ดี้ นิติพงษ์ สงสาร เจ้าปาเกียว มากกว่าเจ้าของ ชี้การถูกทิ้งคือทุกข์สูงสุดของสุนัข

pa2 pa5ดี้ นิติพงษ์ สงสาร เจ้าปาเกียว มากกว่าเจ้าของ ชี้การถูกทิ้งคือทุกข์สูงสุดของสุนัข แนะผู้เลี้ยงต้องรู้นิสัยสุนัข-มีวินัย ถ้าไม่มั่นใจอย่าเลี้ยง

จากกรณี “เจ้าปาเกียว” สุนัขสายพันธุ์อเมริกันพิทบูล เทอร์เรีย อายุ 2 ปี กัดเจ้าของ คือ น.ส.เจนจิรา คงขน อายุ 23 ปี ขณะที่ได้เอามือไปลูบหัวระหว่างที่กำลังกินข้าว จนแฟนหนุ่ม นายอานนท์ ทั่งพิมพ์ อายุ 26 ปี เข้าไปช่วยขวางจนถูกกัดที่ขาทั้งสองข้าง และตัดสินใจใช้มีดในครัวมาทำให้สุนัขบาดเจ็บเพื่อที่จะยอมปล่อย ซึ่งล่าสุดทางเจ้าของตัดสินใจประกาศหาบ้านใหม่ให้กับสุนัขตัวนี้แล้ว (อ่านข่าว : ประกาศหาบ้านใหม่ให้ เจ้าปาเกียว หลังเจ้าของไม่พร้อมดูแลต่อ จับทำหมันลดความดุ)

จากเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 19 เมษายน 2560 ดี้ นิติพงษ์ ห่อนาค นักแต่งเพลงชื่อดัง ได้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก Nitipong Honark ใจความว่า ตนรู้สึกเห็นใจเจ้าของ แต่รู้สึกสงสารเจ้าปาเกียวมากกว่า เพราะสุนัขสายพันธ์นี้มีสัญชาตญาณต่อสู้สูง หรือจัดว่าเป็นหมาที่ดุ ซึ่งถ้าคนเลี้ยงไม่มีวินัยหรือเข้าใจนิสัยของสุนัขก็อาจจะเอาไม่อยู่ ซึ่งเจ้าของจำเป็นต้องฝึกฝนและทำให้มันเคารพยำเกรง และมันก็จะตอบแทนด้วยความรักและซื่อสัตย์

ดี้ นิติพงษ์ กล่าวอีกว่า การที่เจ้าของเลี้ยงมาเจ้าปาเกียวมาเป็นเวลานาน แล้ววันหนึ่งจะยกให้คนอื่น สิ่งนี้คือทุกข์สูงสุดของสุนัข และก่อให้เกิดแผลในใจที่หายยาก ซึ่งตนหวังว่าคนที่มารับเลี้ยงจะมีความเข้าใจ รวมถึงอยากฝากเป็นอุทาหรณ์ถึงผู้ที่จะเลี้ยงพิทบูล เทอร์เรีย ว่าอย่าเลี้ยงถ้าไม่มั่นใจและมีความรู้ดีพอ ไม่เช่นนั้นอาจทำให้ตัวเองหรือผู้อื่นเดือดร้อนได้

ขณะเดียวกัน กรณีเจ้าปาเกียวนั้น ได้มีการเปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมจาก นายนพดล ดวงแก้ว นักปรับพฤติกรรมการเลี้ยงสุนัข ซึ่งเดินทางไปสอบถามเจ้าของรวมถึงเจอกับ เจ้าปาเกียว มาแล้ว พบว่าเจ้าของทั้งคู่รักสุนัขมาก เปิดแอร์ให้นอนในบ้านเป็นประจำ รวมถึงตามใจทุกอย่าง จึงอาจทำให้เจ้าปาเกียวขาดวินัย และมีพฤติกรรมหวงอาหาร แต่จากการที่ลองฝึกฝนเบื้องต้นพบว่าเจ้าปาเกียวตอบสนองได้ดี และไม่มีพฤติกรรมคุกคามขณะที่พาไปเดินหรือกินอาหาร โดยตอนนี้ปาเกียวยังคงได้รับการดูแลจากโรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อพระราม 9 และรอเจ้าของใหม่มารับเลี้ยงต่อไป

วงในมาเอง…พูดเรื่อง เอ ไชยา มิตรชัย ซุกลูกเมียจริงหรือไม่ หลังไม่ยอมตอบคำถาม

aa (1) aa (2)
คนสนิท เอ ไชยา มิตรชัย ยันพระเอกลิเกดังยังไม่มีลูก หลังมีข่าวลือซุกเมีย-ลูกวัย 20 กว่าถึง 2 คน ไว้ที่อ่างทอง แจงอีกฝ่ายโปรโมทหลานเตรียมเล่นละคร

จากกรณีข่าวลือของพระเอกลิเกชื่อดัง เอ ไชยา มิตรชัย แอบซุกลูกซุกเมียเอาไว้ โดยที่ฝ่ายหญิงเป็นลูกสาวของแม่ยกใน อ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง ส่วนลูกของ เอ ไชยา นั้น คนโตเป็นผู้หญิงอายุ 24 ปี ส่วนคนเล็กเป็นผู้ชายอายุ 22 ปี แถมเจ้าตัวยังคงอึกอักไม่พร้อมชี้แจงข่าวลือดังกล่าวและเตรียมที่จะตั้งโต๊ะแถลงในเร็ว ๆ นี้ ก็ทำเอาหลายคนฮือฮาอยู่ไม่น้อยนั้น (ไชยา มิตรชัย ตอบอ้ำอึ้งเรื่องซุกลูกซุกเมียไว้อ่างทอง ลั่นขอเวลาทำใจสักพัก)
ล่าสุด (19 เมษายน 2560) ผู้สื่อข่าวของทีวีพูลได้ติดต่อไปยัง คนสนิทของพระเอกลิเกชื่อดังและสอบถามรายละเอียดว่าข่าวดังกล่าวแล้ว โดยแหล่งข่าววงในได้เปิดเผยว่า ข่าวดังกล่าวไม่เป็นความจริง เพียงแต่ เอ ไชยา อยากจะโปรโมทหลานสาวอย่าง แป้ง พรภัสร์ชนก ซึ่งกำลังจะมีผลงานละครคู่กับนักร้องลูกทุ่งชื่อดังอย่าง ก้อง ห้วยไร่ เท่านั้น จึงทำให้เกิดกระแสข่าวขึ้น

ส่วนรายละเอียดของข่าวดังกล่าวคงต้องรอเจ้าตัวออกมาเปิดเผยข้อเท็จจริงอีกครั้งหนึ่ง

หมอดูดังผุดคำทำนาย สงครามโลกครั้งที่ 3 จะเกิดขึ้นในวันที่ 13 พ.ค.

NJ7WOหมอดูดัง ฉายา ผู้ส่งสารแห่งพระเจ้า ทำนายสงครามโลกครั้งที่ 3 จะอุบัติขึ้นในวันที่ 13 พฤษภาคม 2560 โดยมีสหรัฐฯ เป็นผู้จุดชนวนความขัดแย้ง

ท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ-เกาหลีเหนือ ตลอดจนความตึงเครียดจากการที่สหรัฐฯ ระดมยิงขีปนาวุธโทมาฮอว์กโจมตีฐานทัพอากาศของซีเรีย เพื่อตอบโต้กรณีรัฐบาลซีเรียใช้อาวุธเคมีสังหารพลเรือน ก่อให้เกิดความหวั่นใจว่าเรื่องราวจะบานปลายจนนำไปสู่สงครามโลกครั้งที่ 3 หรือไม่
ขณะที่ล่าสุด (19 เมษายน 2560) เว็บไซต์มิเรอร์ รายงานว่า โฮเรซิโอ้ วิลเลกาส หมอดูคนดังซึ่งได้รับฉายา ผู้ส่งสารแห่งพระเจ้า ก็ได้ออกมาเผยคำทำนายว่า จะเกิดสงครามนิวเคลียร์ขึ้น ในวันครบรอบ 100 ปี การมาเยือนของแม่พระแห่งฟาติมา ซึ่งตรงกับวันที่ 13 พฤษภาคม 2560 โดยความขัดแย้งระดับโลกนี้จะดึงเอาสหรัฐฯ รัสเซีย เกาหลีเหนือ และจีน เข้ามาร่วมวงด้วย ก่อนที่สงครามจะสิ้นสุดในวันครบรอบ 100 ปี การมาเยือนครั้งสุดท้ายของแม่พระแห่งฟาติมา ซึ่งตรงกับวันที่ 13 ตุลาคม 2560

ก่อนหน้านี้เมื่อปี 2559 เขาได้เคยทำนายไว้ว่า โดนัลด์ ทรัมป์ มหาเศรษฐีคนดัง จะสามารถชนะการเลือกตั้งขึ้นเป็นผู้นำสูงสุดของสหรัฐฯ รวมทั้งทำนายเรื่องที่ทรัมป์จะเป็นผู้สั่งโจมตีซีเรีย และทรัมป์นี่เองจะเป็นผู้นำโลกเข้าไปสู่สงครามโลกครั้งที่ 3 ซึ่งบางส่วนในคำทำนายของเขาก็ได้เกิดขึ้นจริงแล้ว ดังที่ปรากฏต่อสายตาชาวโลก
ทั้งนี้วิลเลกาสได้ชี้ว่า สารสำคัญที่ผู้คนจำต้องทราบเพื่อเตรียมตัวรับมือ คือจะเกิดสงครามขึ้นในวันที่ 13 พฤษภาคม – 13 ตุลาคม 2560 ซึ่งจะจบลงด้วยหายนะและความตาย อย่างไรก็ตาม อาจมีเหตุการณ์จัดฉากขึ้นระหว่างวันที่ 13 เมษายน – 13 พฤษภาคม 2560 ซึ่งเป็นการโจมตีภายใต้ข้อมูลที่ผิดพลาด รวมถึงในซีเรียและเกาหลีเหนือ

ตุรกีเตือนสงครามโลกครั้งที่ 3 เกิดขึ้นแน่ ถ้าอเมริกา-รัสเซียเจรจากันไม่ได้

Untitled-5_58
รองนายกรัฐมนตรีตุรกีเผย สงครามโลกครั้งที่ 3 ส่อแววเกิดขึ้นแน่นอน หากอเมริกาและรัสเซียยังเจรจากันไม่ได้เกี่ยวกับสถานการณ์ความขัดแย้งในซีเรีย ชี้ตอนนี้ตึงเครียดมาก

เว็บไซต์ Express รายงานว่า ความตึงเครียดระหว่างรัสเซียกับอเมริกาในซีเรียได้เปลี่ยนจากปฏิบัติการปราบกบฎ ไปเป็นความขัดแย้งระดับเดียวกับสงครามเย็นเมื่อไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา หลังจากที่สหรัฐฯ ยุติการเจรจาเกี่ยวกับการโจมตีซีเรีย และฝั่งรัสเซียก็ประกาศกร้าวว่า ถ้ากองทัพอากาศสหรัฐฯ ย่างกรายเข้าจู่โจมทางอากาศกองทหารซีเรียภายใต้ประธานาธิบดีบาซาร์ อัล อาซาด เมื่อใด รัสเซียก็พร้อมจะสอยร่วงเมื่อนั้น
ล่าสุด นายนูมาน กูร์ตัลมัส รองนายกรัฐมนตรีตุรกี ได้ออกมาเปิดเผยแสดงความเห็นกับความตึงเครียดที่เกิดขึ้นว่า “หากสงครามตัวแทนยังคงดำเนินไปแบบนี้ หลังจากนี้อเมริกาและรัสเซียเข้าสู่จุดเปิดฉากสงครามแน่นอน ความขัดแย้งอันป่าเถื่อนในซีเรียได้ทำให้โลกเข้าใกล้จุดเริ่มต้นแห่งสงครามภูมิภาค หรือสงครามโลกแล้ว”
พร้อมกันนี้นูมานยังเผยอีกว่า “โลกหลีกเลี่ยงความขัดแย้งครั้งใหญ่อันจะก่อให้เกิดสงครามได้มาตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา ด้วยการคานอำนาจทางภูมิยุทธศาสตร์ สองยักษ์ใหญ่แห่งอาวุธนิวเคลียร์ได้บรรลุข้อตกลงร่วมกันที่จะยุติการผลิตทั้งอาวุธป้องกันตัวเองและอาวุธโจมตี ผมเองไม่ใช่คนที่จะตำหนิโทษใครหรอกนะ แต่เมื่ออเมริกาถอนตัวจากสนธิสัญญาจรวดต่อต้านขีปนาวุธที่บรรลุข้อตกลงกันไว้ในปี 1972 เพียงแค่ฝ่ายเดียวแล้ว พวกเขาก็ได้ส่งระเบิดเข้าสู่ระบบความปลอดภัยระหว่างประเทศทั้งหมด”

นอกจากนี้ยังมีเสียงลือเสียงเล่าอ้างว่าอเมริกาได้อัพเกรดความพร้อมในการป้องกันการโจมตีแล้ว ท่ามกลางความวิตกกังวลว่าจะเกิดสงครามนิวเคลียร์ขึ้น

แก้ม ร่ำไห้รู้เท่าไม่ถึงการณ์ ปมพาเด็ก 14 ขายตัว-เจ๊บีม รับทำเพราะล่อตาล่อใจ

a3_134แก้ม และ เจ๊บีม 2 ผู้ต้องหาคดีค้ามนุษย์ พาเด็ก 14 ปีไปค้าประเวณีหลังถูกข่มขืน เปิดใจ รับทำเพราะรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ชี้เงินมันล่อใจ พร้อมกล่าวขอโทษทุกฝ่าย

จากกรณีที่ ด.ญ.เอ (นามสมมุติ) วัย14 ปี ถูกกลุ่มชายหลายคนข่มขืนในพื้นที่ อ.ด่านช้าง จ.สุพรรณบุรี จนมารดาต้องพาเข้าแจ้งความตั้งแต่เดือน พฤศจิกายน 2559 แต่คดีไม่คืบหน้า เพราะมีแค่นายไก่ คนเดียวที่ถูกจับกุม จนที่โลกออนไลน์จะให้ความสนใจ นำมาซึ่งการจับกุมผู้ต้องหาที่ข่มขืนเพิ่มเติม รวมถึงยังพบว่ามีผู้พาด.ญ.เอ ไปค้าประเวณีอีกด้วย ก่อนพบว่าคือ น.ส.ปวีณ์สุดา ขันชาทะ หรือ แก้ม น้องสาวของ นายไก่ และนายธนพัตร แสนคำ หรือ เจ๊บีม ที่ถูกจับกุมตัวแล้วเช่นกันนั้น (อ่านข่าว : รวบเพิ่ม ! สาวแก้ม-เจ๊บีม ลวงค้ากามหลังเด็กวัย 14 ถูกรุมโทรม )

ล่าสุด วันที่ 20 เมษายน 2560 พล.ต.ต. กรไชย คล้ายคลึง ผู้บังคับการกองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ (ปคม.) นำตัว น.ส.แก้ม และ เจ๊บีม เปิดแถลงข่าวว่า เผยว่า จากการสืบสวนพบว่ามีการกระทำผิด 4 สถานที่ คือ 1.มีบุคคล 2 คน นำตัวนำด.ญ.เอไปข่มขืนในป่าละเมาะ, 2.มีบุคคล 3 คน รุมข่มขืนน้องเอในร้านเกม, 3.บ้านของนายไก่ และ 4.การนำด.ญ.เอ มาค้าประเวณีในโรงแรมแห่งหนึ่ง โดย ด.ญ.เอ เล่าว่า เหตุที่ตอนแรกบอกว่าถูกข่มขืนแค่คนเดียว เพราะรู้สึกอับอาย ส่วนกรณีผู้ที่ซื้อบริการ ดญ.เอ นั้นยังไม่ทราบว่าเป็นข้าราชการหรือไม่ แต่เชื่อว่าเป็นคนพื้นที่ และขอตรวจพยานหลักฐานเพิ่มเติมอีกครั้ง
ด้าน น.ส.แก้ม กล่าวว่า ตนไม่ได้รู้จักน้องเอเป็นการส่วนตัว แต่มีน้อง ๆ ที่กินเที่ยวด้วยกันพามาให้ ซึ่งน้องเอมาหาที่บ้าน ตนเลยพาไปเที่ยว จนตอนเย็นน้องเอบอกว่าไม่มีเงินกลับบ้าน ตนจึงโทรหาเจ๊บีม ซึ่งน้องก็คงจะต้องสมยอมมากับตนเอง ส่วนตนทำเช่นนี้เป็นครั้งแรก เป็นคนคิดเองทั้งหมดโดยที่ครอบครัวไม่รู้เรื่องด้วย

ทั้งนี้ น.ส.แก้ม กล่าวพร้อมน้ำตาว่า รู้สึกเครียดมาก เป็นครั้งแรกที่ทำแบบนี้ ก็จะจำเป็นบทเรียน ซึ่งที่ทำไปทั้งหมดเพราะรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ไม่คิดว่าจะเดือดร้อนขนาดนี้ ก็ต้องขอโทษทั้งแม่ และตัวน้องเอด้วย

ขณะที่ เจ๊บีม ระบุว่า วันนั้น น.ส.แก้ม ได้ติดต่อมาน้องมา ตนจึงนำไปส่งให้บุคคลท่านหนึ่ง แต่ยืนยันว่าตนทำเพียงครั้งคราว และที่ผ่านมาไม่ได้หาเด็กอายุน้อยขนาดนี้ โดยตนได้ส่วนแบ่งครั้งละ 500 บาท คิดว่าดีกว่าการให้คนอื่นยืมเงิน ส่วนชื่อที่ถูกเรียกว่าเจ๊นั้น เพราะได้รับการนับถือในวงการเที่ยว ไม่ได้เป็นเอเยนต์ใหญ่ตามที่ถูกกล่าวหาแต่อย่างใด

เจ๊บีม ระบุอีกว่า ต้องขอโทษทุกคนด้วย รู้ว่าทำผิด แต่ในตอนนั้นมันเป็นเรื่องล่อตาล่อใจ หลังจากนี้จะไม่ทำอีก และขอฝากให้ทุกคนมีสติในการทำสิ่งต่าง ๆ ด้วย

หลังจากการแถลงข่าว ทางเจ้าหน้าที่จะนำตัวผู้ต้องหาทั้งสองคน คือ น.ส.ปวีณ์สุดา หรือ แก้ม และ นายธนพัตร หรือ เจ๊บีม ซึ่งเป็นคนที่จัดหาลูกค้าที่ซื้อบริการเด็กหญิงไปฝากขังที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษกต่อไป

แก้ม น้องสาวไก่ สารภาพพาเด็ก 14 ค้ากาม ยันไม่ได้บังคับ-แม่ไม่เชื่อว่าลูกทำ !

karm1
แก้ม น้องสาวไก่ สารภาพพาน้องเอเด็ก 14 ค้าประเวณี หลังเสร็จกิจพี่ชาย ด้านแม่ไม่เชื่อว่าลูกจะมีส่วนพัวพันกับคดี ร่ำไห้หัวอกแม่จะอยู่ยังไงได้ ลูกโดนจับทั้ง 2 คน

เมื่อวันที่ 19 เมษายน 2560 รายการทุบโต๊ะข่าว ทางช่อง AMARIN TV รายงานว่า พล.ต.ต. กรไชย คล้ายคลึง ผู้บัญชาการกองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ ขออนุมัติหมายจับผู้ต้องหาเพิ่มอีก 2 รายในคดีรุมโทรมเด็ก 14 ปี คือ น.ส.ปวีณ์สุดา หรือ แก้ม และนายธนพัตร หรือ เจ๊บีม ข้อหาสมคบกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานค้ามนุษย์ และได้ลงมือกระทำความผิดตามที่สมคบกันไว้ โดยร่วมกันแสวงหาประโยชน์มิชอบจากการเป็นธุระจัดหาเด็กหญิงอายุไม่เกิน 15 ปี เพื่อการค้าประเวณี เพื่อสนองความใคร่ของผู้อื่น เป็นธุระจัดหา ล่อไป หรือพาไปเพื่อการอนาจารซึ่งเด็กหญิงอายุไม่เกิน 15 ปี แม้เด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม หรือโดยใช้อุบายหลอกลวง ขู่เข็ญ ใช้กำลังประทุษร้าย ใช้อำนาจครอบงำผิดคลองธรรม หรือใช้วิธีข่มขืนใจด้วยประการอื่นใด
ต่อจากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้คุมตัว แก้ม และเจ๊บีม ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ โดยแก้ม สารภาพว่า หลังเสร็จกิจพี่ชาย ก็เป็นคนติดต่อเจ๊บีมว่าให้หาแขกให้ ซึ่งเจ๊บีมก็ได้ไปนัดแขกให้ แล้วหลังจากนั้นตนก็ไปเอาตัวน้องเอวัย 14 ปี มา โดยมี อ้อม เป็นคนขี่มอเตอร์ไซค์แต่ในระหว่างทางตนให้อ้อมลงจากมอเตอร์ไซค์ แล้วตนก็นำน้องเอมาส่งให้เจ๊บีมซึ่งมีชายสูงอายุรออยู่ที่โรงแรม
อย่างไรก็ตาม ระหว่างที่ทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ผู้สื่อข่าวของอมรินทร์ ทีวี พยายามจะถามแก้มว่าทำไมตอนแรกถึงบอกว่าไม่เกี่ยว ซึ่งเจ้าตัวกลับไม่ตอบคำถามนี้ บอกแต่เพียงว่า ไม่ได้บังคับเอ เพราะก่อนหน้านี้เอมาบอกว่าไม่มีสตางค์จึงต้องการหาเงินให้ใช้ เลยติดต่อแขกให้ ยืนยันว่าการนำตัวเอมาส่งเจ๊บีมเพื่อส่งต่อให้กับชายสูงอายุไม่ใช่เป็นการบังคับหรือข่มขู่ พร้อมฝากขอโทษไปยังครอบครัวของเอ ที่ทำไปทั้งหมดไม่ได้คิดจะทำร้ายร่างกายแต่ประการใด

ด้าน พ.ต.อ. มานะ กลีบสัตบุศย์ รองผู้บังคับการตำรวจปราบปรามการค้ามนุษย์ (ปคม.) เผยว่า สิ่งที่ต้องทำต่อหลังจากนี้คือตามตัวผู้ชายที่ซื้อบริการน้องเอ เบื้องต้นทราบตัวแล้วและได้ส่งกำลังส่วนหนึ่งลงกดดันในพื้นที่

ขณะเดียวกัน ทีมข่าวของอมรินทร์ ทีวี ได้ลงพื้นที่ไปหาแม่ของแก้มและไก่ โดยแม่ของผู้ต้องหาทั้งสองเปิดใจว่า ย้อนกลับไปช่วงที่เกิดเหตุเดือนพฤศจิกายน 2559 ตนกลับมาจากขายของก็ไม่รู้ว่าในบ้านมีกี่คน มาถึงบ้านก็ทำกับข้าวอยู่ในครัว ส่วนเอที่บอกว่ามีการร้องขอความช่วยเหลือตอนนั้นก็ไม่ได้ยินเสียงอะไรเลย

พอรู้ข่าวว่าแก้มโดนจับหัวอกแม่จะอยู่ยังไงได้ พูดไม่ออก เพราะเท่ากับว่าลูกของตนทั้ง 2 คน โดนจับทั้งหมด ไม่อยากเห็นลูกต้องติดคุกติดตะราง ตอนนี้ตนก็อยากจะขอโทษครอบครัวของน้องเอ โดยส่วนตัวยังเชื่อว่าไก่เป็นผู้ลงมือทำเพียงคนเดียว ยังไม่เชื่อว่าแก้มจะเป็นธุระจัดหา และพัวพันกับคดีนี้ ไม่เชื่อว่าลูกจะทำ

อนึ่ง ก่อนหน้านี้ น.ส.ปวีณ์สุดา หรือ แก้ม ได้เคยให้สัมภาษณ์กับช่องอมรินทร์ ทีวี ว่า ไม่รู้จักกับเอ วันที่เกิดเหตุนั่งอยู่หน้าบ้าน แล้วก็ไม่มีเสียงกรีดร้องขอความช่วยเหลือใด ๆ

อย่างไรก็ตาม คดีนี้ถือเป็นคดีที่สังคมให้ความสนใจเป็นอย่างมาก หลังเพจเฟซบุ๊กดังอย่าง อยากดังเดี๋ยวจัดให้ V.4 ได้เผยเรื่องราวสุดสะเทือนใจของเด็กหญิงวัย 14 ปี ที่ถูกเพื่อนพาไปทิ้งไว้ที่ร้านเกมแห่งหนึ่งใน จ.สุพรรณบุรี ก่อนจะถูกกลุ่มชายรุมโทรม กว่า 10 คน และโดนกักตัวไว้อีก 1 คืนครึ่ง ซ้ำร้ายยังถูกพาไปค้าประเวณีหลังจากที่ถูกกระทำชำเราอีกด้วย กระทั่งสืบสาวเรื่องราวไปสู่การจับกุมตัว นายไก่ และได้ขออนุมัติหมายจับเพิ่มอีก 2 ราย คือ นายสุนัย บุญแป้น หรือ เจ และนายธนวัฒน์ กำแหงคุมพล หรือ มิ้ง ในข้อหาร่วมกันกระทำชำเราผู้เยาว์อายุไม่เกิน 15 ปี เข้าข่ายโทรมหญิงและพรากผู้เยาว์

อินทรีสะท้าน อาวุธใหม่! หมีขาว เร็ว-แรงเหนือเสียง

 

“TASS” สำนักข่าวชื่อดังของรัสเซีย ได้ อ้างจากแหล่งข่าวในอุตสาหกรรมความมั่นคงรัสเซียที่น่าเชื่อถือได้ เปิดเผยข้อมูลว่า รัสเซียทำการการพัฒนาและทดสอบอาวุธปล่อยนำวิถีต่อต้านเรือผิวน้ำความเร็วเหนือเสียงแล้ว แต่ไม่มีการยืนยันว่า การทดสอบดาวุธดังกล่าวเกิดขึ้นที่ใด วันเวลาอะไร และทดสอบที่ไหน รวมถึงระบบที่ใช้ทำการยิงอาวุธดังกล่าวด้วย

อาวุธปล่อยนำวิถีต่อต้านเรือผิวน้ำความเร็วเหนือเสียง “3M22 Zircon” สามารถยิงได้จากระบบแท่นยิงแนวดิ่งเอนกประสงค์ แบบ 3C14 เช่นเดียวกับอาวุธปล่อยนำวิถีต่อต้านเรือผิวน้ำ Onyx P-800 3M55 Oniks และ Caliber 3M54 Kalibr ที่สำคัญมันสามารถทำความเร็วได้ถึง 8 Mach

จึงทั่วโลกคาดการณ์ว่า รัสเซียน่าจะใช้อาวุธปล่อยนำวิถีต่อต้านเรือผิวน้ำใหม่นี้ติดตั้งกับเรือลาดตระเวนประจัญบานพลังงานนิวเคลียร์ชั้น Kirov ของกองทัพเรือรัสเซียคือ เรือ Pyotr Velikiy ที่ประจำการอยู่ และ เรือ Admiral Nakhimov ที่กำลังปรับปรุงเพื่อนำเข้าประจำการใหม่อีกครั้ง

อาวุธความเร็วเหนือเสียง(Hypersonic Weapon) เป็นอาวุธปล่อยนำวิถีและอากาศยานที่สามารถทำความเร็วได้ถึง 5 Mach หรือมากกว่า ซึ่งเป็นการยากอย่างยิ่งยวดที่จะทำการสกัดกั้นอาวุธที่มีขีดความสามาถเข้าโจมตีด้วยความเร็วและการดำเนินการเคลื่อนที่ขนาดนั้นได้
วิทยาการความเร็วเหนือเสียงโดยทั่วไปถูกนำมาใช้ในการพัฒนาระบบอาวุธและอากาศยานยุคอนาคต ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีอาจจะกลายมาเป็นผู้เปลี่ยนเกมในสงครามโลกที่คาดว่าจะใกล้กำลังจะเกิดขึ้นในไม่ช้า

ยังมีอาวุธอีกหนึ่งสิ่งที่ รัสเซียกำลังทำงานพัฒนา และเป็นที่น่าจับตาอย่างมาก คือ กระสุนแตกสะเก็ดพิเศษใช้ต่อต้านอากาศไร้คนขับ หรือ Drone

รัสเซียพุ้งเป้าเดินหน้าเต็มกำลังที่จะดำเนินการสร้างอาวุธต่อต้าน Drone ให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด และในตอนนี้รัสเซียได้ดำเนินการสร้างกระสุนแตกสะเก็ดขนาด 30mm และ 57mm สำหรับทำลายเป้าหมายขนาดเล็กได้แล้ว

ส่วนที่จะเพิ่มศักยภาพให้สามารถทำลายอากาศยานไร้คนขับใหญ่เพิ่มขึ้นอีกนั้น ขณะนี้การวิจัยกำลังอยู่ในขั้นต้น และรัสเซียมั่นใจว่าผลลัพธ์ที่ออกมานั้นต้องสำเร็จอย่างแน่นอน

สลด! เด็กหญิง 8 ขวบตกทะเลสาบ ดับหลังถูกช่วย

 

 

เด็กหญิงชาวจีนพลัดตกทะเลสาบ ถูกประตูสูบน้ำดูดหายวับขณะคนกำลังจะเข้าช่วย ล่าสุดเด็กหญิงถูกช่วยขึ้นมาได้แล้ว แต่ก็เคราะห์ร้ายเสียชีวิตในเวลาต่อมา

สำนักข่าวประเทศจีนรายงานว่า เมื่อเวลาประมาณ 15.30 น. วันที่ 16 เม.ย. ที่ผ่านมา ตามเวลาในท้องถิ่น เกิดเหตุเด็กหญิงวัย 8 ขวบคนหนึ่ง พลัดตกลงทะเลสาบในสวนสาธารณะแห่งหนึ่งในเมืองหางโจว มณฑลเจ้อเจียง แล้วติดอยู่บริเวณประตูน้ำ โดยพยานในที่เกิดเหตุเล่าว่า เด็กหญิงตกลงไปในทะเลสาบก่อน จากนั้นก็ถูกน้ำซัดพัดไปติดอยู่บริเวณช่องประตูน้ำ ต่อมาก็ถูกประตูสูบน้ำดูดหายไป

พยานในที่เกิดเหตุเล่าว่า ขณะเกิดเหตุมีผู้ใหญ่ 2 คนกำลังเล่นโทรศัพท์มือถืออยู่ และมีเด็กอีก 3 คน เล่นกันอยู่บริเวณริมน้ำ ต่อมาเด็กหญิงคนดังกล่าวก็พลัดตกลงไปในน้ำ เห็นดังนั้นเขาจึงรีบหาไม้ไผ่วิ่งเข้าไปช่วย แต่ระหว่างนั้นเด็กก็ถูกประตูสูบน้ำดูดหายไปแล้ว ขณะเดียวกันก็มีหญิงอายุยังน้อยคนหนึ่งที่นอนอยู่บนแคร่บริเวณใกล้กัน ซึ่งเขาคาดว่าเป็นแม่ของเด็กร้องตะโกนตื่นตกใจ แล้วรีบคว้าโทรศัพท์ติดต่อแจ้งหน่วยฉุกเฉินทันที
ต่อมาเวลา 16.18 น. เจ้าหน้าที่ก็สามารถช่วยเด็กหญิงคนดังกล่าวขึ้นมาได้ในสภาพร่างกายอ่อนล้าไร้เรี่ยวแรง พร้อมเร่งนำตัวส่งโรงพยาบาล ซึ่งล่าสุดผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่าเด็กหญิงเสียชีวิตในเวลาต่อมา หลังแพทย์พยายามยื้อชีวิตไว้สุดความสามารถแล้ว

กินผักผลไม้ไทย คุณค่าที่เพียงพอ

 

 

ไทยเป็นแผ่นดินที่มีผักและผลไม้หลากหลายมากที่สุดในโลก แต่ละชนิดล้วนมีคุณค่าทางโภชนาการ แต่น่าเสียดายที่คนไทยเกินครึ่งกินผักและผลไม้ไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย โดยเฉพาะในกลุ่มเด็ก
การกินผักผลไม้ไม่พอจะส่งผลต่อสุขภาพทั้งในระยะสั้นและระยะยาว อาทิ ภูมิต้านทานโรคต่ำ เพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรคมะเร็งบางชนิด และขาดโอกาสได้รับใยอาหารที่ทำหน้าที่เป็นไม้กวาดไปกวาดเอาสารพิษในระบบทางเดินอาหารออกจากร่างกาย
เหตุใดคนไทยกินผักผลไม้น้อย? และถ้าจะกินผักผลไม้ในอาหารไทยให้พอเพียงจะกินอย่างไร? มีคำตอบครับ
ปกติคนเราเริ่มกินผักผลไม้ได้ตั้งแต่อายุ 6 เดือน แต่ปัจจุบันแม่ไทยส่วนมากยังขาดความรู้และทักษะในการฝึกให้ลูกสัมผัสกลิ่นอายของผัก เมื่อลูกโตขึ้นอาหารที่แม่ยุคใหม่ให้ลูกกินก็ไร้ผัก เป็นอาหารมักง่าย เช่น ข้าวเหนียวหมูปิ้ง ไก่ทอด ข้าวขาหมูไม่มีผัก ข้าวมันไก่ไม่มีแตงกวา ข้าวไข่เจียว เน้นเนื้อ หมู เห็ด เป็ด ไก่ พ่อแม่ไม่ได้เป็นแบบอย่าง และไม่ใส่ใจที่จะให้ลูกกินผัก อาหารว่างจึงเป็นขนมถุง ขนมหวาน
ทุกวันเด็กสัมผัสผลไม้น้อยมาก ให้ลูกกินแบบนี้ติดต่อกันมานาน จนกระทั่งเด็กเติบโต เขาเลยปฏิเสธผัก ดังนั้น การปลูกฝังให้คนกินผักผลไม้ต้องเริ่มตั้งแต่ลูกอายุ 6 เดือน การกล่าวอ้างว่าผักผลไม้ราคาแพง ทำให้คนกินน้อยลง แต่ผมคิดว่าเป็นปัจจัยที่เล็กมาก
สังคมไทยในอดีตเป็นสังคมแห่งการกินผักผลไม้ที่ถูกบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์อันยาวนาน ที่บรรพบุรุษไทยได้ถ่ายทอดสืบสานส่งต่อกันจากรุ่นหนึ่งสู่อีกรุ่น เรื่อยมาจนกระทั่งเป็นวัฒนธรรมทางอาหาร ซึ่งคนทั่วโลกให้การยอมรับว่าอาหารไทยเป็นอาหารที่มีคุณค่าครบ 5 หมู่ อยู่ในสำรับเดียวกัน
แน่นอนที่สุด อาหารไทยใน 1 สำรับ ต้องมีผัก อาทิ แกง ต้ม ยำ น้ำพริก ฯลฯ จึงมั่นใจได้ว่าถ้าคนไทยยุคโซเชียลมีเดียยังคงกินอาหารแบบไทยๆ รับรองการกินผักผลไม้ของคนไทยต้องเพียงพอแน่นอน
กินแบบไทย กินแบบไหนจึงได้ผักและผลไม้อย่างสม่ำเสมอและเพียงพอ ขั้นแรกต้องสร้างความตระหนักให้กับตนเองว่า ผักและผลไม้คืออาหารที่จำเป็นต่อร่างกายและขาดไม่ได้ จากนั้นพยายามหาโอกาสให้ตัวเองและครอบครัวเข้าถึงผักผลไม้ให้ได้ อาหารแต่ละมื้อไม่ว่าจะกินนอกบ้าน ซื้อมากิน หรือทำกินเอง ต้องมีเมนูผักทุกครั้ง และกินผลไม้หลังอาหารและหรือกินเป็นอาหารว่างเป็นประจำ อาหาร 3 มื้อหลักที่กินแต่ละวันต้องมีเมนูประเภทต้มหรือแกง เช่น แกงจืด แกงเลียง แกงป่า แกงแค แกงอ่อม แกงส้ม เป็นต้น เพราะมีผักเป็นส่วนประกอบ
ประเภทยำผัก ข้าวยำ ส้มตำ ก็ล้วนมีผัก กินน้ำพริกผักจิ้มแบบไทยๆ คือ กุศโลบายของคนไทยในอดีตที่จะทำให้คนไทยเข้าถึงผัก บ้านใดกินน้ำพริก บ้านนั้นไม่ขาดผักแน่นอน แต่คนไทยยุคนี้นิยมกินผัดผักมากกว่าเมนูที่กล่าวมาแล้ว ซึ่งถือว่าไม่ผิด แต่ต้องระวังรับไขมันเกิน
ส่วนการกินผลไม้นั้น เริ่มจากการซื้อผลไม้เข้าบ้านแทนขนมหวาน ปฏิวัติตู้เย็นจากตู้เย็นขนมหวานเป็นตู้เย็นผลไม้ และจัดให้อยู่ในสภาพที่พร้อมกินได้ง่ายไม่ยุ่งยาก เช่น ปอก หั่น ไว้เป็นจานๆ ในตู้เย็น หรือจัดกระจาดผลไม้ไว้บนโต๊ะ เช่น ส้ม กล้วย แอปเปิล องุ่น พุทรา เป็นต้น ผลไม้เหล่านี้สามารถนำไปไว้ในรถกินแทนขนมหวาน หยิบกินได้ทุกเมื่อโดยเฉพาะช่วงเวลารถติดและหิว
อย่าลืม! มนุษย์ถูกกำหนดให้เป็นสัตว์ที่ต้องกินพืชมากกว่าเนื้อสัตว์ แต่ปัจจุบันมนุษย์หันไปกินเนื้อสัตว์มากกว่าพืชผักผลไม้ นับว่าเป็นการแหกกฎธรรมชาติ ด้วยเหตุนี้มนุษย์จึงต้องเผชิญกับความเจ็บป่วยและเสียชีวิตด้วยโรคร้าย อันเกิดจากการกินผักผลไม้ไม่เพียงพอ

6 ไอเดียแต่งตัวชิคๆ มิกซ์ให้แมทช์กับผ้าใบ Adidas

 

นอกจากรองเท้าผ้าใบสีขาว อย่างคอนเวิร์ส จะกลับมาฮิตในกลุ่มสาวๆ กันอีกครั้งแล้ว ต้องบอกว่า ยังมีรองเท้าผ้าใบสีขาวอีกหนึ่งแบรนด์ที่กลับมายึดพื้นที่อันดับหนึ่งในดวงใจของสาวๆ ให้ต้องควักกระเป๋าซื้อแถมพรีออเดอร์กันให้พรึ่บเลยทีเดียวค่ะ สำหรับรองเท้าผ้าใบ Adidas รุ่น Superstar ที่มีหลากสีหลายอิดิชั่นออกมาให้สาวๆ เลือกใส่กันเพียบ! ซึ่งก็เชื่อว่านาทีนี้นอกจากรองเท้าผ้าใบสีขาวแบรนด์อื่นๆ แล้ว แบรนด์นี้ยังถือเป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่สาวๆ ไม่มีไม่ได้เลยล่ะ! (คลิกอ่าน 6 รองเท้าผ้าใบสีขาว ที่สาวๆ ไม่มีไม่ได้แล้วว)
แต่งานนี้สาวไหนที่มีผ้าใบสีขาวทรงสวยนี้ไว้ในครอบครองแล้ว ก็อย่าลืมแต่งตัวให้แมทช์กับรองเท้า ตาม 6 ไอเดียที่ Women Society มาฝากนี้ เพื่อให้ได้ลุคสุดเริ่ด สวยเกิดทุกชุดนะคะ

1. Adidas + กระโปรงทรงดินสอ

สำหรับสาวที่ชอบใส่กระโปรง งานนี้ลองเก็บกระโปรงตัวสั้นเข้าตู้ แล้วเปลี่ยนมาเป็นกระโปรงยาวเลยเข่าทรงดินสอกันบ้าง ก็เก๋ไม่นย้อยค่ะ และถ้ายิ่งแมทช์กับรองเท้าผ้าใบ Adidas ด้วยล่ะก็ ดูเป็นสาวเท่สาวคูลขึ้นไปอีก!
2. Adidas + ชุดเดรส

ใครว่าชุดเดรสตัวยาวจะใส่ได้กับแค่รองเท้าส้นเตี้ย รองเท้าแตะเท่านั้นล่ะค่ะ ลองฉีกลุคมาเป็นสาวหวานปนเท่ ด้วยการเอาชุดเดรสมาแมทช์กับรองเท้า Adidas ก็น่าสนใจไม่น้อย!
3. Adidas + กางเกงเข้ารูปขาเต่อนิดๆ

ช่วงนี้เทรนด์ใส่กางเกงพับขา หรือกางเกงขายาวที่ดูเต่อนิดๆ กำลังมาค่ะสาวๆ หากอยากให้ดูอินเทรนด์มากขึ้นไปอีก ก็หยิบมาแมทช์กับรองเท้า Adidas ซะเลย! รับรอง เริ่ด!

4. Adidas + กางเกงยีนส์

หากอยากได้เบสิคลุคที่แต่งง่ายๆ แถมดูยังไงก็มินิมอลสุดๆ คว้ากางเกงยีนส์ทั้งหลาย ไม่ว่าจะทรงบอยเฟรนด์ ทรงขาบาน หรือทรงขาเดฟ มาแมทช์กับรองเท้าผ้าใบ Adidas ด่วนๆ เลยค่ะ งานนี้แค่ใส่เสื้อยืดธรรมดาๆ สักตัว ก็ดูดีได้แบบไม่ต้องแต่งเยอะ!
5. Adidas + กางเกงสกินนี่

ส่วนสาวไหนที่อยากได้ลุคสวยเปรี้ยวแต่แอบเท่ ก็ต้องกางเกงยีนส์สกินนี่รัดรูปกับรองเท้า Adidas เลยค่ะ บอกเลยว่า ไม่ต้องใส่ส้นสูงสูงปรี๊ด ก็สวยฮฮตได้นะ!
6. Adidas + กางเกง Culottes

มาแรงไม่มีตกจริงๆ ค่ะ สำหรับกางเกงทรงขาบาน ความยาว 4-5 ส่วน หรือกางเกง Culottes ที่นาทีนี้ไม่ว่าสาวไหนก็ต้องมีติดตู้ไว้สักตัว แต่นอกจากกางเกงทรงนี้จะแมทช์กับรองเท้าส้นสูงได้สวยแล้ว แต่ขอบอกว่า แมทช์กับรองเท้าผ้าใบ ก็มีสไตล์ไม่แพ้กัน!