จีนแถลงผลปราบปรามสื่อลามกอนาจาร-การพนัน

เซี่ยงไฮ้ 22 ธ.ค.- สำนักข่าวซินหัวของทางการจีนรายงานวานนี้ว่า จีนควบคุมตัวประชาชนกว่า 30,000 คนระหว่างการปราบปรามสื่อลามกอนาจารและการพนันเป็นเวลา 2 เดือน

ซินหัวรายงานอ้างสำนักงานความมั่นคงสาธารณะมณฑลกวางตุ้งว่า ตำรวจในมณฑลกวางตุ้งจับกุมประชาชน 3,014 คนและควบคุมตัวเอาไว้กว่า 8,000 คน นับจนถึงวันที่ 15 ธันวาคมที่ผ่านมา และตำรวจในเมืองหุยโจวได้กวาดล้างเครือข่ายการพนันนออนไลน์ ซึ่งเกี่ยวข้องกับเงินจำนวน 30 ล้านหยวน (ราว 159 ล้านบาท) เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายนที่ผ่านมา

การพนันเป็นสิ่งผิดกฎหมายในจีนแผ่นดินใหญ่นับตั้งแต่ปี 2492 แต่ยังรัฐยังดำเนินการออกสลากกินแบ่งรัฐบาล จีนเริ่มโครงการรณรงค์ต่อต้านสื่อลามกอนาจารในเดือนเมษายน โดยเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการปราบปรามสื่อลามกอนาจารบนอินเทอร์เน็ต ซึ่งมีขึ้นพร้อมกับการควบคุมเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นบนอินเทอร์เน็ตด้วย -สำนักข่าวไทย

ทหารบุกทลายบ่อนพนันใหญ่ กลางเมืองนครพนม ยึดอุปกรณ์เพียบเงินสดครึ่งล้าน

เมื่อเวลา 22.00 น. วันที่ 18 กันยายน พล.ต.อดุลย์ วชิรเพชรปราณี รองผู้อำนวยการ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน จ.นครพนม (กอ.รมน.) พร้อมด้วย พ.ท.วิชิต สุภา รองหัวหน้ากลุ่มงานข่าว กอ.รมน. พ.ต.อ.อุกกฤษฎ์ ทรงชัยสงวน ผกก.สภ.เมืองนครพนม

ร่วมกับเจ้าหน้าที่ทหารชุดเฉพาะกิจปฏิบัติการพิเศษ เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน นำกำลังวางแผนบุกเข้าตรวจสอบจับกุมบ่อนการพนันแหล่งใหญ่กลางเมืองนครพนม ภายหลังได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านว่า มีการลักลอบเปิดเล่นการพนันเย้ยกฎหมาย ไม่เกรงกลัวเจ้าหน้าที่บ้านเมือง สร้างปัญหาสังคม เป็นแหล่งมั่วสุมอบายมุข ภายในบ้านเลขที่ 270 ถนนธำรงค์ประสิทธิ์ ในเขตเทศบาลเมืองนครพนม อ.เมือง จ.นครพนม

โดยจากการตรวจสอบพบเป็นอาคารแบบชั้นเดียว ด้านหน้ามีป้ายชื่อ สมาคมชลประทานราษฎร์ เดิมเคยเปิดเป็นที่เล่นสนุกเกอร์ ภายหลังมีการปิด และถูกปรับเปลี่ยนเป็นบ่อนการพนัน ซึ่งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบภายในพบ มีเซียนพนันจำนวนมากถึง 17 ราย กำลังลุ้นเชียร์มวยตู้ กันอย่างสนุกสนาน นอกจากนี้ยังตรวจสอบหลักฐาน อุปกรณ์การเล่นมวยตู้ ที่มีการติดตั้งระบบแทงพนันด้วยโทรศัพท์มือถือ จำนวนมากว่า 40 เครื่อง รวมถึงโพยรายการมวย อัตราต่อรอง จำนวนหลายรายการ ไปจนถึงอุปกรณ์การเล่นไฮโล ไพ่ จำนวนหลายชุด ที่สำคัญยังพบเงินสดของกลางที่เชื่อว่าเป็นเงินที่ใช้ในการแทงพนัน รวม 431,580 บาท เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการตรวจยึดของกลางทั้งหมด รวมถึงเซียนพนัน จำนวน 17 ราย ควบคุมตัวไปสอบสวน ตรวจสอบรายละเอียดที่สำนักงาน กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน จ.นครพนม เพื่อขยายผลติดตามหาเจ้าของ รวมถึงนายทุนที่ดูแล มาดำเนินคดีตามกฎหมาย

เบื้องต้นจากการตรวจสอบของเอกสารหลักฐาน ของเจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่า จะมีการลักลอบเปิดเล่นการพนันทุกรูปแบบครบวงจร เพื่อรองรับลูกค้าในพื้นที่ และถือว่าเป็นบ่อนการพนันขนาดใหญ่ครบวงจร ที่มีเงินหมุนเวียนจำนวนมาก ไม่ต่ำกว่าวันละล้านบาท ซึ่งจากหลักฐานเงินสดที่ตรวจยึดได้ยังมีมากกว่า 4 แสนบาท โดยจะได้เร่งสอบสวนขยายผลไปถึงนายทุนผู้ดูแล มาดำเนินคดีตามกฎหมาย เพราะถือว่าเป็นการเปิดบ่อนการพนันเย้ยกฎหมายเจ้าหน้าที่บ้านเมือง เชื่อว่าจะต้องลักลอบเปิดมานานพอสมควร และอาจมีเจ้าหน้าที่รัฐ รวมถึงคนมีสีเข้ามาเกี่ยวข้อง รวมถึงอาจมีการดูแลจ่ายส่วยให้เจ้าหน้าที่บางกลุ่ม และจะได้ทำการตรวจสอบขยายผล ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป ส่วนผู้ต้องหาเซียนพนันทั้ง 17 ราย ไม่มีใครยอมรับว่าเป็นคนดูแลภายในบ่อน อ้างว่า ไม่รู้ถึงรายละเอียดเกี่ยวกับเจ้าของบ่อนพนันดังกล่าว เพียงแต่ได้รับการชักชวนจากเพื่อนในกลุ่มมาเล่นพนันเท่านั้น เจ้าหน้าที่จึงบันทึกจับกุมส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครพนม ในข้อหา ลักลอบเล่นพนันมวยตู้เพื่อเอาทรัพย์สิน ซึ่งจะได้ตรวจสอบติดตามเจ้าของอาคารดังกล่าว มาสอบสวนขยายผลต่อไป

ส่งฟ้อง 115 นักพนันจากการจับ 2 บ่อนแล้ว ด้าน ผบก.ยันตำรวจไม่บกพร่อง

คืบหน้ากรณีกำลังเจ้าหน้าที่ 3 ฝ่าย ทั้งทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครอง บุกทลายบ่อนป๊อกเด้งกลางเมืองหาดใหญ่และชานเมืองรวม 2 จุด

คืบหน้ากรณีกำลังเจ้าหน้าที่ 3 ฝ่าย ทั้งทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครอง บุกทลายบ่อนป๊อกเด้งกลางเมืองหาดใหญ่และชานเมืองรวม 2 จุด โดยเจ้าหน้าที่บุกทลายบ่อนจุดแรกภายในซอยประชารักษ์ ตึกแถว 3 ชั้น ข้างโรงแรมโกลเด้นคราวน์ ถนนประชารักษ์ เขตเทศบาลนครหาดใหญ่ สามารถจับกุมตัวนักพนันทั้งชายและหญิงรวมจำนวน 147 คน ตรวจยึดอุปกรณ์การเล่นพนันจำนวนหลายรายการ รวมทั้งเงินสดกว่า 11 ล้านบาท และอาวุธปืน 2 กระบอก

ส่วนจุดที่ 2 บุกทลายบ่อนโปปั่นบริเวณป่าละเมาะพื้นที่ หมู่ 1 ถนนคึกฤทธิ์ ต.คลองแห อ.หาดใหญ่ จับกุมนักพนันได้ทั้งชายและหญิง รวม 23 คน ตรวจยึดอุปกรณ์การเล่นพนันโปปั่นได้หลายการ เงินสดจำนวนหนึ่ง และรถจยย.จำนวน 40 คัน รถยนต์ 20 คัน ส่วนใหญ่เป็นรถที่ถูกนำมาจำนำไว้กับบ่อน

พนักงานสอบสวน สภ.หาดใหญ่ ได้เร่งรวบรวมสำนวน เพื่อส่งฟ้องผู้ต้องหาในคดีนี้แล้ว ซึ่งมีนักพนันทั้งชายและหญิง ที่ได้ให้การรับสารภาพแล้วจำนวน 115 คน และยังมีอีก 32 คนยังให้การปฎิเสธว่าไม่ได้เล่นการพนัน ส่วนใหญ่เป็นพนักงานและเด็กเสิร์ฟในบ่อน ทางเจ้าหน้าที่จึงได้ส่งฟ้องเฉพาะผู้ต้องหาที่ให้การรับสารภาพแล้ว โดยมีนักพนันทั้งชายและหญิง รวม 115 คนในข้อหาร่วมกันกับพวกที่ยังหลบหนีลักลอบเล่นการพนัน(ป๊อกเด้ง-โปปั่น)เอาทรัพย์สิน ส่วนที่ยังให้การปฎิเสธอีก 32 คน เจ้าหน้าที่ได้ให้ผัดฟ้องออกไปก่อน พร้อมทั้งอนุญาตให้ประกันตัวออกไป

ด้านพล.ต.ต.กฤษกร พลีธัญญวงศ์ ผบก.ภ.จว.สงขลา กล่าวว่า สำหรับคดีนี้ยังไม่พบข้อบกพร่องหรือกระทำผิดต่อหน้าที่ ของตำรวจ สภ.หาดใหญ่ แต่อย่างใด จึงไม่จำเป็นต้องมีการตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง เนื่องจากพิจารณาแล้วเห็นว่าขณะบุกทลายบ่อนดังกล่าวมีการสนธิกำลังเจ้าหน้าที่ร่วมกัน 3 ฝ่ายทั้งตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครอง จึงไม่ถือว่าตำรวจมีความบกพร่องต่อหน้าที่แต่อย่างใด

บุกจับ 32 ฝรั่งวัยดึก เล่นไพ่บริดจ์ “คุณหญิงชดช้อย” โร่แจงไม่ใช่การพนัน

ความคืบหน้ากรณีบุกจับ 32 ต่างชาติวัยดึกลอบเล่นไพ่บริดจ์ ล่าสุด “คุณหญิงชดช้อย” ประธานที่ปรึกษาสมาคมกีฬาบริดจ์แห่งประเทศไทย เข้าพบ ผกก.สภ.เมืองพัทยา ก่อนออกมาเผยไพ่บริดจ์ไม่ใช่การพนัน

กรณี นายชาคร กัญจนวัตตะ นอภ.บางละมุง จ.ชลบุรี พร้อมกำลังฝ่ายปกครอง ตำรวจ ทหาร และเจ้าหน้าที่สรรพสามิต บุกจับกุมชาวต่างชาติชาย-หญิงรวม 32 คน ที่ลักลอบเล่นไพ่บริดจ์โดยไม่ได้รับอนุญาตที่อาคารพาณิชย์ เลขที่ 144/98-99 ปากซอย 2 ถนนทัพพระยา ย่านพัทยาใต้ หมู่ 12 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี เมื่อวันที่ 3 ก.พ.ที่ผ่านมา โดยมีนายเจเรมี่ วัตสัน (Mr.Jeremy Watson) อายุ 74 ปี สัญชาติอังกฤษ รับเป็นเจ้ามือและเจ้าของสถานที่ ตามที่ได้รายงานไปแล้วนั้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (4 ก.พ.) คุณหญิงชดช้อย โสภณพานิช ประธานที่ปรึกษาสมาคมกีฬาบริดจ์แห่งประเทศไทย เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.สุขทัศน์ พุ่มพันธ์ม่วง ผกก.สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี เพื่อชี้แจงการเล่นกีฬาบริดจ์ว่า การที่เจ้าหน้าที่ร่วมกันจับกุมผู้เล่นกีฬาบริดจ์นับว่าเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งแรกในประเทศไทย เพราะกีฬาชนิดนี้ไม่น่าที่จะเข้าข่าย พ.ร.บ.การพนันเนื่องจากไม่มีการเอาทรัพย์สินหรือเงินทองกัน แต่เป็นการแข่งขันเอาแต้มสูงสุดและใช้วิธีการประมวลผลในเครื่องคอมพิวเตอร์ ผู้มีแต้มสูงสุดจะเป็นผู้ชนะ โดยกีฬาบริจด์ได้ถูกกำหนดให้เป็น พ.ร.บ.การพนัน พุทธศักราช 2478 ต่อมาปี 2503 ได้มีการเพิ่มในกฎกระทรวง ฉบับที่ 17 ข้อ 13 ว่าให้จัดขึ้นได้โดยไม่ต้องมีใบอนุญาต แต่ต้องเล่นในสามาคมหรือระหว่างสมาชิก หรือบุคคลที่สมาคมอนุญาต ไม่ได้มีการเรียกรับผลประโยชน์ในทางตรงหรือทางอ้อมจากการเล่น

ที่ปรึกษาสมาคมกีฬาบริดจ์แห่งประเทศไทย กล่าวอีกว่า กีฬาบริดจ์อาจจะใหม่สำหรับคนไทยที่ไม่ค่อยรู้จัก แต่กีฬาบริดจ์ได้จัดให้มีการแข่งขันในกีฬาซีเกมส์ เอเชี่ยนเกมส์ และกำลังจะถูกบรรจุในการแข่งขันโอลิมปิคเกมส์ ซึ่งกรณีนี้ตนจะขอต่อสู้เพื่อให้ศาลเห็นว่าการกีฬาชนิดนี้ไม่น่าจะเข้าข่ายการเล่นการพนัน และตนจะขอส่งเสริมกีฬาบริดจ์ให้แพร่หลายในหมู่คนไทยต่อไป เพราะเป็นการฝึกสมองและสมาธิ

อย่างไรก็ตาม หากทราบว่าจะมีการนำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดส่งฟ้องศาลจังหวัดพัทยาเมื่อไหร่ก็จะเข้าไปเป็นพยานให้ทันที แต่เบื้องต้นทราบว่าขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ให้ประกันผู้ต้องหาซึ่งเป็นชาวยุโรปทั้งหมดแล้วในวงเงินคนละ 5 พันบาท

ปฏิบัติการทลายแหล่งมั่วสุมรวบ 22ไทย-พม่ายาเสพติด การพนัน

ตำรวจชุดสืบ สภ.กะทู้ ออกปฏิบัติการณ์เข้มข้นตรวจค้นแหล่งมั่วสุม และบุคคลกลุ่มเสี่ยง เพื่อทลายและจับกุมยาเสพติดทุกประเภท ในช่วงก่อนเทศกาลวันสงกรานต์ รวบ 14 ผู้ต้องหาคนไทย-พม่าคดียาเสพติด 8 พม่า มั่วสุมลักลอบเล่นการพนัน

เมื่อวันที่ 12 เม.ย.2558 เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม สถานีตำรวจภูธรกะทู้ ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.อ.ชัยวัฒน์ อุ้ยคำ ผกก.สภ.กะทู้ ,พ.ต.ท.สรพงษ์ ชูแก้ว รอง ผกก.สส.ฯ นำโดย พ.ต.ท.สุทธิชัย เทียนโพธิ์ สว.สส.สภ.กะทู้ พร้อมชุด ชปส.สภ.กะทู้ ได้ทำการปิดล้อมตรวจค้น 5 จุด จับกุมผู้ต้องหายาเสพติดและขยายผล จำนวน 13 ราย 14 คน ดังนี้
1. น.ส.จุฬาพร หรือปาม บัวชูก้าน อายุ 29 ปี พร้อมด้วยของกลาง ยาไอซ์น้ำหนัก 0.45 กรัม จำนวน 1 ถุง (ได้จากการล่อซื้อ)และ ยาไอซ์น้ำหนัก 1.40 กรัม จำนวน 4 ถุง โดยกล่าวหาว่า “มียาเสพติดให้โทษประเภทที่1(ยาไอซ์) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย” 2.นาย อเล็ก สัญชาติพม่า อายุ 32 ปี พร้อมด้วยของกลาง ยาไอซ์น้ำหนัก 1.40 กรัม จำนวน 4 ถุง และ ยาบ้าจำนวน 29 เม็ด โดยกล่าวหาว่า “มียาเสพติดให้โทษประเภทที่1 (ยาไอซ์และยาบ้า) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย”
3.นาย โป สัญชาติพม่า อายุ 20 ปี พร้อมด้วยของกลาง ยาไอซ์น้ำหนัก 1.40 กรัม จำนวน 1 ถุง โดยกล่าวหาว่า “มียาเสพติดให้โทษประเภทที่1 (ยาไอซ์) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย”
4.นายจักรกริช หรือแหน่ง อินทะกนก อายุ 35 ปี พร้อมด้วยของกลางยาไอซ์น้ำหนัก 0.40 กรัม จำนวน 1 ถุง (ได้จากการล่อซื้อ) โดยกล่าวหาว่า “มียาเสพติดให้โทษประเภทที่1 (ยาไอซ์) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย”
5.นางสมร หรือหมอน ขวัญยืน อายุ 48 ปี พร้อมด้วยของกลางยาไอซ์น้ำหนัก 0.35 กรัม จำนวน 1 ถุง (ได้จากการล่อซื้อ) โดยกล่าวหาว่า “มียาเสพติดให้โทษประเภทที่1 (ยาไอซ์) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและพยายามจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย”
6.นายสมบูรณ์ หรือเจน อำนาจ อายุ 26 ปี พร้อมด้วยของกลางยาไอซ์น้ำหนัก 0.55 กรัม จำนวน 1 ถุง โดยกล่าวหาว่า “มียาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (ยาไอซ์ )ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย” 7.นายภูวเรศ หรือตั๊ก รัตนสุชล อายุ 26 ปี พร้อมด้วยของกลางยาไอซ์น้ำหนัก 0.40 กรัม จำนวน 1 ถุง โดยกล่าวหาว่า “มียาเสพติดให้โทษประเภทที่1 (ยาไอซ์) ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย” 8.นายชรินทร หรือบูม สุทธิขันธ์ อายุ 26 ปี พร้อมด้วยของกลางยาไอซ์น้ำหนัก 0.40 กรัม จำนวน 1 ถุง โดยกล่าวหาว่า “มียาเสพติดให้โทษประเภทที่1 (ยาไอซ์) ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย” 9.นายสามารถ หรือกิ๊บ ปีนัง อายุ 32 ปี พร้อมด้วยของกลางยาไอซ์น้ำหนัก 0.40 กรัม จำนวน 1 ถุง โดยกล่าวหาว่า “มียาเสพติดให้โทษประเภทที่1 (ยาไอซ์) ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย”10.น.ส.วิสา หรือวิ นิ่มคล้าย อายุ 24 ปี พร้อมด้วยของกลางกัญชาแห้งน้ำหนัก 0.95 กรัม จำนวน 1 ถุง โดยกล่าวหาว่า “มียาเสพติดให้โทษประเภทที่5 (กัญชา) ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย”11.นายสยาม บูอ่อง อายุ 20 ปี พร้อมด้วยของกลางกัญชาแห้งน้ำหนัก 1.15 กรัม จำนวน 1 ถุง โดยกล่าวหาว่า “มียาเสพติดให้โทษประเภทที่5 (กัญชา) ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย” 12.นายมาวิน หรือแม็ค ตันติผล อายุ 18 ปี พร้อมด้วยของกลางกัญชาแห้งน้ำหนัก 1.15 กรัม จำนวน 1 ถุง โดยกล่าวหาว่า “มียาเสพติดให้โทษประเภทที่5 (กัญชา) ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย” 13.นายอิด ตัน อายุ 59 ปี สัญชาติพม่า ผู้ต้องหาที่1 และ 14.นาง บิว เปีย อายุ 35 ปี สัญชาติพม่า ผู้ต้องหาที่2 พร้อมด้วยของกลางหม้อต้มพร้อมกากใบกระท่อม จำนวน 1 ใบ โดยกล่าวหาว่า “ร่วมกันผลิตและมียาเสพติดให้โทษประเภทที่5 (พืชกระท่อม) ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย” คุมตัว ส่ง พนักงานสอบสวน สภ.กะทู้ ดำเนินคดีต่อไป
นอกจากนี้ ในวันเดียวกัน เวลาประมาณ 16.30 น.เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมดังกล่าว ยังได้ ร่วมกันจับกุมตัวผู้ต้องหาสัญชาติพม่าลักลอบเล่นการพนัน จำนวน 2 ราย ผู้ต้องหา 8 คน ดังนี้ รายแรก 1.นาง เงาะ อายุ 42 ปี สัญชาติพม่า 2.นาง ข่าย อายุ 33 ปี สัญชาติพม่า 3.นางแตงโม อายุ 42 ปี สัญชาติพม่า 4.นาย กาว อายุ 28 ปี สัญชาติพม่า พร้อมด้วยของกลาง ไพ่ป็อก(หลังสีดำ) จำนวน 1 สำรับ เงินสดจำนวน 120 บาท รายที่สอง 1.นาย สลิม อายุ 31 ปี สัญชาติพม่า 2.นาง ทร อายุ 40 ปี สัญชาติพม่า 3.นาง โท อายุ 42 ปี สัญชาติพม่า 4.นาย เชเมทอง อายุ 22 ปี สัญชาติพม่า พร้อมด้วยของกลาง ไพ่ป็อก(หลังสีดำ) จำนวน 1 สำรับ เงินสดจำนวน 200 บาท โดยกล่าวหาว่า “เป็นบุคลต่างด้าวหลบหนีเข้ามาในราชอาณาจักรสยามโดยไม่ได้รับอนุญาตและ ร่วมกันลักลอบเล่นการพนัน (ไพ่ป็อกแปดเก้า )พนันเอาทรัพย์สินกันโดยไม่ได้รับอนุญาต”โดยจับกุมผู้ต้องหาได้ที่ แค็มป์ที่พักคนงานไม่มีเลขที่ภายในโครงการคอนโดพนาสนธิ์ซิตี้ ถ.นาใน ต.ป่าตอง อ.กะทู้ จว.ภูเก็ต นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.กะทู้ ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ทั้งนี้การออกตรวจสอบจับกุมดังกล่าว เป็นไปตามนโยบายผู้บังคับบัญชา ให้ปฏิบัติการณ์เข้มข้น ในการตรวจค้นแหล่งมั่วสุม และบุคคลกลุ่มเสี่ยง เพื่อทลายและจับกุมยาเสพติดทุกประเภท ในช่วงก่อนเทศกาลวันสงกรานต์

ทหารบุกจับบ่อนคาสิโนกลางเมืองขอนแก่น

จากกรณีกำลังทหาร มณฑลทหารบกที่ 23 หรือ (กกล.รส.จว.ขอนแก่น) บุกเข้าตรวจค้นอาคารพานิชย์ 2 ชั้น เลขที่ 25 / 210 ถนนมะลิวัลย์ ตำบลหนองเรือ อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่นที่เปิดเป็นบ่อนไพ่วน หรือสเตอร์ ขนาดใหญ่ จับกุมนักพนันได้ 37 คน พร้อมเงินของกลางจำนวน 310,000 บาท และตรวจยึดรถยนต์จำนวน 20 คันเพื่อตรวจสอบ

ล่าสุด ได้มีนักพนัน (ขอสงวนชื่อ) ที่จำนำรถไว้ที่บ่อนคาสิโนดังกล่าว เมื่อทราบข่าวว่าบ่อนถูกเจ้าหน้าที่บุกจับ จึงต้องการรถคืน แต่เมื่อติดต่อสอบถามไปที่ สภ.หนองเรือ ปรากฎว่าตำรวจอ้างว่า ไม่มีเหตุจับบ่อนการพนัน รวมทั้งไม่มีการนำส่งของกลาง ทั้งเงินสดรวมทั้งรถยนต์มาลงบันทึกประจำวัน

นอกจากนี้ พ.ต.อ.ถนอมสิทธิ์ วงษ์วิจารณ์ ผกก.สภ.หนองเรือ เจ้าของพื้นที่ ได้ทำหนังสือถึง ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น ชี้แจงว่าตามที่ปรากฏเป็นข่าวในสื่อออนไลน์และสื่อโทรทัศน์ว่า มีการจับกุมผู้ลักลอบเล่นการพนัน ตามเหตุการณ์ดังกล่าวนั้น สภ.หนองเรือได้ตรวจสอบแล้ว ไม่ได้ร่วมหรือได้รับการประสานในการจับกุมบ่อนการพนันตามที่เป็นข่าว และได้ตรวจสอบข้อมูลที่อาคารพานิชย์ดังกล่าวแล้ว ไม่พบการกระทำความผิดแต่อย่างใด

ทั้งนี้ พ.ต.อ.ถนอมสิทธิ์ ซึ่งอยู่นอกพื้นที่ ได้ชี้แจงกับผู้สื่อข่าวทางโทรศัพท์ว่า “เหตุการณ์ที่เป็นข่าว ตำรวจไม่ได้ร่วมสนธิกำลังเข้าทำการจับกุมนักพนันที่อาคารพาณิชย์ดังกล่าวกับทหาร เนื่องจากไม่ได้รับการประสานมา ส่วนที่มีภาพตำรวจอยู่ในเหตุการณ์นั้น ได้เรียกตัวมาสอบถามทราบว่า เป็นสายตรวจที่จะขับขี่รถไปตรวจเส้นนั้น เนื่องจากมีการแจ้งว่ามีบ่อนละแวกนั้น และพบว่ามีทหารเดินเข้า-ออก จำนวนหนึ่ง เมื่อทหารเห็นตำรวจ ก็บอกว่ากำลังถอนกำลังขึ้นรถตู้กลับไป ไม่มีการนำส่งของกลางไม่ว่าจะเป็นเงินสดหรือนักพนันรวมทั้งรถยนต์ให้กับพนักงานสอบสวน สภ.หนองเรือแต่อย่างใด

ด้าน พ.ท.พิทักษ์พล ชูศรี หัวหน้าชุดที่เข้าจับนักพนัน กล่าวว่า ได้โทรศัพท์ประสานกับ ผกก.สภ.หนองเรือ ซึ่งได้แจ้งว่าจะส่ง ร.ต.ท.สัมฤทธิ์ บรรเทา มาดำเนินการ ต่อมามีตำรวจแต่งเครื่องแบบเต็มยศมาพร้อมลูกน้อง จึงส่งมอบนักพนันและเงินสดของกลาง 3.1 แสนบาท จากนั้นทหารและสื่อมวลชนก็ถอนตัวกลับไป แต่กลายเป็นว่าไม่มีคดี ปัญหาคือแล้วเงินของกลางหายไปไหน

“ทุกอย่างเราทำตามขั้นตอน กำลังทหารและสื่อมวลชนไปเต็มรถตู้ ภาพถ่ายคลิปการจับกุมก็มีละเอียดทุกขั้นตอน หลักฐานชัดเจน ตอน ผกก.โทรมา นักข่าวหลายสำนักก็ได้ฟัง ตอนส่งของกลางเงินสามแสน ผู้สื่อข่าวก็เป็นพยานได้ แล้วจู่ๆ กลายเป็นว่าผู้ต้องหาและเงินล่องหน ” พ.ท.พิทักษ์พล กล่าว
ต่อมา นายกำธร ถาวรสถิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น ได้สั่งการให้ นายวรทัศน์ ธุลีจันทร์ นายอำเภอหนองเรือ ตรวจสอบข้อเท็จจริงในกรณีนี้ ซึ่งในช่วงบ่ายวันที่ 19 ก.ย.นายวรทัศน์ ได้มีหนังสือรายงานถึงผู้ว่าราชการจังหวัดว่า ได้รับรายงานจากสถานีตำรวจภูธรหนองเรือว่า ไม่ได้ร่วมหรือได้รับการประสานในการจับกุมผู้ลักลอบเล่นการพนันตามที่เป็นข่าว และยังไม่ได้รับผู้ต้องหาพร้อมของกลางแต่อย่างใด

คาสิโน แสงสีที่สวยงาม แต่อาบด้วยยาพิษ

13 ปี แล้วที่ดินแดนแห่งมนต์ดำ ที่ไม่เคยกลับไปเยือนอีกเลย หลังจากเรียนรู้รสชาติความเจ็บปวด เรียนรู้รสชาติการเป็นหนี้สินล้นพ้นตัว เรียนรู้ความตกต่ำของชีวิตว่ารสชาติเป็นอย่างไร

แต่อยากเล่าให้เป็นอุทาหรณ์ คิดถึงเพื่อนคนหนึ่งซึ่งเคยรู้จักกันที่นี่ คนที่เคยบอกผมว่า คาสิโน เมื่อย่างก้าวเข้ามาทำความรู้จักกับมันแล้ว 99 เปอร์เซ็นต์หมดตัวทุกราย

คาสิโน คือ แหล่งรวมของพวกหนีคดีความ จะมาสิงสถิตย์กันอยู่ที่นี่ ต้นเหตุของการก่ออาชญากรรมทั้งหลายทั้งมวง ปล้นร้านทองเอย ค้ายาบ้าเอย ขายตัวเอย ฉกชิงวิ่งราวเอย เพราะเมื่อไหร่ที่หน้ามืดหมดเนื้อหมดตัว จะโดนสภาพบังคับว่าสามารถทำเรื่องพวกนี้ได้หมด ที่เห็นเล่นกันแบบผู้ดี แต่แท้จริงสาปแช่งกันอยู่ในใจทั้งนั้น เฉพราะคนดีจริงจะไม่เข้ามาสิงสถิตย์อยู่ในที่แห่งนี้เลย

ไม่ว่าลูกค้ารายย่อย รายเล็ก รายใหญ๋ จะถูกฝ่ายการจัดการ ประเมินคุณทุกสถานะโดยที่คุณไม่รู้ตัว (เป็นเรื่องของความละเอียดอ่อน) คาสิโน ไม่ใช่เรื่องการเสี่ยงโชค แต่เป็นเรื่องเทคนิคพิเศษของฝ่ายการจัดการซึ่งเขาจะนำมาใช้กับคุณเมื่อไหร่

ทุกข้อที่กล่าวมาเป็นคำพูดของเพื่อนผม link-agent-gclub ซึ่งตามศัพท์ของคาสิโนเรียกว่า ผีข้างบ่อน คือ.คนที่เล่นการพนันจนหมดตัวจนไม่มีที่จะไปไหน ชีวิตทั้งชีวิตเลยต้องสิงสถิตย์อยู่ในที่แห่งนี้ ผมรูจักกับเพื่อนคนนี้ในคาสิโนฝั่งเขมร แวบแรกที่รู้จักกันผมรับรู้ถึงความจริงใจด้วยคำพูดเพียงประโยคเดียว ถ้าไม่อยากให้ชีวิตเป็นเหมือนผม กลับไปใช้ชีวิตอย่างที่ควรเป็นดีกว่า