ชาวต.ไผ่จำศีลร้องชลประทานไม่ได้รับน้ำกว่า30วัน

ชาวนาไผ่จำศีล จ.อ่างทอง รวมตัวร้องชลประทานหลังไม่ได้รับน้ำมานานกว่า 30 วัน ต้นข้าวในนากว่า 4,000 ไร่ เริ่มเหี่ยวเฉา

ที่บริเวณศาลาการเปรียญ วัดราชสกุณา (นก) หมู่ 5 ต.ไผ่จำศีล อ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง ชาวนาในตำบลไผ่จำศีล กว่า 100 คน รวมตัวเรียกร้องขอน้ำจากชลประทาน เนื่องจากไม่ได้รับน้ำในระบบชลประทานมานานกว่า 30 วันแล้ว ต้นข้าวในนานกว่า 4,000 ไร่ เริ่มเหี่ยวเฉา บางพื้นที่เริ่มยืนต้นตาย จึงได้มารวมตัวร้องขอน้ำ จาก นายธเนศ บุญสุข ผอ.ชลประทานโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษายางมณี พร้อมด้วยฝ่ายปกครอง ทหาร ตำรวจ รวมเป็นสักขีพยาน

เบื้องต้นทางชลประทานโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษายางมณี รับปากว่า จะนำเครื่องสูบน้ำจำนวน 2 เครื่อง มาติดตั้งบริเวณคลองขุน เพื่อสูบน้ำจากคลองขุนเข้าคลองชลประทาน เพื่อให้เกษตรกรทำนาได้สูบน้ำเข้าผืนนา ในพื้นที่ตำบลไผ่จำศีล เพื่อสูบน้ำไปหล่อเลี้ยงต้นข้าวในแปลงนาที่กำลังแห้งเหี่ยวให้ฟื้นกลับมา เพื่อเก็บเกี่ยวผลผลิตสร้างรายได้เลี้ยงครอบครัว

ด้าน นายธเนศ กล่าวว่า ตอนนี้ในหลาย ๆ พื้นที่ในจังหวัดอ่างทอง ประสบปัญหาปัญหาเรื่องการขาดแคลนน้ำทางการเกษตรเหมือนกันหมด โดยทางชลประทานโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษายางมณี ได้พยายามแบ่งรอบเวรน้ำแล้ว แต่ยังไม่พอเพียงต่อความต้องการของเกษตรกร เนื่องจากน้ำที่ได้รับการจัดสรรมาไม่เพียงพอกับพื้นที่เพาะปลูกข้าว จนทำให้บางพื้นที่เริ่มขาดแคลนน้ำแล้ว แต่อย่างไรก็ตามทางชลประทานโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษายางมณี จะพยายามจัดสรรน้ำให้เกษตรกรผู้ทำนาได้อย่างทั่วถึงทุกคน เพื่อที่จะได้เก็บเกี่ยวผลผลิตนำไปขายสร้างรายได้ต่อไป

เปิดจุดขายข้าวทั่วกรุง

นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กล่าวว่า กรมส่งเสริมสหกรณ์ได้ประสานกับสหกรณ์ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือให้เกษตรกรนำผลผลิตข้าวเปลือกมาขายให้กับจุดรับซื้อของสหกรณ์ภายใต้โครงการข้าวสารสหกรณ์ช่วยชาวนา เพื่อกระจายผลผลิตข้าวสารจากเกษตรกรสู่ผู้บริโภค

ในวันที่ 4 พ.ย.2559 เปิดจำหน่ายข้าวสาร 3 จุดคือ ที่กระทรวงเกษตรฯ จำนวน 2 ตัน กรมปศุสัตว์จำนวน 9 ตัน กรมชลประทาน สามเสน จำนวน 3 ตัน ส่วนวันที่ 5-24 พ.ย.2559 จะเปิดที่องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) และวันที่ 7 พ.ย.2559 จะเป็นหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ ในมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์บางเขน ได้แก่ กรมวิชาการเกษตร กรมประมง กรมหม่อนไหม กรมพัฒนาที่ดิน ซึ่งแต่ละจุดมีการจำหน่ายข้าวสารประมาณ 10 ตัน

“จุดจำหน่ายข้าวสารสหกรณ์ที่กระจายอยู่ในเขตกรุงเทพมหานคร จะเน้นจำหน่ายข้าวหอมมะลิคุณภาพดี 100% จากสหกรณ์ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ข้าวสารที่จำหน่ายจะเน้นข้าวหอมมะลิขนาด 5 กิโลกรัม (กก.) เป็นหลัก กำหนดราคาขายข้าวหอมมะลิ 5 กก. ราคาถุงละ 165 บาท”

นอกจากนี้ กรมส่งเสริมสหกรณ์ได้ประสานกับ 10 หน่วยงาน จัดกิจกรรมปล่อยคาราวานรถกระบะและรถบรรทุก 6 ล้อ บรรทุกข้าวสารสหกรณ์จากสหกรณ์ต่างๆ ไปวางขายตามจุดจำหน่าย 10 แห่ง ได้แก่ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงแรงงาน กระทรวงการคลัง กระทรวงสาธารณสุข สำนักงานใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 สถานีโทรทัศน์ช่อง 9 อสมท

การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย บางกรวย บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (สำนักงานใหญ่ พระราม 3) และธนาคารกสิกรไทย สำนักงานใหญ่ ถนนพหลโยธิน

เราได้คัดสรรบริการเกมส์ คาสิโนออนไลน์ และพนันกีฬาออนไลน์ gclub slot ชั้นนำมาให้ท่านลูกค้าได้เลือกเล่นกันมากมาย ท่านที่ชอบพนันบอลออนไลน์ไม่ควรพลาด สมัครง่ายเดิมพันสนุก กับเราได้ตลอด 24 ชั่วโมง

“หมวดเจี๊ยบ” อัด “บิ๊กตู่” ใจแคบแนะลาออก

“หมวดเจี๊ยบ” จวก “นายกฯ” ใจแคบ ลั่นไม่พร้อมดูแลทุกข์สุขประชาชนก็ลาออกไป แนะเลิกท่องว่าเป็นความผิดของรัฐบาลเก่า ชี้แก้ปัญหาต้องใช้ความจริงใจ

ร.ท.หญิง สุณิสา เลิศภควัต ทีมสำนักเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า คำพูดของพล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่บอกว่านักการเมืองอย่าสร้างภาพช่วยชาวนานั้น สะท้อนให้เห็นถึงความใจแคบของ พล.อ.ประยุทธ์ ใครๆ ก็เห็นว่าราคาข้าวกำลังตกต่ำโดยรัฐบาลไม่สามารถช่วยอะไรได้ ประชาชนทุกสาขาอาชีพจึงช่วยกันคนละไม้คนละมือเพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้าให้ชาวนา

รวมทั้งคนที่เคยเป็นอดีตนายกรัฐมนตรีอย่างน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ด้วย ซึ่งที่จริงแล้วพล.อ.ประยุทธ์ควรจะรู้สึกยินดีที่ผู้คนในสังคมมีน้ำใจเอื้อเฟื้อต่อกัน ไม่ใช่มาพูดจาแขวะหรือกันท่าเหมือนกลัวใครจะเด่นกว่า ท่านควรจะคิดบวกว่ามีคนมาช่วยแบ่งเบาภาระของรัฐบาล

ร.ท.หญิง สุณิสา กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมารัฐบาลไม่ได้มีมาตรการที่เป็นรูปธรรมในการช่วยเหลือชาวนา มีแต่ไล่ให้ชาวนาไปทำมาหากินอย่างอื่น ทั้งๆ ที่ ข้าวและชาวนาคือสัญลักษณ์อย่างหนึ่งของชาติที่ควรต้องได้รับการอนุรักษ์ส่งเสริม อีกทั้งยังเป็นแหล่งความมั่นคงทางอาหารของประเทศ

แต่พล.อ.ประยุทธ์กลับอยากให้ชาวนาละทิ้งอาชีพที่เป็นรากเหง้าของตัวเอง แถมยังปล่อยให้ปัญหาของชาวนาลุกลามบานปลายจนกระทั่งข้าวหลุดจากมือชาวนาไปตกอยู่ในมือของพ่อค้าคนกลางหมดแล้วจึงมีมาตรการออกมาช่วยเหลือ ทำให้ชาวนาตัวจริงไม่ได้รับประโยชน์จากมาตรการดังกล่าวอย่างเต็มที่ พอมีชาวนาเครียดจนฆ่าตัวตายก็ปล่อยให้ลิ่วล้อมาอ้างว่าผู้เสียชีวิตเป็นช่างซ่อมแอร์ ไม่ใช่ชาวนา เหมือนจะปัดความรับผิดชอบว่าไม่เกี่ยวกับการบริหารงานที่ล้มเหลวของรัฐบาล วันนี้รัฐบาลต้องแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนและด้วยความจริงใจ อย่าใช้ลมปากแก้ปัญหาไปวัน ๆ ที่สำคัญ ควรเลิกท่องว่าเป็นความผิดของรัฐบาลเก่าได้แล้ว เพราะพล.อ.ประยุทธ์ก็บริหารประเทศมานานพอสมควรแล้ว หากไม่พร้อมจะดูแลทุกข์สุขของพี่น้องประชาชนก็สมควรจะลาออกไป ไม่ใช่ตีหน้าเศร้าว่าอยากลาออก แต่เอามือกอดเก้าอี้ไว้ซะแน่นยิ่งกว่าตุ๊กแกเกาะข้างฝา

ที่มา : BangkokBizNews