงตั้งครรภ์นั้นถือเป็นเรื่องปกติที่จะเกิดขึ้นได้ง่ายมาก ๆ ค่ะ เนื่องมาจากการตั้งครรภ์จะทำให้ฮอร์โมนในร่างกายเปลี่ยนแปลงไป บางคนจากที่ไม่เคยเป็นสิวเลยก็อาจจะมีสิวผุดขึ้นมาเยอะมาก หรือบางคนจากที่เป็นสิวบ่อย ๆ ตั้งครรภ์แล้วอาจจะเป็นสิวน้อยลงก็มี ซึ่งเรื่องนี้ก็อยู่ที่ฮอร์โมนของแต่ละคนนั่นเองค่ะ แต่ทว่าวิธีรักษาสิวนั้น หากใครที่ก่อนหน้าที่จะตั้งครรภ์ชอบไปฉีดสิวเพื่อให้สิวยุบอยู่บ่อย ๆ แต่พอตั้งครรภ์แล้วสงสัยว่าจะไปฉีดสิวเหมือนเดิมได้หรือไม่ ใครที่กำลังสงสัยอยู่ มาดูคำตอบกันเลยค่ะ สำหรับ “การรักษาสิวคนท้อง” นั้นถือเป็นเรื่องที่ต้องระมัดระวังอย่างมาก โดยเฉพาะยารักษาสิวทั่วไปในกลุ่มของกรดวิตามินเอหรือเรตินอยด์ ไม่ว่าจะใช้ทาหรือรับประทานควรหลีกเลี่ยงโดยเด็ดขาด เพราะเป็นอันตรายต่อทารกในครรภ์ สามารถทำให้ทารกเกิดความผิดปกติหรือพิการได้เลยทีเดียว ทั้งนี้หากใครที่ใช้ยารักษาสิวในกลุ่มนี้อยู่ควรจะคุมกำเนิดอย่างน้อย 1 เดือน ก่อนใช้ยา และควรหยุดใช้ยาให้ครบ 1 เดือนก่อนตั้งครรภ์ ถึงจะไม่เป็นอันตรายต่อทารกในครรภ์

แต่ในกรณีของการฉีดสิวนั้น โดยทั่วไปจะเป็นการฉีดเพื่อลดอาการอักเสบของสิว ทำให้สิวยุบลง ซึ่งส่วนใหญ่จะฉีดที่บริเวณหัวสิวในปริมาณน้อย โดยตัวยาที่ใช้ฉีดนั้นส่วนใหญ่จะเป็น สเตียรอยด์ และยาชา ซึ่งในทางการแพทย์ยังไม่มีรายงานชัดเจนว่าเป็นอันตรายต่อการตั้งครรภ์ ทั้งนี้ถึงแม้จะฉีดได้ แต่ก็จัดเป็นยาที่อยู่ในกลุ่มที่ควรอยู่ในการประเมินของแพทย์ ซึ่งจะฉีดได้มากน้อยแค่ไหน ? ฉีดได้หรือไม่อย่างไร ? แนะนำให้ปรึกษาคุณหมอก่อนจะปลอดภัยที่สุดค่ะ เห็นไหมคะว่าการรักษาสิวในคุณแม่ตั้งครรภ์นั้นเป็นเรื่องที่ต้องระมัดระวังอย่างมากเลยทีเดียว และไม่ควรที่จะซื้อยามาใช้หรือรับประทานเองโดยเด็ดขาด เพราะอาจจะเป็นอันตรายต่อทารกในครรภ์ได้ แต่ทั้งนี้สำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์คนไหนที่กำลังเป็นสิวในช่วงนี้ หากไม่รุนแรงมากนักแนะนำปล่อยให้หายเองตามธรรมชาติ แล้วค่อยมาดูแลรักษาตอนหลังคลอดจะดีกว่าค่ะ แต่ถ้าใครเป็นสิวอักเสบเยอะมากในช่วงตั้งครรภ์ ถ้าอยากจะหาวิธีรักษาจริง ๆ แนะนำให้ไปพบคุณหมอเพื่อขอคำแนะนำจะดีที่สุดค่ะ

ลิ้นปี่ที่เดิม! “อำนาจ” ล้มไม่ลุกพ่ายน็อก “กำปั้นดาวรุ่งยุ่น”

“เจ้าเพชร” อำนาจ รื่นเริง อดีตแชมป์โลกรุ่นฟลายเวต สหพันธ์มวยนานาชาติ (IBF) หวนกลับมาชกมวยไทยอีกครั้ง ในชื่อ อำนาจ เพชรสมุย โดยเดินทางไปชกกับ เทนชิน นาสุกาว่า กำปั้นดาวรุ่งวัยเพียง 18 ปี ในศึกน็อกเอาท์ ที่โออิตะ ซิตี้ เจเนอรัล ยิมเนเซียม กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันอาทิตย์ที่ 12 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา

เกมการชกเป็นไปอย่างสนุก ก่อนที่ในยกที่ 4 กำปั้นชาวไทย จะมาพลาดโดนหมัดขวาเข้าเต็มท้อง ถึงกับทรุดลงไปนั่งกับพื้นไม่ยอมลุกขึ้นมาสู้ต่อ จนกรรมการนับถึง 10 แล้วชูมือให้กับ นักชกเจ้าถิ่นเป็นฝ่ายเอาชนะน็อกไปได้ในยกที่ 4

ซึ่งไปซ้ำรอยกับเหตุการณ์ครั้งสมัยที่เจ้าตัวเสียเข็มขัดแชมป์โลกรุ่นฟลายเวท สหพันธ์มวยนานาชาติ (IBF) ให้กับ จอห์น รีล คาซิเมโร่ ผู้ท้าชิงชาวฟิลิปปินส์ โดยครั้งนั้น เจ้าตัวก็โดนต่อยตัดลำตัว ก่อนเป็นฝ่ายแพ้น็อกไปในยกที่ 4

หลังการชก กำปั้นวัย 39 ปี ออกมายอมรับว่า “สภาพร่างกายไม่เหมือนเดิม แถมมาเจอความสดของคู่ชกอีก ส่วนที่โดนน็อกก็เพราะโดนชกลิ้นปี่ที่เดิม ซึ่งเป็นจุดอ่อนของเจ้าตัว ส่วนจะชกต่อไปหรือไม่ ขอดูสภาพร่างกายตัวเองอีกครั้ง ถ้าไม่ไหวจริงๆก็คงต้องเลิกชก”

อยู่ที่เดิมเถอะ! “กรีซมันน์” อธิบาย “ข้อเสีย” เป็นฉากๆหากต้องย้ายไปทีมอื่น

อองตวน กรีซมันน์ กองหน้าระดับซูเปอร์สตาร์ของ แอตเลติโก มาดริด ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้นได้หากต้องย้ายออกจากต้นสังกัดไปอยู่ที่อื่นในฤดูกาลหน้า

โดยปกตินั้น คอลูกหนังต่างเชียร์ให้ แข้งน้ำหอมคนนี้มาค้าแข้งกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กันเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว แต่สุดท้ายเรื่องนี้ก็ยังคงเป็นปริศนาอยู่ดี จนกระทั่งเจ้าตัวออกมาพูดถึงประเด็นข่าวลือที่เกิดขึ้

“ผมถูกตั้งคำถามมากมายเกี่ยวการย้ายไปเล่นที่อังกฤษ” กรีซมันน์ กล่าว

“สมัยที่อยู่กับ โซเซียดาด ผมรู้สึกจริง ๆ ว่าอยากย้ายทีม แต่สำหรับตอนนี้ ผมไม่รู้ว่าข่าวลือที่มีอยู่เพียบนั้นมาจากไหน ใครสามารถรู้ได้จริง ๆ ว่าฤดูกาลนี้มันจะจบยังไง ? สมมติถ้าทุกอย่างพังหมดในตอนท้าย ผมอาจจะถามตัวเองเกี่ยวกับอนาคตอีกครั้ง แต่สำหรับตอนนี้ มันไม่ใช่เลย”

“เมื่อพูดถึงเรืี่องนี้แล้ว ยอมรับก็ได้ว่าผมเคยถามตัวเองอยู่เหมือนกันว่าควรจะย้ายไปไหน ในสเปน ก็คงเป็น บาร์เซโลนา หรือไม่ก็ เรอัล มาดริด

“สำหรับ บาร์ซา พวกเขามี MSN เป็นตัวจริงอยู่แล้ว มาดริด เองก็เป็นไปไม่ได้ เนื่องจากพวกเขาคือคู่อริของทีมผมในเวลานี้ ฉะนั้นคงเป็นไปไม่ได้ทั้งคู่”

“ในเยอรมนี ลีกนั้นไม่ได้ดึงดูดความสนใจผมสักเท่าไหร่นัก ฝรั่งเศสล่ะ ? ก็ไม่เช่นกัน ส่วน อังกฤษ ที่พวกคุณประโคมกันมานั้นก็ยังมีข้อกังขาอยู่ในเรื่องของการใช่้ชีวิตส่วนตัว เพราะฝนตกตลอด สภาพอากาศก็ไม่ดี”

“ผมเป็นคนที่รู้สึกมีความสุขเวลาได้ออกไปเล่นนอกบ้านนะ”